หน้าหลัก

24 กันยายน 2561

ไก่ไข่อารมณ์ดีที่โรงเรียนกาญจนดิษฐ์ (Read in English)


เสียงเพลงเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ช่วยให้เราสามารถผ่อนคลายอารมณ์และเติมความสุขให้ชีวิต ผลการวิจัยหลายงานยืนยันตรงกันว่าเพลงที่โดนใจให้ผลเชิงบวกทั้งสิ้น ถึงแม้เพลงแต่ละแนวจะส่งผลทางอารมณ์ของแต่ละคนแตกต่างกัน ด้วยเหตุผลนี้ได้จุดประกายให้ อาจารย์สมร เชื่อมกระโทก ครูโรงเรียนกาญจนดิษฐ์ ใช้เสียงเพลงในการเลี้ยงไก่ไข่ในโรงเรือนของโรงเรียน เพื่อให้พวกมันอารมณ์ดีและออกไข่เยอะๆ ว่าแต่อาจารย์จะรู้ได้อย่างไรว่าไก่ที่ร้องกุ๊กๆ ชอบเพลงแนวไหน


“ผมเปิดเพลงป๊อบบ้าง เพลงลูกทุ่งบ้าง เปิดทุกแนวครับ แนวไหนพวกมันฟังได้หมดครับ” อาจารย์สมร ซึ่งดูแลการเลี้ยงไก่ไข่บอกด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ


ไก่ที่แสนโชคดี 76 ตัวในโรงเรือนของ โรงเรียนกาญจนดิษฐ์ ได้รับการสนับสนุนจาก โครงการพัฒนาฯ กาญจนดิษฐ์ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ให้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน อาจารย์สมรบอกที่มาที่ไปว่า “โรงเรียนไม่เคยเลี้ยงไก่เลยครับ แม้เราจะมีโครงการอาหารกลางวัน นี่เป็นครั้งแรก เราเขียนโครงการไปยังมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพราะโรงเรียนมีชมรมศาสตร์พระราชาและต้องการให้นักเรียนได้เพิ่มทักษะการเรียนรู้”


ถึงจะเป็นมือใหม่แต่อาจารย์สมรตั้งใจจริง ดังนั้นทุกๆ เช้าก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติเสียงเพลงจะแว่วดังมาจากโรงเรือนเลี้ยงไก่ทันทีเมื่ออาจารย์สมรปรากฎกายที่นั่น เพื่อกำกับการให้อาหารและน้ำของนักเรียน จากนั้นเสียงร้องกุ๊กๆ ก็จะเริ่มดังเซ็งแซ่คลอเสียงเพลง


เช้านี้อาจารย์สมรมี แพร และ บีม นักเรียนชั้น ม.2 ซึ่งอยู่ใน ชมรมศาสตร์พระราชา มาช่วยให้อาหารและน้ำรวมถึงเก็บไข่ และในเวลาเที่ยงเด็กทั้งสองคนก็จะมาทำหน้าที่นี้อีกครั้งหนึ่ง


“ให้ 2 ครั้งต่อวันค่ะ” แพรพูดขณะใส่อาหารไก่ลงในภาชนะ“ ที่บ้านหนูก็เลี้ยงไก่ค่ะ หนูเอาความรู้ที่ได้จากโรงเรียนไปใช้ด้วยค่ะ”


ด้วยความเอาใจใส่ทำให้ไก่ออกไข่เพิ่มขึ้นทุกวัน ไข่เหล่านี้อาจารย์สมรจะขายทางไลน์ฟองละ 2.50 บาท ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นครูและผู้ปกครองนักเรียน และบางครั้งแม่ค้าจะมาซื้อถึงโรงเรียน


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


“รายได้จากการขายไข่ โรงเรียนจะให้นักเรียนที่รับผิดชอบงานเลี้ยงไก่ 50 สตางค์ต่อฟอง ส่วน 2 บาทเอาเข้ากองทุนโรงเรียนเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหาเรื่องไม่มีค่าอาหารบ้าง ไม่มีค่าเสื้อผ้าบ้างครับ แล้วเวลาที่โรงเรียนจัดค่ายลูกเสือก็จะนำไข่ที่นี่ไปทำอาหารให้นักเรียนทานในค่ายครับ” อาจารย์สมรชี้แจง


ส่วนการดูแลไก่ในช่วงปิดภาคเรียน อาจารย์สมรจะมอบหมายให้นักเรียนที่บ้านอยู่ใกล้โรงเรียนที่สุด 1 คนเป็นให้อาหารให้น้ำ และเก็บไข่ไปขายที่ตลาดนัดโรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ โดยจะมีค่าตอบแทน 680 บาท


“ตัวผมชอบโครงการนี้นะครับ นักเรียนได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง ต้องขอบคุณมากๆ สำหรับการสนับสนุนครับ” อาจารย์สมรพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปปรับเสียงเพลงให้ดังขึ้นอีกนิด