หน้าหลัก

8 กันยายน 2559

ชีวิตที่ดีกว่าในวันนี้ของผ่องและชาลี   (Read in English)


ในไร่นาสวนผสมของผ่องและชาลีพืชนานาชนิดเจริญงอกงามชูใบเขียวอย่างไม่ยี่หระต่อภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้น “ที่นี่ปลูกได้ทั้งปี น้ำเรามีพอ เรามีสระน้ำ 2 สระ สระแรกศุภนิมิตขุดให้ แล้วเราก็ขุดเพิ่มเองอีกสระ” ผ่องพูดแล้วยกมือขยับปีกหมวกให้ลงต่ำพร้อมกับหยีตาสู้แดดเดินตรงไปยังแปลงพริกขี้หนูที่มีผลดกเต็มต้น “ตอนนี้ราคาดี มันแล้ง เค้าปลูกกันไม่ได้” ผ่องพูด “15-16 ปีที่ได้รู้จักศุภนิมิตฉันได้หมด ได้ความรู้สำหรับอาชีพตัวเอง ครอบครัวดีขึ้น ถึงมาได้ขนาดนี้”

ผ่องและชาลีเป็นชาวนาในภาคอีสานมีที่นา 9 ไร่ แต่เพราะขาดทักษะความรู้ในการพัฒนาอาชีพทำให้ผลผลิตที่ได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว ชาลีในฐานะหัวหน้าครอบครัวจำต้องทิ้งผ่องให้อยู่ดูแลลูกสาว 2 คนเพียงลำพังหลังฤดูทำนา เพื่อไปรับจ้างทำงานก่อสร้างต่างถิ่น และวัฏจักรนี้ได้วนเวียนอยู่ในครอบครัวปีแล้วปีเล่า

เมื่อลูกของผ่องและชาลีเรียนอยู่ชั้นประถมต้น โครงการพัฒนาชุมชนเป็นพื้นที่แบบพึ่งตนเองและยั่งยืนนาสีนวลเข้าไปดำเนินงานพัฒนาใน 48 หมู่บ้านของ 5 ตำบลในอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม

“ศุภนิมิตมาอุปการะลูกทั้ง 2 คน” ผ่องบอกถึงการรู้จักกันครั้งแรกที่ช่วยให้ครอบครัวได้รับการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนของลูก

แต่เป้าหมายของการดำเนินงานของศุภนิมิตมุ่งสร้างความอยู่ดีมีสุขให้เกิดขึ้นในครอบครัวด้วย ผ่องและชาลีจึงได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพ

“ศุภนิมิตพาไปดูงานเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ฉันรู้ว่าที่ 9 ไร่ต้องเอาส่วนหนึ่งเป็นที่เก็บน้ำ ศุภนิมิตมาขุดสระน้ำให้แล้วก็ให้เครื่องสูบน้ำ ที่ดินที่เหลือฉันจัดไว้ทำนา 4 ไร่ นอกนั้นก็ปลูกพืชหลายอย่างหมุนเวียนกันไป พริกบ้าง มะเขือพวงบ้าง กล้วย เผือก ทำให้มีรายได้ตลอด” ผ่องพูด

และสามีภรรยาคู่นี้ได้รับการอบรมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วย ทำให้สามารถนำข้าวจากนา 4 ไร่ที่เคยปลูกไว้สำหรับบริโภคในครอบครัวเท่านั้นมาคัดเป็นพันธุ์ข้าวใช้ทำนารอบต่อไป ไม่ต้องเสียเงินซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว แถมมีรายได้เพิ่มจากการขายเมล็ดพันธุ์ข้าว

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


“ฉันทำนาหว่านต้องใช้เมล็ดพันธุ์เยอะ พอทำเองได้ก็ประหยัดไปครึ่งๆ แล้วเมล็ดพันธุ์ของฉันดี ฉันคัดเองฉันรู้ ทีแรกคนอื่นไม่เชื่อ ไม่มีใครซื้อเลย เค้าไปซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ขายๆ กัน ปรากฎว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ผสม คือเอาพันธุ์อื่นมาผสมปน ตอนนี้เค้าหันมาซื้อมาเมล็ดพันธุ์ของฉัน ฉันทำไม่พอขาย” ผ่องพูดพร้อมกับยิ้มอย่างภูมิใจ

นอกจากนี้ผ่องและชาลียังได้รับการเสริมทักษะเกี่ยวกับการเลี้ยงวัวและได้นำไปประกอบเป็นอาชีพเสริม

“ศุภนิมิตพาไปดูงานเกี่ยวกับการเลี้ยงวัว ทำให้ฉันมีความรู้ว่าตลาดต้องการวัวพันธุ์ไหน ฉันก็ไปยืมเงินสหกรณ์ (สหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตมหาสารคาม จำกัด) มาซื้อวัวแล้วเอามาผสมพันธุ์ขายลูก ฉันมีรายได้คืนเงินสหกรณ์ทุกปี 3 ปีฉันคืนหมด แล้วยังได้สร้างบ้านใหม่ด้วย ตอนนี้ฉันก็ยังเลี้ยงวัวขายอยู่” ผ่องยิ้มอย่างภูมิใจอีกครั้งแล้วบอกว่า “แฟน (ชาลี) ไม่ได้ไปรับจ้างทำก่อสร้างที่อื่น 6 ปีแล้ว”

“ฉันต้องขอขอบคุณศุภนิมิตที่ให้โอกาสถึงขนาดนี้ ขอบคุณมากๆ แต่ก่อนไม่รู้ว่าจะหาเงินได้ยังไงถึงจะส่งให้ลูกเรียนจบม.6 ขณะนี้ลูกกำลังจะจบปริญญาที่แม่โจ้” ผ่องยิ้มกว้างเมื่อพูดถึงลูก “คนอื่นอยากให้ลูกรับราชการไปอยู่ที่อื่น แต่ฉันอยากให้ลูกเป็นเกษตรกรจะได้พัฒนาบ้านตัวเอง”