หน้าหลัก

31 พฤษภาคม 2561

กระเป๋าผ้าสร้างสุขปลดหนี้ (Read in English)


การดีไซน์นั้นทำให้ข้าวของเครื่องใช้น่าหยิบจับมากยิ่งขึ้น แต่ว่าการดีไซน์ดีๆ นั้นไม่จำเป็นต้องมาจากนักออกแบบมืออาชีพเสมอไป เช่น นงคราญ ธิมะโน ที่ได้อาศัยทั้งพรสวรรค์และพรแสวงสามารถดีไซน์ให้เป็นสินค้าและเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จขึ้นมาได้


นงคราญ ธิมะโน วัย 53 ปี เล่าว่า “มีพื้นฐานการตัดเย็บเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และก็ชอบออกแบบ คิดอยากทำแพทเทิร์นที่แปลกตา เอาตามสไตล์ที่ชอบ เริ่มจากกระเป๋ารูปทรงทั่วไปก่อน ลองผิดลองถูกจนได้แบบที่ติดตลาด” นงคราญเล่าถึงจุดเริ่มต้นในธุรกิจตัดเย็บกระเป๋าผ้าของกลุ่มตัดเย็บบ้านทุ่งเหล่า จ.เชียงใหม่ ซึ่งมูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้การส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้เกิดความพอเพียงในครอบครัว เริ่มแรกตั้งกลุ่มมีสมาชิกเจ็ดคนซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ปกครองเด็กในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ (พื้นที่ดำเนินงาน โครงการพัฒนาฯ แม่ออน) ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปลูกข้าวโพดและรับจ้างทั่วไป มีรายได้น้อยและมีหนี้สินมาก


“สมาชิกไม่มีจักรเย็บผ้าแบบอุตสาหกรรมในการทำงาน ศุภนิมิตฯ สนับสนุนจักรเย็บผ้ามา 4 หลัง ยอดสั่งผลิตเข้ามาเยอะขึ้น แม่บ้านที่ว่างงานก็สนใจมาดู มาหัดตัดเย็บ” นงคราญ เล่าย้อนความหลังด้วยความภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น


ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มฯ ได้รับความนิยมอย่างมากมียอดสั่งผลิตสูงขึ้นหลายเท่าตัว สมาชิกเพิ่มแบบก้าวกระโดดเป็น 18 คน และเป็น 43 คนในเวลาต่อมา เริ่มมีการออมหุ้นกันคนละหนึ่งร้อยบาท เพื่อขยายงานการผลิต แต่กลุ่มฯ ก็ยังมีปัญหาเงินทุนเพราะในแต่ละเดือนต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนมากกว่าเจ็ดแสนบาทจึงต้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ อีกครั้งในรูปแบบเงินยืมพัฒนาวิสาหกิจชุมชนจำนวนสามแสนบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการผลิต ช่วยให้กลุ่มฯ ผ่านพ้นวิกฤตในช่วงนั้น


“สิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว เราชอบและมีความสุข เราพยายามหาคุณภาพที่ดีที่สุด” นงคราญ เล่าถึงหลักยึดที่ทำให้กลุ่มฯ ทำต่อเนื่องมาได้จนตอนนี้เข้าสู่ปีที่ 25 แล้ว ผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้าได้รับการพัฒนาทั้งการดีไซน์ และการตัดเย็บด้วยฝีมือปราณีตจนได้รับการจดทะเบียนเป็นสินค้าโอทอปการันตีคุณภาพ และยังได้รับตรารับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ ผลิตภัณฑ์ของนงคราญที่ผลิตสู่ตลาดมีทั้ง กระเป๋าผ้ารูปทรงต่างๆ กระเป๋าเป้ใบเล็ก กระเป๋าเป้ใบใหญ่ และถุงย่ามนกฮูก ฯลฯ และผลิตให้กับมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อจำหน่ายภายใต้แบรนด์สินค้า “ณ ชุมชน”

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


นอกจากนี้กลุ่มฯ ยังได้รับการอบรมเรื่องบริหารจัดการกลุ่มทำให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและเข้มแข็ง สมาชิกที่เคยว่างงานต่างมีรายได้จากส่วนแบ่งการทำงานคนละหกพันถึงหนึ่งหมื่นบาทต่อเดือน รายได้ที่เพิ่มขึ้นช่วยปลดหนี้สินของสมาชิกแต่ละคนทำให้ทุกวันนี้สามารถอยู่พอเพียงและมีความสุข


“หมดหนี้แล้วค่ะ ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากศุภนิมิตฯ คงไม่มีวันยืนหยัดได้อย่างวันนี้” นงคราญ ธิมะโน ประธานกลุ่มฯ ยิ้มแย้มพูดต่อว่า “น้องหญิงลูกสาวคนโตได้รับความช่วยเหลือตั้งแต่เรียน ป.5 ตอนนี้เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ขอบคุณผู้อุปการะและศุภนิมิตฯ มากค่ะ”