หน้าหลัก

11 กรกฎาคม 2559

หนังสือเล่มเล็กที่ไม่เล็กตามชื่อ (Read in English)


เด็กทุกคนชอบนิทาน ผู้ใหญ่จึงมักใช้การเล่านิทานเรื่องโปรดเป็นเครื่องมือสยบความซุกซนของเด็ก แต่ถ้าเปลี่ยนจากการได้ฟังนิทานมาเป็นการให้เด็กเขียนเรื่องและวาดภาพประกอบด้วยตัวเอง นิทานจะยังเป็นสิ่งสุดโปรดของเด็กอยู่หรือเปล่า

หมิวและมุกนักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านเกาะกูดบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ชอบที่ได้วาดรูป คิดรูปประกอบเรื่อง ระบายสี สนุกกับการทำ”

เมื่อไม่ว่าจะได้ฟังนิทานหรือให้เขียนนิทานเด็กๆ ก็ยังมีใจเดียว โครงการพัฒนาชุมชนหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงสนับสนุนการทำหนังสือเล่มเล็กให้กับโรงเรียนในพื้นที่ดำเนินงานโครงการ โดยเริ่มจากนำครูสอนวิชาภาษาไทยจากโรงเรียน 18 แห่งไปศึกษาดูงาน ซึ่งโรงเรียนบ้านเกาะกูดเป็นโรงเรียนหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนกิจกรรมหนังสือเล่มเล็ก

ครูปิยะนันท์ จากโรงเรียนบ้านเกาะกูด อธิบายให้ฟังถึงประโยชน์ของโครงการฯ “การทำหนังสือเล่มเล็กทำให้เด็กมีการพัฒนาการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ทั้งทักษะด้านภาษาและการคิดวิเคราะห์ แล้วยังบูรณาการไปถึงเรื่องความคิดสร้างสรรค์ การวาดภาพ และการใช้สี”

หลังจากนั้นมีการจัดอบรมพร้อมกับฝึกปฏิบัติ และให้ตัวแทนนักเรียนชั้น ป.4-ป.5 ของแต่ละโรงเรียนจำนวน 3 คนเข้าร่วม ทั้งนี้เพื่อให้กลุ่มตัวแทนนำความรู้ไปสอนเพื่อนๆ ต่อไป

“เริ่มจากต้องหาเรื่องที่ต้องการเขียนก่อน แล้วแบ่งหน้าที่กัน เลือกคนที่วาดรูปสวยให้เป็นคนวาดรูป อีก 2 คนช่วยกันเขียนเรื่อง เวลาลงสีจะช่วยกันและต้องปรึกษากันก่อน เพื่อจะได้เหมือนกันทุกหน้า” หมิว มุก และบัว กลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนบ้านเกาะกูดช่วยกันอธิบายขั้นตอนการทำหนังสือเล่มเล็กที่ต้องอาศัยกระบวนการของการทำงานเป็นทีม

การกระจายงานตามความสามารถโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน ทำให้กระดาษ A4 สีขาวที่ว่างเปล่าตรงหน้าของเด็กๆ กลายเป็นหนังสือเล่มเล็กที่มีเรื่องราวสนุกๆ พร้อมภาพประกอบที่มีสีสันสดใส ดังนั้นเมื่อหนังสือนี้ถูกนำไปไว้ในห้องสมุดของโรงเรียนจึงเป็นที่สะดุดตาชวนอ่าน

“เห็นน้องๆ หยิบไปอ่าน ดีใจค่ะ” นักเขียนรุ่นจิ๋วบอกพร้อมรอยยิ้ม

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


เมื่อการทำหนังสือเล่มเล็กไม่เพียงพัฒนาทักษะของเด็กแต่ได้นำความสุขมาให้ทั้งคนเขียนและคนอ่าน โครงการฯ หัวไทรและโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนกิจกรรมนี้ จึงร่วมกันจัดประกวดแข่งขันการทำหนังสือเล่มเล็กระหว่างโรงเรียน เพื่อกระตุ้นให้เด็กได้พัฒนาขีดความสามารถ

หมิวเล่าประสบการณ์ในฐานะผู้เข้าแข่งขันว่า “ก่อนแข่งขันหนูรู้สึกกังวลค่ะเพราะมีเวลาทำแค่ 3 ชั่วโมง คิดว่าต้องเสร็จไม่ทันแน่ เพราะว่าตอนฝึกซ้อมกันก็เกินเวลา แล้วหนังสือเล่มเล็กที่พวกหนูเคยทำที่โรงเรียนใช้เวลา 2-3 อาทิตย์ เป็นงานที่ครูให้ช่วงปิดเทอมค่ะ พอตอนเข้าแข่งขันหนูเลยคิดอย่างเดียวว่าต้องเสร็จ แล้วกลุ่มหนูก็เสร็จทัน เราได้ที่ 2 แต่หนูก็ดีใจสุดๆ เลยค่ะ”

และความภาคภูมิใจนี้ได้เป็นพลังขับเคลื่อนให้เด็กๆ ทำเต็มความสามารถอีกครั้งเมื่อต้องถ่ายทอดความรู้ที่ตัวเองมีให้กับน้องๆ ชั้น ป.1-ป.3 จนผลออกมาเป็นที่พึงพอใจของครูปิยะนันท์ผู้รับผิดชอบการสอนภาษาไทย “ชั้นเด็กเล็กจะทำหนังสือเล่มเล็กหน้าเดียวตามศักยภาพของเขาค่ะ เด็กมีพัฒนาการอ่านเขียนดีขึ้นมาก” ทั้งหมดนี้คือสิ่งใหญ่ๆ จากหนังสือเล่มเล็กที่ไม่ได้เล็กตามชื่อ