หน้าหลัก

8 พฤศจิกายน 2560

งง...เด้! "ล้ม...แต่ไม่ล้ม" กลุ่มปลูกผักปลอดภัยสารพิษ บ้านดอนโรง (Read in English)


เพราะต้องประสบกับปัญหาต้นทุนการผลิตจากราคาปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ทำให้สองเพื่อนสนิทอย่าง สถาพร ทองใสพร และ เสรี เพชรสุนี เกษตรกรในพื้นที่บ้านดอนโรง ตำบลเขาพระบาท อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พูดคุยกันถึงปัญหาที่พวกเขาและเพื่อนๆ ร่วมอาชีพในหมู่บ้านเดียวกันกำลังเผชิญอยู่


"ตอนนั้นปุ๋ยเคมีแพงมากจากราคากระสอบละ 900 บาท ขึ้นเป็น 1,500 บาท" สถาพร ย้อนถึงจุดเริ่มต้นของปัญหา ที่ครั้นจะให้เปลี่ยนอาชีพจากการปลูกแตงโมและพืชผักต่างๆ ไปทำอย่างอื่นก็คงเป็นไปได้ยาก


"เราก็มานั่งคิดกันว่า ทำยังไงถึงจะสามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้" สถาพร ย้ำถึงหัวข้อที่พูดคุยอันเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดการรวมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ด้วยการจัดตั้ง "กลุ่มปลูกผักปลอดภัยสารพิษ" ขึ้นมา โดยมีสถาพรรับหน้าที่ประธานกลุ่มฯ และเสรีเป็นเลขานุการฯ แต่การรวมกลุ่มครั้งนั้น ก็มีอันต้องยุติบทบาทไปในเวลาอันรวดเร็ว


"ตอนนั้นเรายังโง่อยู่ ทำบัญชีรายรับรายจ่ายไม่เป็น การบริหารจัดการไม่ดี ตั้งกลุ่มขึ้นมาได้ปีเดียว...พัง" สถาพร ยอมรับถึงความผิดพลาดในอดีตที่เกือบจะทำให้ชื่อของกลุ่มปลูกผักปลอดภัยสารพิษ บ้านดอนโรง ถูกทิ้งให้เป็นเพียงตำนานของหมู่บ้าน กระทั่ง เจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาฯ เชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้เข้ามาสอบถามถึงปัญหา รวมถึงให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการ ทำให้ 2 อดีตแกนนำ อย่าง สถาพรและเสรีเกิดความมั่นใจและมองเห็นถึงความเป็นไปได้ในการปลุกชีพให้กลุ่มปลูกผักปลอดภัยสารพิษ บ้านดอนโรง กลับมาดำเนินการอีกครั้ง


"ล้ม...แต่ไม่ล้ม" สถาพร พูดถึงการกลับมาของกลุ่มฯ ด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พวกเขาเริ่มนับหนึ่งใหม่ด้วยสมาชิกของกลุ่มเพียง 10 กว่าคน พร้อมจดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักปลอดภัยสารพิษ บ้านดอนโรง ด้วยเงินทุน 14,300 บาท ที่ได้มาจากการลงหุ้นของสมาชิก และมูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้การสนับสนุนส่วนหนึ่งพร้อมกับวัตถุดิบสำหรับทำปุ๋ยหมัก


"ครั้งนี้เราตั้งใจจริงและนำความล้มเหลวจากครั้งก่อนมาเป็นบทเรียน" เสรี กล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น และพร้อมจะค่อยๆ ก้าวเดิน โดยมีบทเรียนในอดีตเป็นเครื่องเตือนใจ


"เราเริ่มต้นทำเท่าที่เรามีเงิน ซึ่งโจทย์ของพวกเราตอนนั้นคือ ทำปุ๋ยหมักและดินเพาะเมล็ดขายให้คนในกลุ่มใช้เพื่อเป็นการลดต้นทุนจากการใช้สารเคมี" ไม่นานปุ๋ยล็อตแรกถูกขายออกไปยังสมาชิกของกลุ่ม จากกระสอบแรก ค่อยๆ เพิ่มจำนวนเป็นสิบเป็นร้อยกระสอบ อันเป็นผลมาจากคุณภาพของสินค้าและกลยุทธ์การตลาดแบบบ้านๆ คือ ใช้ดี...บอกต่อ

Full Photo

Full Photo

Full Photo


"เริ่มจากพวกเราซื้อไปใช้กันเองก่อนจนเป็นที่ยอมรับในเรื่องของคุณภาพ ซึ่งการที่เราซื้อไปใช้กันเอง เงินก็ไม่ได้ไปไหน ก็หมุนเวียนอยู่ในกลุ่มนี่แหละ ทำให้กลุ่มสามารถยืนอยู่ได้" เสรี ฉายภาพการดำเนินงาน ที่วันนี้นอกจากปุ๋ยหมักและดินเพาะเมล็ดแล้ว พวกเขายังเพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้าด้วยการผลิตน้ำหมักชีวภาพสูตรต่างๆ ออกมาจำหน่ายให้แก่เกษตรกรทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ รวมถึงส่งขายให้แก่ร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อเกษตรต่างๆ จนสามารถสร้างรายได้เข้ากลุ่มอย่างเป็นกอบเป็นกำ


"ขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่ช่วยเราทุกอย่าง ทั้งเรื่องการทำบัญชีรายรับรายจ่าย พาไปศึกษาดูงานทุกอย่างที่เราอยากรู้ ช่วยเรื่องการตลาด ทำให้วันนี้กลุ่มมีเงินในบัญชีกว่า 8 แสนบาท สามารถให้สมาชิกของกลุ่มกว่า 60 คน ได้กู้ยืม"


กว่า 5 ปี หลังจากล้มแล้วลุก วันนี้พวกเขายังคงศึกษา เรียนรู้ และเปิดมุมมองใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อก้าวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภค


"ปัจจุบันมีผู้ผลิตปุ๋ยชีวภาพหลายรายทำเป็นปุ๋ยแบบอัดเม็ดออกมาขาย ซึ่งใช้งานง่ายกว่าปุ๋ยแบบเก่า เราเลยหันกลับมามองสินค้าของกลุ่ม ว่าถ้าไม่พัฒนารูปแบบ อีกไม่กี่ปีคงจะขายไม่ได้ เพราะเขาจะบอกว่าซื้อดินไปถมดิน เลยคุยกันว่าอาจจะซื้อเครื่องเพื่อนำมาทำปุ๋ยอัดเม็ด หรือทำเป็นผลิตภัณฑ์แบบอื่น" สถาพร กล่าวทิ้งท้ายถึงแผนการดำเนินงานและความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมให้ชื่อของกลุ่มปลูกผักปลอดภัยสารพิษ บ้านดอนโรง ต้องกลายเป็นตำนานที่ไร้ลมหายใจ