หน้าหลัก

02 พฤศจิกายน 2561

ห้องเรียนปัตตาเลี่ยน ไถทางสร้างอาชีพ (Read in English)


วัยรุ่น วัยวุ่นที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่รวดเร็วในปัจจุบัน บางคนค้นพบตนเองในทางที่ถูกต้อง แต่ก็มีวัยรุ่น หรือเยาวชนอีกจำนวนมากที่ขาดพร่องทักษะชีวิตนำไปสู่การเบนเข็มทางเดินชีวิตไปในหนทางที่มัวหม่น หันเหไปในทางที่ผิด ที่นำพาพวกเขาสู่ความไม่มั่นคง ความไม่ปลอดภัย และชีวิตที่เปราะบาง การพัฒนาต้นทุนชีวิตเยาวชนเชิงบวก (Positive Youth Development) จึงเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นหัวใจสำคัญที่ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย มุ่งเน้น เพื่อให้พวกเขาเติบโตสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งและเป็นคนดี สามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวต่อไปในอนาคต


สำหรับ ตี๋-ณรงค์ฤทธิ์ เด็กหนุ่มวัย 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 เขาค้นพบ ‘ต้นทุนชีวิต’ จากห้องเรียนปัตตาเลี่ยน กิจกรรมฝึกทักษะอาชีพช่างตัดผม ของ โรงเรียนบ้านป่าวิไล ที่ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิศุภนิมิตฯ โดย โครงการพัฒนาฯ โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ที่นอกจากช่วยเสริมหล่อและความมั่นใจแล้ว ยังเป็นช่องทางในการประกอบอาชีพหากเขาไม่ได้เรียนต่อในระดับที่สูงกว่านี้ด้วย


“พี่ๆ มูลนิธิศุภนิมิตฯ มาทำกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพในชั่วโมงลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ครับ มีคุณน้าใจดีในชุมชนมาช่วยสอนตัดผมให้กับนักเรียนชั้น ม.1-ม.3 โดยเริ่มจากเอาผ้าขนหนูมาคลุมรอบคอ ตามด้วยผ้าคลุมตัว ต้องคลุมดีๆ นะครับ ป้องกันไม่ให้เศษผมหล่นลงไปซอกคอและโดนตัวเดี๋ยวจะคัน แล้วก็ประแป้งรอบๆ หัว เวลาไถจะได้ลื่นไหลไม่สะดุด มือนึงจับปัตตาเลี่ยนให้มั่น อีกมือคอยประคองหัวไว้ จากนั้นไถด้านล่างก่อน ตามด้วยด้านซ้ายและขวา และต่อด้วยด้านบน ค่อยๆ ตัดไป ได้ฝึกสมาธิและความอดทนด้วย” ตี๋เล่าถึงขั้นตอนวิธีการตัดผมและสิ่งที่เขาได้เรียนรู้


แม้เริ่มแรกเริ่มรอยทางที่ไถอาจไม่ค่อยราบเรียบมากนัก ตี๋บอกว่าต้องใช้เวลาฝึกฝนประมาณหนึ่งเทอม สัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 2 ชั่วโมง โดยมีนักเรียนชั้นประถมผลัดเปลี่ยนมาเป็นหุ่นทดลองให้ฝึกปฏิบัติตัดผมกันอย่างสนุกสนานจนเกิดความชำนาญในการตัดผมขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้สามารถตัดผมให้เพื่อนๆ และน้องๆ ได้อย่างสวยงาม ไม่แพ้ช่างมืออาชีพแต่อย่างใด “ตอนนี้ตัดได้แต่ทรงนักเรียนครับ ไถเกรียนอย่างเดียว ถูกระเบียบเรียบร้อยด้วย อย่างน้อยถ้าไม่มีโอกาสได้เรียนต่อสูงๆ ผมจะใช้ทักษะฝีมือการตัดผมนี้แหละเป็นอาชีพหาเลี้ยงตัว” ตี๋ บอกด้วยความมั่นใจ


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


นอกจากเด็กนักเรียนจะได้รับการส่งเสริมและพัฒนาต้นทุนชีวิตเยาวชนเชิงบวก ด้วยการเรียนรู้และฝึกปรือทักษะอาชีพแล้ว ครูเอิง-กษมา ศรีศัมภุวงศ์ ครูผู้ดูแลกิจกรรม บอกว่า ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่ได้รับคือ ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองเด็กด้วย เพราะครอบครัวเด็กนักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน จากเมื่อก่อนผู้ปกครองต้องควักเงิน 40-50 บาท เพื่อให้ลูกหลานไปตัดผมในแต่ละครั้ง แต่ตอนนนี้ไม่ต้องเสียสักบาท พอตัดเสร็จก็จะให้เด็กๆ จ่ายค่าตัดผมด้วยการช่วยทำความสะอาดเศษผม และห้องตัดผมของโรงเรียนแทนการจ่ายเงิน ฝึกวินัยและความมีน้ำใจให้กับเด็กไปในตัวด้วย


“ขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ และผู้อุปการะ ที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาต้นทุนชีวิตของเด็กและเยาวชน ช่วยเสริมทักษะอาชีพช่างตัดผมให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านป่าวิไลค่ะ มอบอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ครบชุด เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และปฏิบัติจริง ช่วยจุดประกายการเรียนรู้ และเปิดโลกทัศน์ในอาชีพให้กับพวกเขาค่ะ” ครูเอิง กล่าว


คืออีกหนึ่งเรื่องราวน้ำใจจากท่านผ่าน ‘โครงการอุปการะเด็ก’ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่วันนี้ได้ไถทางเพื่อนำพวกเขาไปสู่การพัฒนาและพึ่งพาตนเองในวันข้างหน้าได้