หน้าหลัก

20 กันยายน 2559

ต้นกาแฟสนับสนุนความอยู่ดีของโต้ง (Read in English)


จุดที่ฉันยืนอยู่มองไปเบื้องหน้าเห็นวิวแบบพาโนรามาของเทือกเขาสลับซับซ้อนไกลสุดสายตา บ้านหลังน้อยของชาวบ้านตั้งเรียงรายอยู่ในหุบเขามีไร่ข้าวโพด และกะหล่ำปลีจำนวนหนึ่งที่ชาวบ้านปลูก แม้เป็นเวลาเที่ยงวันอากาศยังเย็นสบาย ตลอดเนินดินลูกรังทางซ้ายและขวาที่ฉันเดินไต่ระดับขึ้นไปนั้น ต้นกาแฟอาราบิก้าถูกปลูกไว้เป็นทิวแถวเมล็ดกาแฟสุกปลั่งสีแดง สีส้ม และสีเหลืองร้อยเรียงเป็นพวงอยู่ตามกิ่งแทรกตัดอยู่กับใบสีเขียวเข้มของต้นกาแฟ บริเวณเดียวกันมีต้นพลัมถูกปลูกแซมไว้รวมกับต้นกาแฟ

ฉันและเอมอร เจ้าหน้าที่โครงการ ฯ ตับเต่า หยุดเดินเมื่อถึงบ้านปูนชั้นเดียวขนาดเล็กที่สร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย ด้านในบ้านโล่งมีเครื่องเรือนน้อยชิ้นห้องนอนถูกกั้นแบ่งพื้นที่อย่างง่าย ๆ

“โต้ง” หรือ เด็กชายชยุตพงศ์ อายุ 10 ปี อาศัยอยู่กับพ่อ แม่ และน้องชายที่หมู่บ้านชนบทแวดล้อมด้วยเทือกเขาในอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ที่นี่ชาวบ้านมีฐานะยากจนปลูกกะหล่ำปลี และข้าวโพดก็ได้ผลน้อยเพราะขาดแคลนน้ำและความแห้งแล้ง อีกทั้งเมื่อขายผลผลิตก็ได้ราคาต่ำสวนทางกับที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงจึงขาดทุนและมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พ่อศุภชัยและแม่นากั๋วของโต้งปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แต่รายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงครอบครัวลูก 4 คน มีรายได้ประมาณปีละ 30,000-40,000 บาท หักใช้หนี้สินและลงทุนรอบใหม่แล้วแทบไม่เหลือเงินสมาชิกครอบครัวจึงต้องอดมื้อกินมื้อ ยามเจ็บป่วยก็ต้องทนให้หายเอง

“โต้ง” เป็นเด็กร่าเริงชอบซักถามรักการเรียน ขยันช่วยงานบ้าน และดูแลน้องได้ดี” แม่นากั๋ว เล่า วงจรหนี้สินไม่รู้จบนำพาสถานการณ์ที่ยากลำบากมาสู่ครอบครัวโต้ง พวกเขาไม่มีอาหารเพียงพอไม่มีเงินไปหาหมอยามเจ็บป่วย ไม่มีชุดนักเรียน รองเท้า ขาดแคลนเสื้อกันหนาว และผ้าห่มกันหนาวเมื่อถึงฤดูหนาว เด็กชายอาจต้องทิ้งการเรียนหนังสือที่เขารัก

แต่มันไม่ควรเป็นแบบนั้นโอกาสครั้งใหม่เกิดขึ้นกับเด็กชายอีกครั้ง เมื่อเขาเรียนอยู่ชั้นป. 1 โต้งได้เข้าสู่โครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิต ฯ ครอบครัวของเขาได้รับการช่วยเหลือ “ผมดีใจมากที่มีชุดนักเรียนใส่ไปโรงเรียนทุกวัน ขอบคุณมากครับ อุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ และผ้าห่มช่วยได้มาก ผมฝันมาตั้งนานแล้วไม่เคยคิดว่าจะมีชุดนักเรียนเหมือนกับเด็กคนอื่น ผมชอบไปโรงเรียนมากที่สุด” โต้งพูดด้วยความเบิกบานใจ

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


เด็กชายมักเดินเท้าพร้อมกับเพื่อน ๆ ในหมู่บ้านไปโรงเรียนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก ที่โรงเรียนเขาชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์มากที่สุด เด็กชายยังมีพรสวรรค์ทางกีฬาฟุตบอลและตะกร้อ โต้งคิดว่าโตขึ้นเขาอยากเป็นทหารรับใช้ชาติ

นอกจากนี้โครงการ ฯ ให้การอบรม และมอบต้นกาแฟอาราบิก้าให้ครอบครัวนำไปปลูกเพื่อเพิ่มรายได้ โดยศุภชัยได้รับต้นกล้ากาแฟจำนวน 180 ต้น เขาปลูกมันบนเนื้อที่ 2 ไร่ของป่าชุมชน กาแฟเป็นพืชที่นิยมปลูกใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่จึงเป็นการช่วยรักษาป่าและสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติอีกทางหนึ่ง เขาได้นำความรู้เรื่องดูแลบำรุงรักษาต้นกาแฟเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ การเก็บเกี่ยวและการแปรรูปที่ได้รับส่งเสริมจากโครงการ ฯ มาทำอย่างจริงจัง และทดลองเพาะขยายพันธุ์ต้นกล้าซึ่งศุภชัยรู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยรักษาป่าต้นน้ำ

แม่นากั๋วไม่เคยนึกถึงวันที่เธอมีต้นกาแฟอาราบิก้าที่ทำเงินให้ครอบครัวเป็นกอบเป็นกำ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเธอและสามีเก็บกาแฟขายนำเงินมาใช้จ่ายประจำวันซื้อเสื้อผ้าให้ลูก และเก็บออมเงินไว้ใช้ยามจำเป็น ชีวิตของเด็กชายและครอบครัวเปลี่ยนแปลงดีขึ้นนับแต่นั้น

“ปลูกกาแฟช่วยครอบครัวผมได้เยอะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องรู้สึกดีใจจริง ๆ ที่มีโครงการนี้ช่วยครอบครัวผมอยู่ดีกินดีขึ้น ชุมชนเองก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการรวมกลุ่มปลูกกาแฟ” ศุภชัยเล่าต่อ “พวกเรามีความสุขตั้งใจเก็บเงินฝากธนาคารไว้ให้ลูกทั้ง 4 คนเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี” ศุภชัย พูดพร้อมยิ้มกว้าง

ด้วยการสนับสนุนจากผู้อุปการะเด็ก มูลนิธิศุภนิมิต ฯ ยังคงทำงานในชุมชนของโต้งเพื่อปรับปรุงวิถีทำการผลิตเกษตรกรรมอาหาร น้ำสะอาดทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการอนามัยพื้นฐาน และการศึกษาให้ทั่วถึงทุกคน