หน้าหลัก

8 กันยายน 2559

‘เจนวาย’ กับ ‘การแพทย์แผนไทย’ ความต่างที่เข้ากันได้ดี (Read in English)


ถ้าให้จับคู่คำเข้าพวก โอกาสที่คำว่า ‘เจนวาย (Gen Y)’ และ ‘การแพทย์แผนไทย’ จะถูกจับให้มาคู่กันคงมีเพียงน้อยนิด เพราะความหมายของคำทั้งสองนั้นให้ความรู้สึกที่ต่างกันสุดขั้ว เจนวาย หมายถึง คนรุ่นที่โตมาพร้อมกับเทคโนโลยีไอที ส่วนการแพทย์แผนไทยเป็นวิชาแพทย์แผนโบราณที่คู่กับคนไทยมานับเป็นร้อยเป็นพันปี แต่คนรุ่นเจนวายที่ชื่อ ‘แอน’ คนนี้ เธอเลือกจับการแพทย์แผนไทยให้เป็นคู่ร่วมเดินไปบนเส้นทางสู่อนาคต

แอนเป็นลูกชาวนาในจังหวัดทางภาคอีสานที่มีฐานะยากจน ตั้งแต่เล็กเธอต้องช่วยพ่อแม่ทำนาและทำงานบ้านทุกอย่าง วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังล้างจาน มีเสียงประกาศจากผู้ใหญ่บ้านให้เด็กๆ ไปถ่ายรูปเพื่อทำประวัติสำหรับเข้ารับการอุปการะด้านการศึกษาจากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ซึ่งได้เข้าไปดำเนินงานพัฒนาในหมู่บ้านของเธอผ่านโครงการพัฒนาชุมชนเป็นพื้นที่แบบพึ่งตนเองและยั่งยืนนาสีนวล เธอหยุดล้างจานทันทีแล้วรีบไปบอกแม่

“แอนรู้ว่ามันหมายถึงอะไร เพราะเพื่อนของแอนบางคนเค้าได้รับการอุปการะแล้วแต่แอนยังไม่ได้ แอนอยากได้รับการอุปการะ ตอนนั้นแอนเรียนอยู่ชั้น ป.3ค่ะ” แอนเล่า

แอนได้เป็นเด็กในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยสมความปรารถนา เธอมีชุดนักเรียนใหม่ใส่ และมีอุปกรณ์การเรียนใหม่ใช้ทุกเทอมเหมือนเพื่อนๆ โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องขวนขวายหาเงินมาซื้อให้อีกต่อไป อีกทั้งยังได้รับความห่วงใยจากใครคนหนึ่งที่ไม่ใช่คนในครอบครัว

“ในจดหมายของน้าโอปอล์ (ผู้อุปการะ) ที่เขียนถึงแอน เกือบทุกฉบับจะต้องบอกให้แอนเป็นคนดีของสังคม ให้ตั้งใจเรียนเป็นอนาคตของชาติ แอนยังเก็บไว้ทุกฉบับค่ะ แล้วก็ส่งตุ๊กตา ตัวต่อบ้านสามมิติ หนังสือนิทานมาให้แอนด้วย แอนจำได้ว่าตอนได้รับหนังสือพระมหาชนกแอนชอบมาก แอนใช้เวลาอ่าน 1 เดือนแน่ะ ตอนนั้นแอนยังเด็กไม่รู้ว่าต้องอ่านยังไง แอนไปถามแม่ ตอนนี้ของทุกอย่างก็ยังอยู่ค่ะ” แอนเล่า

