หน้าหลัก

28 มกราคม 2562

สนามเด็กเล่นแนวธรรมชาติ ดึงการมีส่วนร่วมของชุมชน เสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Read in English)


การจัดสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาระดับปฐมวัยมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็กเป็นอย่างมาก เนื่องจากธรรมชาติของเด็กในวัย 3-6 ปี เป็นช่วงวัยที่มีความสนใจที่จะเรียนรู้ ต้องการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว ซึ่งเด็กสามารถเรียนรู้ได้จากการเล่น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาเด็กอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท โบอิ้ง จำกัด (มหาชน) สนับสนุน ‘สนามเด็กเล่นแนวธรรมชาติ’ เพื่อช่วยพัฒนาเสริมศักยภาพเด็กให้เป็นไปตามธรรมชาติการเรียนรู้ของสมองและเติบโตตามวัย ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสังคม ให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 11 แห่ง และโรงเรียน 13 แห่ง ในพื้นที่โครงการพัฒนาฯ หนองฮี จ.ร้อยเอ็ด และ โครงการพัฒนาฯ เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ โดยบูรณาการความร่วมมือทั้งกับครู ผู้บริหารสถาน ศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงานรัฐ เพื่อร่วมกันพัฒนาความพร้อมและส่งเสริมพัฒนาการให้เด็กยากไร้ในพื้นที่ห่างไกล ภายใต้ ‘โครงการรากฐานแห่งการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย’


สนามเด็กเล่นแนวธรรมชาติเป็นการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับนวัตกรรมทางการศึกษา โดยคำนึงถึงปัจจัยที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความปลอดภัย ด้านความสะดวกสบาย ด้านความสนุกสนาน และด้านการดูแลรักษา ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ทั้งพัฒนาการทางด้านการเคลื่อนไหวของ ร่างกายทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ พัฒนาการด้านอารมณ์ และพัฒนาการด้านพฤติกรรมทางสังคม การเล่นในรูปแบบต่างๆ อย่างอิสระยังเป็นการส่งเสริมการใช้จินตนาการ ทำให้เด็กมีจิตใจอ่อนโยนและรักสิ่งแวดล้อมด้วย


สนามเด็กเล่นแนวธรรมชาติ สามารถสำเร็จได้ด้วยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ทั้งการวางแผน การออกแบบร่วมกัน รวมถึงการแบ่งปันทรัพยากร ทั้งงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ และแรงงานเพื่อสร้างสนามเด็กเล่นให้กับลูกหลานของตนเอง


และเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการส่งมอบสนามเด็กเล่นโดยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิศุภนิมิตฯ และบริษัทโบอิ้งฯ ให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนในพื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ หนองฮี จ.ร้อยเอ็ด และ โครงการพัฒนาฯ เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ โดยมี ดร.บรรจงเศก ทรัพย์โสภา ผู้อำนวยการฝ่าย การตลาดและระดมทุน มูลนิธิศุภนิมิตฯ เป็นตัวแทนส่งมอบ พร้อมเยี่ยมชมสนามเด็กเล่นที่ โรงเรียนขวาว และ โรงเรียนวารีสีสุก โดยมีครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้ปกครอง และนักเรียนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ในโอกาสนี้ตัวแทนจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุน ยังได้นำเสนอ ผลการดำเนินงานสนามเด็กเล่นพร้อมแบ่งปันประสบการณ์การมีส่วนร่วมของชุมชนด้วย


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


“สนามเด็กเล่นแบบเดิมนั้น เครื่องเล่นจะเป็นแบบเหล็กบ้าง พลาสติกบ้าง เป็นแบบสำเร็จรูป มีอายุการใช้งาน พอชำรุดทรุดโทรมก็ไม่สามารถซ่อมแซมใช้ต่อได้ แต่สนามเด็กเล่นแบบธรรมชาติ โรงเรียนและชุมชนของเราสามารถหาไม้หาเชือกมาเปลี่ยนทดแทนได้ เพราะเป็นทรัพยากรที่หาได้ในท้องถิ่น เอาแค่แรงกับภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาช่วยกัน ขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ และ บริษัทโบอิ้ง ที่เข้ามาจุดประกาย ส่วนโรงเรียนและชุมชนจะสานต่อและต่อยอดต่อไป เพื่อประโยชน์และอนาคตของลูกหลานพวกเรา” ครูบุญทัน เรืองมนตรี ครูชั้นอนุบาล โรงเรียนบ้านดูกอึ่งศรีเจริญ จ.ร้อยเอ็ด ยิ้มกล่าว


ด.ญ.ปริ่มประภา หรือ น้องหญิง นักเรียนชั้นอนุบาล 3 อายุ 6 ขวบ บอกด้วยความตื่นเต้นว่า “หนูชอบเล่นบ้านสไลด์เดอร์กับชิงช้าค่ะ เล่นกับเพื่อนทุกวันเลย หนูชอบสนามเด็กเล่นของโรงเรียน อยากมาโรงเรียนทุกวันค่ะ”


เช่นเดียวกับ ด.ช.เจษฎา หรือ น้องตั๋ง นักเรียนชั้นอนุบาล 3 อายุ 6 ขวบ บอกด้วยน้ำเสียงอย่างร่าเริงว่า “ผมชอบเล่นปีนเชือกและโหนเชือกครับ บางทีก็เล่นวิ่งไล่จับกับเพื่อน สนุกมากครับ ทำให้ผมแข็งแรงด้วยครับ”