หน้าหลัก

24 พฤษภาคม 2559

แตงกวาน้ำหยดพาพ่อกลับบ้าน (Read in English)


แตงกวาน้ำหยดพาพ่อกลับบ้าน

เมื่อต้องห่างกันไกลความห่วงใยเป็นความรู้สึกที่สมาชิกในครอบครัวมีให้กันและกัน ทองอ่อนและทองวันคู่สามีภรรยาก็เคยมีความรู้สึกเช่นนี้ แต่เป็นเวลาเกือบสิบปีแล้วที่ทองวันไม่ต้องนั่งนับวันรอวันที่ทองอ่อนผู้เป็นสามีกลับบ้านจากการไปรับจ้างแรงงาน และทองอ่อนก็ไม่ต้องนับวันที่จะได้กลับไปเจอหน้าลูกเมีย ขอบคุณการสนับสนุนของศุภนิมิตฯ สำหรับการทำสวนแตงกวาน้ำหยด ทำให้ครอบครัวนี้มีรายได้เพียงพอ


จำใจจากบ้าน

ทองอ่อนและทองวันมีฐานะยากจนเหมือนชาวนาส่วนใหญ่ ผืนนาที่ทั้งสองใช้ทำมาหากินเป็นพื้นที่ลุ่มกว่าบริเวณใกล้เคียง ทำให้ต้นข้าวที่ปลูกได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเสมอ ซึ่งส่งผลให้ผลผลิตข้าวที่ได้มีปริมาณพอแค่สำหรับรับประทานในครอบครัว ทองอ่อนในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบการหารายได้มาจุนเจือครอบครัวไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากไปรับจ้างทำงานก่อสร้างบ้าง ตัดอ้อยบ้างในต่างจังหวัดหลังหน้านาทุกปี


“ผมก็เป็นห่วงครอบครัวนะครับ เพราะสมัยสิบกว่าปีก่อนแถวนี้ยังห่างไกลความเจริญ แล้วลูกๆ ก็ยังเล็ก ต้องให้แม่ของแฟนมาอยู่เป็นเพื่อน” ทองอ่อนเล่า

ด้วยพื้นที่ไกลปืนเที่ยงเป็นพื้นที่เป้าหมายในการทำงานของศุภนิมิตฯ โครงการพัฒนาชุมชนเป็นพื้นที่แบบพึ่งตนเองและยั่งยืนนิมิตรวมใจจึงได้เข้าไปดำเนินงานพัฒนาในหมู่บ้านที่ครอบครัวของทองอ่อนอาศัยอยู่และอีก 37 หมู่บ้านใน 3 ตำบลของอำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด


แตงกวาในผืนนา

ครอบครัวของทองอ่อนและทองวันได้รับความช่วยเหลือจากโครงการฯ นิมิตรวมใจในเบื้องต้นด้านการศึกษาของลูกชายคนโตและลูกสาวคนกลาง ต่อมาได้รับการอบรมการเพาะเห็ดฟางเพื่อเป็นอาชีพเสริม ในระหว่างนั้นทองอ่อนทราบข่าวว่าที่หมู่บ้านใกล้เคียงมีการปลูกแตงกวาน้ำหยดและสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จึงรวมกลุ่มกับชาวบ้านที่สนใจไปขอการสนับสนุนจากโครงการฯ นิมิตรวมใจ หลังจากที่ได้รับการอบรมความรู้และไปศึกษาดูงาน ตลอดจนได้รับอุปกรณ์พร้อมกับเมล็ดพันธุ์แล้ว ทองอ่อนและทองวันได้ช่วยกันปรับพื้นที่นาส่วนหนึ่งขึ้นเป็นร่อง ติดตั้งระบบท่อน้ำหยด คลุมแปลงด้วยพลาสติกแล้วเจาะหลุมหยอดเมล็ดพันธุ์ ปักไม้ไผ่ขึงตาข่ายเพื่อให้ต้นแตงกวาเลื้อยขึ้นไป และประมาณ 30-35 วัน ผลแตงกวารอบแรกก็โตพอให้ทองอ่อนและทองวันได้เก็บเกี่ยว และมีผลให้เก็บไปเรื่อยๆ อีกประมาณ 1 เดือน


“เวลาเก็บแตงกวาทุกคนในครอบครัวจะช่วยกัน เราจะสอนลูกว่าถ้ามีงานต้องช่วยกัน ผมจะตื่นตี 3 มาเก็บแตงกวากองไว้ ภรรยาผมหลังจากทำงานบ้านเสร็จประมาณ 6 โมงก็จะตามไปที่สวนกับลูกๆ เอาแตงกวาใส่ถุงรอพ่อค้าแม่ค้ามาซื้อ” ทองอ่อนเล่า เนื่องจากแตงกวาเป็นพืชที่ให้ผลผลิตเร็วและเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ทองอ่อนมองเห็นหนทางของอาชีพที่สดใส จึงตัดสินใจปรับพื้นที่นาอีกส่วนหนึ่งให้เป็นสวนแตงกวา เพื่อจะได้ทำการปลูกแตงกวาขณะที่พื้นที่ที่เก็บเกี่ยวไปแล้วกำลังพักดิน


“ปีหนึ่งผมจะปลูก 2 ครั้ง ผมชอบปลูกตอนหน้าฝน เพราะช่วงนั้นคนส่วนใหญ่เค้าทำนากัน ผลผลิตแตงกวาจะมีไม่มาก แต่ความต้องการของตลาดยังเหมือนเดิมทำให้ได้ราคาดี แล้วก็ปลูกอีกครั้งหลังหน้านาครับ” ทองอ่อนบอก

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ครอบครัวชื่นมื่น

เมื่อสวนแตงกวาน้ำหยดสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอให้กับครอบครัวของทองอ่อน ทองอ่อนก็ไม่จำเป็นต้องพรากจากลูกเมียอีกต่อไป “ถ้าไม่มีศุภนิมิตฯ เข้ามาช่วยก็คงไม่ได้ปลูกแตงกวา เพราะในตอนนั้นถ้าให้ซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เองก็ซื้อไม่ได้ไม่มีเงิน” ทองอ่อนพูด และสำหรับลูก 2 คนที่ได้รับการอุปการะด้านการศึกษาจากศุภนิมิตฯ ปัจจุบันเรียนจบปริญญาตรีและมีอาชีพประกอบ โดยลูกชายคนโตรับราชการทหารอากาศ ส่วนลูกสาวคนเล็กเป็นพนักงานธนาคารกรุงไทย “ผมดีใจมากที่เห็นลูกรับผิดชอบตัวเองได้ในวันนี้ เค้าส่งเงินมาให้พ่อแม่ทุกเดือน” ทองอ่อนพูดด้วยรอยยิ้ม