หน้าหลัก
________________________________________________________________________________________________________________

14 มีนาคม 2559

โอ๋ บนเส้นทางที่วาดชีวิตเอง (Read in English)

การทำงานกับเด็กๆ เป็นงานที่ใช้ทักษะความสามารถเฉพาะตัว เป็นงานที่ยาก เพราะเด็กมักใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจมากกว่าเข้าใจเหตุผล คนทำงานทั่วไปส่วนมากมักทำงานกับวัยผู้ใหญ่เหมือนกัน แต่คุณครูต้องมีความเข้าใจธรรมชาติของเด็ก ทำงานนี้ด้วยความตั้งใจจริงและรักเด็กๆ ลูกศิษย์ตัวน้อย

“มีความสุข และรู้สึกภูมิใจที่เลือกเส้นทางนี้ ครูคือผู้ให้ สร้างและพัฒนาชีวิตคนตั้งแต่เด็กๆ” วีรภัทรา หรือ โอ๋ อายุ 23 ปี อดีตเด็กในโครงการพัฒนาชุมชนเป็นพื้นที่แบบพึ่งตนเองและยั่งยืนสว่างอารมณ์ บัณฑิตใหม่จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์

โอ๋ เริ่มต้นชีวิตครูที่โรงเรียนวัดดงแขวน บ้านเกิดของเธอ โดยสอนวิชาวิทยาศาสตร์แทนครูที่ลาคลอด และเพิ่งย้ายงานมารับหน้าที่ครูประจำชั้นนักเรียนประถมหนึ่ง โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ประเทศไทย แม้จังหวะชีวิตเธอแต่ละช่วงผ่านมาอย่างยากลำบาก แต่มีผู้ใหญ่ใจดีคอยอุปถัมภ์ตลอด เธอเป็นหญิงสาวเปี่ยมด้วยความกตัญญู ในวัยเด็กมีชีวิตที่ขัดสน และเกือบทิ้งความหวังเป็นครู โอ๋ได้รับความช่วยเหลือจากครู คัดเลือกให้ได้เข้าสู่โครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ เธอมีผู้อุปการะคอยห่วงใย ส่งความปรารถนาดีและอุปกรณ์การเรียน ตลอดจนโอกาสเรียนรู้เพิ่มเติม ทำให้เธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีโอกาสทำในสิ่งที่มุ่งมั่นตั้งใจ ด้วยความเพียรและวิริยะอุตสาห์ในการเรียน สร้างฐานะ พึ่งพาตนเอง และเป็นที่พึ่งของครอบครัว

   

พ่อแม่มีโอ๋และน้องชาย นอกจากนี้ยังเลี้ยงดูยายที่ป่วย พ่อวินัย และแม่สุนันท์ วัยสี่สิบต้นๆ ของโอ๋ ประกอบอาชีพทำนาปลูกข้าว ทำไร่มันสำปะหลัง รายได้น้อยและไม่แน่นอน บ่อยครั้งที่มีรายรับไม่เพียงพอกับรายจ่าย ในละแวกบ้านลูกๆ ของเพื่อนบ้านที่ประสบกับปัญหารายจ่าย มักขอให้ลูกๆ หยุดเรียนเพื่อมาช่วยหารายได้เลี้ยงปากท้อง

“พี่รัตน์เจ้าหน้าที่โครงการฯ มาพบที่โรงเรียน พี่เค้านำอุปกรณ์การเรียนมาให้ ดีใจมากที่มีอุปกรณ์การเรียนครบถ้วนเพียงพอ แล้วยังมีการ์ดอวยพรแสดงความรักห่วงใยจากผู้อุปการะมาตอนปีใหม่ ในนั้นมีข้อความแนะนำการเรียน บอกให้เป็นคนดี กตัญญพ่อแม่ เพิ่มกำลังใจให้หนูทุกครั้งที่อ่าน” โอ๋เล่าเรื่อง

โอ๋ เข้าสู่โครงการฯ ตั้งแต่ศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จนกระทั่งเรียนจบการศึกษาในระดับมัธยมต้น ตลอดเวลาที่อยู่ในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ โดยมีผู้อุปการะเป็นผู้สนับสนุนด้านเงินทุนให้กับมูลนิธิฯ จัดกิจกรรมค่ายต่างๆ ให้กับเด็กในชุมชน รวมถึงอุปกรณ์การเรียนซึ่งสามารถช่วยเหลือโอ๋ และแบ่งเบารายจ่ายครอบครัว ไม่ต้องเจียดเงินค่าอาหารนำไปซื้ออุปกรณ์การเรียนที่ขาด พ่อและแม่ยังได้รับการสนับสนุนการเลี้ยงไก่ไข่ บางช่วงก็มีเลี้ยงแพะ เป็นรายได้เสริมจากการทำนา โอ๋จำได้ไม่ลืมแม้เวลาผ่านมานาน คือโอ่งใบใหญ่ใส่น้ำ ที่บ้านโอ๋และชาวชุมชนพบภัยแล้งรุนแรง ได้รับแจกโอ่งใหญ่จากศุภนิมิตฯ เธอแบ่งปันเรื่องในอดีตที่ยังแจ่มชัดอยู่ “แม้อุปกรณ์การเรียนต่างๆ ที่ได้รับมีมูลค่าไม่มาก สิ่งที่มีค่าคือโอกาศที่ศุภนิมิตฯ ให้แก่เด็กที่ไม่มีฐานะ” โอ๋ได้ใช้โอกาสนี้วาดอนาคตขึ้นบนเส้นทางที่มอบความสุขและความภูมิใจแก่เธอ