หน้าหลัก

4 ตุลาคม 2559

ฟอร์ดจับมือศุภนิมิตฯ ปรับปรุงโรงเรียนและบ้านผู้สูงอายุที่ระยอง (Read in English)


มร.อังเดร คาวาลาโร่ ผู้จัดการโรงงานฟอร์ด ประเทศไทย และคุณสุขกมล โสภาโชติ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย พร้อมด้วยอาสาสมัครฟอร์ดจำนวนกว่า 200 คน ได้ปรับปรุงโรงเรียนบ้านคลองกรำ และบ้านคุณตาไมค์และคุณยายอัมพร ที่จังหวัดระยอง เนื่องในวาระโอกาสเดือนแห่งความห่วงใย 2016 (Global Month of Caring 2016) ภายใต้ความร่วมมือจากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย นำโดย ดร.บรรจงเศก ทรัพย์โสภา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและระดมทุน และคุณนุสสร สอนใหม่ ผู้อำนวยการโรงเรียน ที่เข้าร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ณ โรงเรียนวัดคลองกรำ จังหวัดระยอง เมื่อเร็วๆ นี้

คุณสุขกมล กล่าวถึงเดือนแห่งความห่วงใยว่า เป็นโครงการเพื่อสังคมของฟอร์ดทั่วโลก ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้คนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น “สำหรับฟอร์ด ประเทศไทย เน้นเรื่องการปรับปรุงโรงเรียน เพื่อช่วยให้เด็กเรียนหนังสือได้อย่างเต็มที่ ตลอดจนช่วยเหลือชุมชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับโรงงานฟอร์ดที่ระยอง จึงนำมาสู่การปรับปรุงบ้านของผู้สูงอายุ คุณตาไมค์และคุณยายอัมพร ที่ปัจจุบันอยู่ในสภาพทรุดโทรม”

ภายในงานทีมอาสาสมัครฟอร์ดได้แบ่งกลุ่มเพื่อทำกิจกรรม โดยมีมูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้การสนับสนุนด้านอุปกรณ์และการประสานงาน โดยกลุ่มที่ 8 ทำการซ่อมแซมบ้านคุณตาและคุณยาย ในขณะที่กลุ่ม 1-7 ทำกิจกรรมตามฐานต่างๆ ในโรงเรียนบ้านคลองกรำ อาทิเช่น ปรับปรุงภูมิทัศน์หน้าโรงเรียน โรงอาหาร และสนามเด็กเล่น รวมถึงปลูกต้นมะนาว ทาสีสนามวอลเล่ย์บอล และศาลา อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากเด็กๆ เป็นอย่างมาก คือการสร้างเครื่องเล่นโดยใช้ยางรถยนต์รีไซเคิลเป็นวัสดุหลัก ภายใต้หลักการ Brain Based Learning (BBL) ซึ่งกระตุ้นพัฒนาการของเด็กด้วยวิธีการเสริมสร้างประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียน

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ถึงแม้โรงเรียนบ้านคลองกรำจะมีนักเรียนทั้งหมด 245 คน แต่นักเรียนคนแรกที่ได้ขึ้นไปปีนป่ายบนเครื่องเล่นยางคือ ด.ช.เต อายุ 8 ปี ซึ่งเขาเล่าให้ฟังว่า “ผมชอบเล่น สนุกดีครับ ตอนเที่ยงผมจะชวนเพื่อนๆ มาเล่นด้วยกัน”

มร.อังเดร หัวหน้าทีมประกอบเครื่องเล่น BBL กล่าวเสริมว่า “สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ฟอร์ดทำในวันนี้ สามารถช่วยให้เด็กและชุมชนมีชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว ผมดีใจที่ได้เห็นเด็กๆ ยิ้มแย้ม และหวังว่าจะได้ทำกิจกรรมแบบนี้ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ ต่อไป”