หน้าหลัก

31 ตุลาคม 2561

เติมเต็มโภชนาการน้องมูมู (Read in English)


ในตอนใต้ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ภูมิประเทศทั่วไปเป็นป่าเขาทุรกันดาร พื้นที่ทำเกษตรมีน้อย อาหารของชาวบ้านส่วนใหญ่มาจากป่าทั้งหน่อไม้ เห็ด และผลไม้ป่าซึ่งมีตามธรรมชาติใกล้ๆ เขตอุทยานแห่งชาติสาละวิน ตะกร้าไม้ไผ่ใบเขื่องบนบ่าของ สุนันทา แม่น้องมูมู เคลื่อนที่ช้าๆ ไปทั่วป่า ในตะกร้าเต็มไปด้วยผักกูดและหน่อไม้ที่จะนำกลับไปทำอาหารเย็นวันนี้


น้องมูมู ช่วยแม่ดูแลน้องชายขณะที่แม่และพ่อไปทำไร่ข้าวตลอดทั้งวัน ตอนเย็นแม่มักกลับบ้านพร้อมกับผักต่างๆ ที่เก็บได้ น้ำพริก ผักและเห็ดป่าจึงเป็นเมนูประจำบ้าน เป็นอาหารที่มาจากธรรมชาติตามวิถีปกาเกอะญอ แม้น้องมูมูจะได้กินอาหารครบมื้อแต่ก็เป็นเพียงผักที่เก็บหาจากป่า หรือตามริมหนองน้ำ ไม่น่าแปลกใจที่น้องมูมู เด็กหญิงวัย 11 ปีจะมีรูปร่างเล็กและผอมบางกว่าที่เด็กในวัยขนาดนี้พึงเป็น


ส่วนที่โรงเรียนนั้น แม้จะมีโครงการอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียน แต่ด้วยความห่างไกลและความยากลำบากของหนทาง โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ทำให้การเดินทางจากเขาลงสู่เมืองเพื่อจัดหาอาหารที่มีคุณค่าสำหรับนำขึ้นไปประกอบเป็นอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียนยิ่งทวีคูณความวิบากมากขึ้นไปอีก ครูอดิศักดิ์ คงคาใส ครูโรงเรียนบ้านแม่สะเรียงที่น้องมูมูกำลังเรียนอยู่ในชั้นประถมปีที่ 5 แจ้งข้อมูลเรื่องปัญหาอาหารกลางวันว่า เพราะการเดินทางที่ยากลำบาก วัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารให้เด็กนักเรียนที่มีจำหน่ายในหมู่บ้านก็มีจำกัดและราคาแพงทำให้งบที่มีอยู่จำกัดไม่เพียงพอที่จะจัดอาหารครบ 5 หมู่ให้เด็กนักเรียนทั้งหมดได้บริโภค โครงการพัฒนาชุมชนฯ แม่สะเรียง พื้นที่ดำเนินงานโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ จึง สนับสนุนโรงเรียนแห่งนี้ในการทำเกษตรธรรมชาติเพื่อให้โรงเรียนมีแหล่งอาหารที่มั่นคงอย่างเพียงพอ อันจะนำไปสู่การแก้ไขเรื่องภาวะโภชนาการของนักเรียน


ด้วยการแบ่งปันน้ำใจจากผู้อุปการะที่มอบให้แก่เด็กๆ ในพื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ แม่สะเรียง ได้นำมาสู่การดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาสุขภาพอนามัยและโภชนาการของเด็ก ซึ่งนับเป็นปัญหาเร่งด่วนที่สุดของชุมชน พื้นที่ว่างในบริเวณโรงเรียนบ้านแม่สะเรียงจึงได้ถูกเนรมิตเป็นสวนเกษตรธรรมชาติ ที่มีทั้งแปลงปลูกผักกวางตุ้ง ที่ตอนนี้ต้นกำลังอวบน่ากิน มีผักบุ้ง ผักคะน้า และสารพัดพืชผักที่ปลูกหนุนเวียนกันไป รวมถึงยังมีปลาดุกและกบตัวโตๆ ที่เลี้ยงในบ่อซีเมนต์เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่มีคุณค่าสำหรับเด็กๆ ด้วย โดยมีเด็กนักเรียนชั้น ป.3-ป.6 เป็นกำลังหลักจัดเวรผลัดเปลี่ยนดูแลรับผิดชอบภายในสวนเกษตรที่เป็นแหล่งอาหารของพวกเขาในทุกๆ วัน


น้ำใจจากผู้อุปการะ เติมด้วยน้ำพักน้ำแรงของเด็กๆ ทุกคน ได้งอกงามและเติบโตเป็นพืชผักและอาหารที่ปลอดสารพิษพร้อมที่จะเก็บมาปรุงเป็นอาหารกลางวันเลี้ยงตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยเคล้าเสียงหัวเราะจนความสุขเต็มล้นทั่วทั้งโรงอาหารอย่างต่อเนื่องกว่า 6 ปีมาแล้ว



Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ผลสำเร็จจากการทำสวนเกษตรในโรงเรียนทำให้โรงเรียนได้มีแหล่งอาหารที่มั่นคงอย่างเพียงพอสำหรับเด็กนักเรียนทั้งโรงเรียนได้บริโภคตลอดปี และเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่เติมเต็มโภชนาการของ น้องมูมู เด็กหญิงปกาเกอะญอให้เปลี่ยนแปลงสู่เด็กหญิงที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง รวมไปถึงเพื่อนๆ นักเรียนของน้องมูมูด้วย และมากไปกว่าการได้มีแหล่งอาหารที่มั่นคง เด็กนักเรียนยังได้เรียนรู้ทักษะอาชีพการเกษตรธรรมชาติด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้เกิดทักษะทั้งการเพาะปลูก และการเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมทั้งยังฝึกเป็นคนช่างสังเกต จดบันทึก ร่วมมือทำงานกับผู้อื่นได้ มีระเบียบวินัย มีจิตใจรักเกษตรและสามารถทำเกษตรเป็นอาชีพในอนาคต


“ตอนนี้หมดปัญหาแล้ว ผลผลิตมีเหลือมากเราก็แบ่งให้นักเรียนเอากลับไปทำอาหารกินที่บ้านกับพ่อแม่ เด็กได้กินอิ่มท้องได้คุณค่าทางโภชนาการครบสามมื้อ ผู้ปกครองอยู่ที่บ้าน น้องเล็กๆ ก็พลอยได้กิน ช่วยแก้ปัญหาอาหารที่บ้านพร้อมไปด้วยเลย” ครูอดิศักดิ์ แบ่งปัน


“แกงผักใส่กบ หรือปลาดุก เป็นแกงถ้วยโปรดของหนูเลย พ่อแม่ชมว่าหนูเก่งที่เลี้ยงกบเป็นด้วย แม่ยิ้มเสมอเมื่อหนูเป็นลูกมือช่วยแม่ทำกับข้าว หนูมีความสุขมากเมื่อได้นั่งกินข้าวกับพ่อแม่และน้องชาย " น้องมูมู เด็กหญิงเจ้าของรอยยิ้มสดใสพูด