และแอนยังเล่าว่าเธอเคยคิดอยากทำงานเป็นแม่บ้านเมื่อโตขึ้น แต่หลังจากที่ได้เข้าค่ายพัฒนาศักยภาพร่วมกับเด็กที่ได้รับการอุปการะคนอื่นๆ ตลอดจนได้ไปทัศนศึกษาเพื่อเปิดโลกทัศน์ เธอเริ่มเปลี่ยนความคิดและดึงเอาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ออกมา จนเป็นเด็กในความอุปการะที่มีความโดดเด่นของโครงการพัฒนาชุมชนเป็นพื้นที่แบบพึ่งตนเองและยั่งยืนนาสีนวล ทำให้ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของเด็กทั้งหมดกล่าวขอบคุณผู้อุปการะในกิจกรรมวันเด็กพบผู้อุปการะ นอกจากนี้ยังได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่พี่เลี้ยงในค่ายกิจกรรมของโครงการฯ นาสีนวลอีกหลายครั้ง

“ตอนนั้นแอนอยากเรียนถึงระดับด็อกเตอร์ แล้วแอนก็พูดให้เพื่อนฟังบ่อยๆ จนเพื่อนพากันเรียกแอนว่าด็อกเตอร์ (หัวเราะ)”

Full Photo

Full Photo

Full Photo


แอนมีความฝันหลากหลายในช่วงเวลาที่เธอกำลังเติบโต เธอเล่าว่าบางช่วงเธออยากเป็นหมอ บางช่วงอยากเป็นครู “มีอยู่ช่วงหนึ่งแอนเขียนจดหมายถึงน้าโอปอล์บอกว่าอยากเป็นพยาบาล น้าโอปอล์ส่งจดหมายตอบกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับส่งรูปมาให้ด้วย ทำให้แอนได้รู้ว่าผู้อุปการะของแอนเป็นพยาบาล ซึ่งก่อนหน้านั้นแอนเคยไม่รู้เลย (ยิ้ม) แล้วยังส่งข้อมูลว่าที่โน่นที่นี่เปิดรับนักศึกษาพยาบาลมาให้แอนอีกเยอะแยะเลย”

แล้วเวลาที่ต้องตัดสินใจเลือกทำฝันใดฝันหนึ่งให้เป็นจริงก็มาถึงเมื่อแอนเรียนชั้นม.6 “แอนตัดสินใจเลือกเรียนแพทย์แผนไทยหลังจากได้เข้าฟังการแนะแนว ที่แอนสนใจเพราะเค้ามีทุนให้และพอจบแล้วมีงานทำร้อยเปอร์เซนต์ อีกอย่างแอนเป็นคนชอบต้นไม้ด้วย”

แอนเรียนการแพทย์แผนไทยที่วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธรจังหวัดยะลาในฐานะนักศึกษาโควต้าของสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่แอนต้องอยู่ไกลบ้านโครงการฯ นาสีนวลยังคงดูแลเธอผ่านทางครอบครัวของเธอ ด้วยการสนับสนุนให้เลี้ยงหมูและเลี้ยงวัวเพื่อเป็นรายได้เสริม

“เวลาแอนกลับบ้านตอนปิดเทอม แอนจะไปเกี่ยวหญ้าให้วัวกิน แล้วหมูของแอนก็จะตัวสีชมพูเพราะแอนอาบน้ำให้มัน เปิดเพลงให้มันฟังด้วย หน้าร้อนแอนจะเอาน้ำแข็งให้มันกิน” แอนเล่าไปยิ้มไปอย่างมีความสุข

แอนเรียนจบด้วยผลการเรียนที่เธอบอกว่า “อยู่ในระดับดีค่ะ” และปัจจุบันเธอทำงานในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขแพทย์แผนไทย ที่โรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม

“วันนี้แอนอยากขอบคุณน้าโอปอล์ที่คอยดูแลตั้งแต่เด็กจนมีอนาคต มีงานทำค่ะ แอนเขียนจดหมายถึงน้าโอปอลบอกว่าแอนเรียนจบแล้วทำงานแล้ว น้าโอปอลบอกให้แอนถ่ายรูปส่งไปให้ แอนให้เพื่อนช่วยถ่ายและส่งไปแล้วค่ะ” แอนพูดด้วยรอยยิ้ม