หน้าหลัก

28 กรกฎาคม 2561

พลิกดิน พลิกชีวิตด้วยปุ๋ยหมัก (Read in English)


“เราก็เหมือนคนละแวกนี้แหละทำเกษตร เราใช้ปุ๋ยเคมี ราคาปุ๋ยขึ้นทุกปีแต่ผลผลิตถูกลงถูกลง เราขาดทุน ก็เลยคิดกันว่าจะทำอย่างไร” ทั่ง และ ตุ้ม เกษตรกรคู่สามีภรรยาในอำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราชเล่าถึงความเป็นมาขณะพาเดินชมสวน


ไม่ต้องรอฟังว่าทั้งคู่ตัดสินใจทำอะไร เพราะเมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นพื้นที่ทำปุ๋ยหมัก เห็นเตาเผาสำหรับทำน้ำส้มควันไม้ และอื่นๆ ก็ได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว แต่ถึงกระนั้นเสียงของทั่งก็แว่วมาว่า “ตอนผมเป็นทหารก่อนปลดประจำการได้มีการฝึกอบรมแนะแนววิชาชีพ มีช่างยนต์แล้วก็อะไรต่างๆ หลายอย่าง ผมเลือกเรียนการทำปุ๋ยเพราะคิดว่าจะเอามาใช้ได้”


ทั่งนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมมารวมกับความรู้ที่ตุ้มได้ฟังปากต่อปาก แล้วทั้งสองก็ช่วยกันทำปุ๋ยหมัก “ตอนนั้นเรามีความรู้เล็กน้อยค่ะ ไม่มีประสบการณ์ ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ พอดีมูลนิธิศุภนิมิตฯ เข้ามาถามผู้ปกครองเด็กในความอุปการะว่าต้องการให้สนับสนุนอะไร เราก็บอกเลยว่าปุ๋ยหมัก” ตุ้มเล่า


ทั่งและตุ้มพร้อมด้วยผู้ปกครองเด็กในความอุปการะคนอื่นๆ จึงได้ไปศึกษาดูงานการทำปุ๋ยหมักซึ่ง โครงการพัฒนาฯ เชียรใหญ่ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จัดขึ้น และเมื่อกลับมาได้มีการจัดตั้งกลุ่ม


“ล้มเหลวค่ะ การรวมกลุ่มล้มเหลวเพราะไม่มีประสบการณ์อีกนั่นแหละค่ะ แต่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้เข้ามาเติมเต็มให้ เราขาดความรู้ก็พาไปอบรมการวางแผนเรื่องวัสดุและการบริหารกลุ่ม พาไปดูงาน ซึ่งพอเราเห็นกลุ่มอื่นทำได้ทำให้มีแรงบันดาลใจว่าเราก็ทำได้” ตุ้มพูด


การรวมกลุ่มจึงเกิดขึ้นอีกครั้งด้วยสมาชิก 12 คนและตั้งชื่อกลุ่มว่า “กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ”


“ทั้ง12 คนมาช่วยกันทำปุ๋ยหมัก แรกๆ เราทำตามปริมาณที่สมาชิกต้องการซื้อ เพราะเราต้องการให้สมาชิกเอาไปทดลองใช้เพื่อให้คนอื่นเห็นผล ค่าแรงทำปุ๋ยไม่มีนะคะทำกันฟรีค่ะ แต่ปุ๋ยต้องซื้อ” ตุ้มพูดพร้อมหัวเราะเล็กน้อย


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


เมื่อเวลาเก็บเกี่ยวมาถึงความเหนื่อยของทุกคนหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะผลผลิตที่ใช้ปุ๋ยหมักในการเพาะปลูกขายได้ราคาสูงกว่า ทำให้เกษตรกรบ้านใกล้เรือนเคียงเริ่มสนใจปุ๋ยหมักของกลุ่มฯ กลุ่มฯ จึงผลิตปุ๋ยหมักเพิ่มขึ้นเพื่อจำหน่าย โดยปุ๋ยหมักทั่วไปราคากิโลกรัมละ 80 บาท และปุ๋ยเพาะเมล็ดราคากิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งไม่เพียงช่วยให้กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษมีเงินทุนหมุนเวียนเท่านั้นแต่สมาชิกที่มาทำปุ๋ยหมักมีรายได้เสริมจากค่าแรงด้วย


“ค่าแรงจะไม่กำหนดตายตัวค่ะ เราจะคำนวณก่อนว่าการทำปุ๋ยหมักครั้งนั้นจะขายได้เท่าไร แล้วเอามาหักต้นทุน หักเข้ากลุ่ม 20% ที่เหลือก็จะเป็นค่าแรงค่ะ” ตุ้มอธิบาย


นอกจากนี้กลุ่มยังมีบริการเงินออมและปล่อยเงินกู้แก่สมาชิก ซึ่งหากเป็นการกู้ไปประกอบอาชีพจะคิดดอกเบี้ยเพียงร้อยละศูนย์จุดห้า ทำให้มีผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เพราะสิทธิประโยชน์ที่มาพร้อมกับการได้ใช้ปุ๋ยคุณภาพดี “ตอนนี้เรามีสมาชิก 94 คนค่ะ” ตุ้มบอกด้วยรอยยิ้มอย่างภูมิใจ