หน้าหลัก

12 เมษายน 2560

เรียนๆ เล่นๆ ก็เก่งภาษาไทย (Read in English)


ในยุคสมัยหนึ่งหากนักเรียนคนใดเอ่ยขึ้นว่า “เรียนๆ เล่นๆ ก็ได้เป็นบันฑิต” เป็นต้องถูกครูมองค้อนขวับฐานพูดจาเสียดสีประชดประชัน แต่วันนี้ครูโรงเรียนบ้านเกาะไทรซึ่งอยู่ในพื้นที่การดำเนินงานของโครงการพัฒนาชุมชนฯ ลำทับ จังหวัดกระบี่กลับยิ้มด้วยความภูมิใจเมื่อนักเรียน 145 คน “เรียนๆ เล่นๆ ก็เก่งภาษาไทย”

“เราใช้สื่อฝึกทักษะการอ่านเขียนภาษาไทย ซึ่งเป็นแผ่นไวนิลพิมพ์ลายพยัญชนะไทยและสระไทยค่ะ” ครูรัตติยา นบนอบ ครูโรงเรียนบ้านเกาะไทรบอกแล้วเสริมต่อทันทีว่า “โรงเรียนได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยค่ะ เราสอนแบบเรียนปนเล่นทำให้เด็กสนใจเรียนมากขึ้น ซึ่งทำให้เค้าจำพยัญชนะและสระได้ดีขึ้น ก็ช่วยให้การอ่านเขียนดีขึ้นค่ะ แต่ก่อนมีเด็กเกือบทุกชั้นไม่รู้จักพยัญชนะจำสระไม่ได้”

ทำให้ตั้งแต่พ.ศ.2557 เป็นต้นมาโรงเรียนบ้านเกาะไทรได้ใช้สื่อฝึกทักษะการอ่านเขียนภาษาไทยนี้เป็นอุปกรณ์ชิ้นเอกในการเรียนปนเล่นดังที่ครูรัตติยาพูดถึง โดยกระบวนการจะเริ่มต้นด้วยครูนำนักเรียนไปยังพื้นที่โล่งนอกห้องเรียน แล้วกางผืนสื่อไวนิลขนาดใหญ่ออกปูบนพื้นให้นักเรียนนั่งลงรอบๆ จากนั้นจะแจกบัตรคำให้นักเรียนคนละใบและให้ออกมาสะกดคำในบัตรคำให้ครูฟังทีละคน เมื่อถูกต้องก็จะให้นักเรียนคนนั้นไปหาตัวพยัญชนะและสระซึ่งเป็นตัวสะกดของคำดังกล่าวบนแผ่นไวนิล ในขั้นตอนนี้เพื่อนนักเรียนที่กำลังนั่งดูอยู่จะมีอาการนั่งไม่ติดทั้งช่วยหาช่วยลุ้นและส่งเสียงเชียร์ดังสนั่น

“เด็กๆ เค้าสนุกค่ะ ในเด็กเล็กป.1 ถึงป.3 เราจะใช้คำง่ายๆในการเล่น ถ้าเป็นเด็กโตป.4 ถึงป.6 ก็จะเน้นเรื่องมาตราตัวสะกด ซึ่งวิธีการก็แล้วแต่ครูผู้สอนจะคิดหาค่ะ” ครูรัตติยาพูดไปยิ้มไป

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ไม่เพียงครูยิ้มออกเพราะการแก้ปัญหานักเรียนอ่านเขียนภาษาไทยไม่คล่องของโรงเรียนกำลังมาถูกทาง แต่วิชาภาษาไทยที่เคยเป็นยาขมได้กลายเป็นขนมหวานนักเรียนกินแล้วอยากกินอีก เนื่องจากครูไม่ดุแม้จะส่งเสียงดัง ขณะเดียวกันได้เกิดความภาคภูมิใจที่ได้แสดงความสามารถและยังได้ออกไปเรียนในที่โล่งกว้างไม่ต้องนั่งอุดอู้ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ สื่อไวนิลผืนนี้จึงไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์ให้ครูใช้ประกอบการเรียนการสอนภาษาไทย หากเป็นของเล่นสำหรับนักเรียนในเวลาพักด้วย


“ก่อนเอาไปเล่นนักเรียนจะมาขออนุญาตค่ะ ซึ่งเราก็อนุญาตเพราะเวลาที่เค้าเล่นกันคนที่คล่องแล้วจะสอนเพื่อนที่ยังไม่คล่อง ทำให้เกิดการเรียนในลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อนค่ะ” ครูรัตติยาพูดแบบนี้ใครเป็นครูก็ต้องยิ้มออกทั้งนั้นแหละค่ะ