หน้าหลัก

14 พฤษภาคม 2561

เกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และน้ำดื่มสะอาดเพื่อเด็กชายแดนได้เรียนและรู้ ‘การทำมาหากิน’ (Read in English)


เพราะ “น้ำ” คือปัจจัยหลักในการดำรงชีพของสรรพสิ่ง หล่อเลี้ยงชีวิตให้เติบโตงอกงาม ด้วยการพัฒนาแหล่งน้ำให้กับโรงเรียนบ้านปั้นหม้อที่ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และ บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากจะนำความชุ่มชื้นมาสู่ผืนดินของโรงเรียนแล้ว ยังก่อเกิดเป็นสายธารแห่งปัญญาของเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสขนาดเล็กในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี แห่งนี้ด้วย


เกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ห้องเรียนธรรมชาติของเด็กนักเรียน

“โรงเรียนบ้านปั้นหม้อมีนักเรียน 481 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กจากครอบครัวเกษตรกรครับ และมีเด็กที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการอุปการะเด็ก ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ จำนวน 103 คน ที่ผ่านมาเด็กๆ จะมีปัญหาเรื่องของสุขภาพอนามัย ขาดทั้งอาหารที่มีประโยชน์ ขาดน้ำดื่มสะอาด นอกจากนี้ เด็กเมื่อจบการศึกษาที่โรงเรียนเปิดสอนถึง ม.3 ส่วนหนึ่งจะไม่ได้ศึกษาต่อเพราะที่บ้านเด็กไม่สามารถส่งเสียได้ และเพราะความรู้น้อย ทำให้หลายคนว่างงาน ไม่มีอาชีพ กลายเป็นภาระของพ่อแม่และของสังคม โรงเรียนก็เลยปรับการเรียนการสอนใหม่ มุ่งเน้น ส่งเสริมการทำมาหากิน ให้เด็กๆ เกิดทักษะด้านอาชีพเป็นความรู้ติดตัวนำไปใช้หลังเรียนจบได้” นายสฤษฏ์ ฉิมพาลี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปั้นหม้อ รายงานปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับโรงเรียน


เมื่อหมดปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ และด้วยได้รับสนับสนุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมา ทำให้โรงเรียนบ้านปั้นหม้อเกิดความพร้อม มี ห้องเรียนธรรมชาติ ให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้และปฏิบัติจริง ทั้งการเพาะเห็ดนางฟ้า การปลูกมะนาว การเลี้ยงปลาดุกในกระชัง การเลี้ยงไก่ไข่ และการเลี้ยงสุกร ผลผลิตที่ได้จากแปลงเกษตรจะนำมาทำเป็นอาหารกลางวัน ถ้ามีเหลือก็จะนำไปขายให้กับชุมชนในราคาถูก เด็กนักเรียนจะมีส่วนร่วมในแปลงเกษตรทุกกระบวนการ เพื่อให้เด็กค่อยๆ ซึมซับและเรียนรู้เพื่อนำไปต่อยอดทำต่อได้เองที่บ้านได้ด้วยตนเอง


“นอกจากการให้เด็กมีส่วนร่วมดูแลแปลงเกษตรต่างๆ แล้ว ครูผู้ดูแลก็จะมีหน้าที่เชื่อมโยงกิจกรรมกับสาระการเรียนรู้ต่างๆ ให้เด็กเห็นว่าทุกวิชาที่เขาเรียนสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง เช่น จะให้เด็กประถมต้นมาช่วยเก็บเห็ดนางฟ้า ชั่งน้ำหนัก และแบ่งใส่ถุง อันนี้คือการเรียนคณิตศาสตร์ ส่วนเด็กประถมปลายก็มีหน้าที่จัดทำบัญชีผลผลิต บัญชีรายรับรายจ่าย ก็เป็นคณิตศาสตร์ที่ยากขึ้น แบ่งการเรียนรู้ให้เหมาะกับช่วงวัยด้วยครับ” ผอ.สฤษฏ์ อธิบาย


น้ำดื่ม กับการเรียนรู้ ‘วินัยในการทำงาน’

นอกจากโครงการเกษตรฯ โรงเรียนยังต่อยอดผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดขายให้กับชุมชน ซึ่งคุณภาพน้ำได้รับการรับรองคุณภาพจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ในชั่วโมงกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ที่โรงผลิตน้ำดื่มของโรงเรียน เด็กนักเรียนชั้นมัธยมจะได้สวมบทบาทเป็นหนุ่มสาววัยทำงาน ได้เรียนรู้การผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การกรอกน้ำ การแพ็คขวด การจัดจำหน่าย รวมถึงการทำบัญชีและควบควบคุมสต็อกสินค้า เมื่อมีทักษะและความชำนาญ นักเรียนส่วนหนึ่งจะอาสามาช่วยผลิตน้ำในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และช่วงปิดเทอม เพื่อหารายได้พิเศษระหว่างเรียน นี่คืออีกหนึ่งการเรียนรู้วินัยในการทำงาน และเพื่อส่งเสริมการทำมาหากินให้แก่เด็กนักเรียน

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


เด็กชายแดนได้เรียนและรู้ ‘การทำมาหากิน’

“ปีการศึกษาที่แล้ว โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และ โครงการน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียน ของโรงเรียนบ้านปั้นหม้อ ช่วยให้เด็กนักเรียนมีอาหารปลอดภัยบริโภคอย่างเพียงพอ มีน้ำดื่มสะอาด และยังมีรายได้จากการดำเนินงานสามารถนำมาใช้หมุนเวียนได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีเงินใช้สำหรับสนับสนุนการศึกษาต่างๆ ให้กับนักเรียนประมาณ 36,000 บาทครับ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าจำนวนเงินคือ เด็กๆ ในโรงเรียนได้เรียนรู้ทักษะอาชีพต่างๆ รุ่นพี่มีการส่งต่องานสู่รุ่นน้อง ทำให้มีการสืบทอดและมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ส่วนคุณครูก็มีสื่อที่ช่วยในการสอนและได้ใกล้ชิดกับเด็กนักเรียนมากขึ้น ทักษะอาชีพที่เด็กๆ ได้เรียนรู้ จะช่วยให้เด็กนักเรียนมีหนทางทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพได้หลังจบการศึกษา และที่สำคัญ เด็กได้รู้จักความพอเพียงในชีวิตที่จะนำสู่ความยั่งยืนในอนาคต นี่ผมก็กำลังเตรียมประชุมครูเตรียมแผนดำเนินงานสำหรับปีการศึกษาที่กำลังจะถึงนี้ครับ” นายสฤษฎ์ บอกด้วยความภูมิใจ