หน้าหลัก

26 เมษายน 2561

เข่งไม้ไผ่สานรักสานใจผู้สูงวัย (Read in English)


การได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าจากสังคมและคนในครอบครัวไม่เพียงทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตใจดีเท่านั้นแต่มีสุขภาพกายดีด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อก็ใดตามที่สมาชิก กลุ่มจักสานบ้านสวนใหม่ ซึ่งเป็นผู้สูงอายุล้วนมีการตั้งวงเพื่อสานเข่งไม้ไผ่ เสียงพูดคุยเคล้าเสียงหัวเราะจะแว่วมาให้ได้ยินอยู่เสมอ


ผู้สูงอายุกลุ่มนี้เป็นผู้ปกครองของเด็กใน โครงการอุปการะเด็ก ของ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ผ่าน โครงการพัฒนาชุมชนฯ คุระบุรี จังหวัดพังงา ได้รับการสนับสนุนให้รวมกลุ่มกันโดยโครงการพัฒนาฯ คุระบุรี ให้ใช้เวลาว่างสร้างรายได้ด้วยการนำต้นไผ่ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่มีอยู่อย่างชุกชุมในชุมชนมาใช้ประโยชน์


“กลุ่มเรามี 17 คน เป็นผู้ชาย 4 คน คนที่อายุมากที่สุด 70 ปี” ธีระยุทธ หัวหน้ากลุ่มจักสานบ้านสวนใหม่ บอกอย่างภาคภูมิใจก่อนจะเล่าถึงความเป็นมาของกลุ่มว่า “มูลนิธิศุภนิมิตฯ พาผมและคนในกลุ่มอีก 6 คนไปดูงานจากกลุ่มที่มูลนิธิศุภนิมิตฯเคยสนับสนุนมาก่อน ไปดูครั้งแรกพอกลับมาความรู้ก็คืนกลับไปให้ครูเลยครับ” ธีระยุทธหัวเราะ


ถึงกระนั้นโครงการพัฒนาฯ คุระบุรี และกลุ่มจักสานบ้านสวนใหม่ก็ไม่ย่อท้อไปศึกษาดูงานอีก 2-3 ครั้ง “เราก็ยังทำกันไม่ค่อยได้นะครับ ในที่สุดต้องเชิญครูมาสอนถึงที่” ธีระยุทธหัวเราะอีกครั้ง “กว่าจะเป็นกันก็ใช้เวลา แล้วฝึกสอนต่อๆ กันครับ เราทำด้วยใจ” เขาเน้นเสียงพูดตอนท้าย


ภายในกลุ่มจะมีการแบ่งงานกันทำตามความแข็งแรงของสรีระ ผู้ชายรับหน้าที่เข้าไปในป่าบ้างในสวนยางบ้างเพื่อตัดต้นไผ่ ซึ่งงานนี้ใช่ว่าจะตัดลำต้นไหนก็ได้ คนตัดต้องมีความชำนาญในการเลือกต้นที่ไม่แก่ไม่อ่อน จากนั้นจะนำไปผ่าออกให้เป็นเส้น ส่วนการสานนั้นก็ทำกันทั้งหญิงและชาย


เข่งไม้ไผ่ของกลุ่มจักสานบ้านสวนใหม่มี 2 ชนิด คือ เข่งปลาเค็ม และเข่งปูดำ โดยในหน้าฝนจะผลิตเฉพาะเข่งปูดำซึ่งมีเหตุผลตามที่ธีระยุทธอธิบายว่า “หน้าฝนเข่งปลาเค็มขายไม่ได้ครับ เพราะไม่มีแดดตากปลาเค็มเค้าจะไม่ซื้อกัน เราก็จะขายเข่งปูดำ วิธีนี้ทำให้เราขายเข่งได้ทั้งปี”

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


โดยเฉลี่ยในแต่ละเดือนกลุ่มสามารถผลิตเข่งไม้ไผ่ได้ 500 – 700 ใบ พ่อค้าจะมาซื้อถึงที่ในราคาใบละ 40 บาท และใน 40 บาทนี้จะถูกหักเป็นเงินของกลุ่ม 2 บาท เป็นค่าบริหารจัดการ 5 บาท และ 33 บาทเป็นของคนสาน ทั้งนี้เพื่อให้สามารถมีเงินหมุนเวียนในการบริหารจัดการกลุ่มได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน “ใครทำมากก็ได้มากครับ” ธีระยุทธบอก


กะละโสม หนึ่งในสมาชิกกลุ่มจักสานบ้านสวนใหม่ วัย 65 ปี และมักเป็นผู้ที่สานเข่งได้มากที่สุดบอกว่า “เดือนหนึ่งมีรายได้ประมาณ 3-4 พันบาท ทำให้เดี๋ยวนี้ไปเอาข้าวสารจากร้านค้ามาก่อนแล้วค่อยจ่ายได้ เค้าเชื่อใจค่ะเพราะเห็นว่าเรามีรายได้แน่นอนแล้ว”


จากนั้นเธอมองไปรอบๆ ยังเพื่อนๆ สมาชิกกลุ่มแล้วพูดแทนทุกคนด้วยรอยยิ้มว่า “ขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ มากค่ะ”