หน้าหลัก

04 ธันวาคม 2561

นิทานที่ยัง (เล่า) ไม่จบ (Read in English)


“ไปแล้วนะ บ๊าย...บาย!!!” ครูกลุ่มหนึ่งส่งเสียงร่ำลาเพื่อนครูด้วยกันพร้อมกับล้อรถที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ


“โชคดี โชคดี...” เพื่อนครูอีกกลุ่มโบกมือไปมาพร้อมตอบรับคำร่ำลานั้นด้วยคำอวยพรบนใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มและน้ำตา


นี่คือภาพที่เกิดขึ้นหลังจากแสงไฟดวงสุดท้ายภายในห้องประชุมที่ใช้จัดกิจกรรมสะท้อนผลและสรุปกิจกรรมจากการอบรมหลักสูตรนำร่อง “สรรสร้างสื่อ เติมเต็มการเรียนรู้” ซึ่งจัดโดยมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ดับลง แต่นั่นก็ไม่อาจบดบังภาพแห่งความผูกพันของเหล่าครูที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตรดังกล่าวที่แม้จะมาจากต่างพื้นที่ต่างโรงเรียน และเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันเพียงช่วงเวลาไม่กี่วัน แต่ก็มากพอที่จะก่อให้เกิดมิตรภาพของคนสายพันธุ์เดียวกัน ที่สำคัญยังก่อให้เกิดต้นแบบของนิทาน 5 เรื่อง 5 รส สำหรับใช้เป็นสื่อเสริมการสอนเพื่อการอ่านออกเขียนได้ของเด็กๆ ในแต่ละช่วงวัยอีกด้วย


“ยากค่ะ” กษมา ศรีศัมภุวงศ์ หรือครูเอิง โรงเรียนบ้านป่าวิไล อ.โป่งน้ำร้อง จ.จันทบุรี หนึ่งในครูที่เข้าร่วมการอบรมฯ ลากเสียงยาวถึงความรู้สึกที่กว่าจะได้มาซึ่งหนังสือนิทานที่จะใช้เป็นสื่อสำหรับเสริมการสอนที่ชื่อ ‘สุขนี้ที่บ้านเรา’ โดยเนื้อหาต้องการปลูกจิตสำนึกรักบ้านเกิดให้แก่เด็กๆ


“เราต้องนำเรื่องราวที่ปราชญ์ชาวบ้านเล่าให้ฟัง กลับมาช่วยกันคิดวิเคราะห์ว่าประเด็นไหนสำคัญ ไม่สำคัญ สุดท้ายก็สรุปที่ประเด็นสำนึกรักบ้านเกิด โดยสะท้อนผ่านเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งในหมู่บ้านที่ไปทำงานในกรุงเทพฯ ซึ่งการทำหนังสือนิทานเล่มนี้เราจะแบ่งหน้าที่กันตามความถนัดของแต่ละคนในกลุ่มค่ะ” ครูเอิง ขยายภาพการร่วมกิจกรรม


ขณะที่ ขวัญชนก กาวันนา หรือครูฝ้าย โรงเรียนวัดขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ยอมรับว่ามีความรู้สึกเช่นเดียวกับครูเอิง ก่อนจะเล่าถึงที่มาของนิทานเรื่อง ‘ไข่นุ้ยตูดแดง’ ซึ่งเป็นนิทานที่กลุ่มของตนรับผิดชอบในการทำให้ฟังว่า


“ไข่นุ้ยตูดแดงเป็นเรื่องที่เราอยากสอนเด็กในเรื่องของความซื่อสัตย์ โดยเราลงไปเก็บข้อมูลกันในชุมชนบ้านห้วยไผ่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ใช้เป็นพื้นที่นำร่องในการอบรมหลักสูตรนี้สำหรับพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งต้องบอกว่ายากเหมือนกัน เพราะปราชญ์ชาวบ้านที่เราไปคุย บางคนไม่คุ้นกับคนแปลกหน้าก็จะเขินอาย เราก็ต้องสร้างความคุ้นเคยกับเขา โดยมีเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ช่วยสอนเทคนิคการสร้างความคุ้นเคยและไว้วางใจจากชาวบ้านให้ค่ะ”


นอกจากจะมีความรู้สึกที่ไม่ต่างกันแล้ว ทันทีที่หนังสือนิทานทั้งของกลุ่มตนเองและกลุ่มอื่นๆ ได้รับการพิมพ์ออกมาเป็นรูปเป็นเล่ม ทั้งครูเอิงและครูฝ้ายต่างก็เผยความรู้สึกที่ไม่ต่างกันอีกว่า


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


“ภูมิใจค่ะ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาคิดว่าเราเป็นแค่ครูภาษาไทย ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสามารถทำหนังสือได้” ครูเอิง เผยความรู้สึกบนใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม


“ดีใจมากค่ะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำหนังสือนิทานให้เด็กๆ ได้อ่าน ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่าการสร้างให้คนๆ หนึ่งมีความรู้ สามารถพึ่งตนเองได้ มันเป็นสิ่งที่ดี แล้ววันนี้นิทานของเราก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการไปเติมเต็มความรู้เรื่องของการอ่านออกเขียนได้ให้กับเด็กๆ ค่ะ”


สำหรับหนังสือนิทานทั้ง 5 เรื่อง ประกอบด้วย 1.หนูมาลีตาแป๋ว 2.ไข่นุ้ยตูดแดง 3.แม่วัวผู้น่ารัก 4.ด่างเจ้าเล่ห์ และ 5.สุขนี้ที่บ้านเรา โดยแต่ละเรื่องนอกจากจะมีเรื่องราวและแง่คิดที่แตกต่างกันแล้ว ยังมีรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างกันไปเพื่อให้สอดรับกับช่วงวัยของเด็กตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลไปจนถึง ป. 6


ทั้งนี้กิจกรรมการอบรมหลักสูตรนำร่อง “สรรสร้างสื่อ เติมเต็มการเรียนรู้” เป็นการดำเนินงานภายใต้ “รูปแบบโครงการความร่วมมือพัฒนาด้านการอ่านออกเขียนได้ของเด็ก” ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมศักยภาพให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มีเทคนิคและกระบวนการใหม่ๆ ที่จะผลิตสื่อหรือออกแบบกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อนำมาใช้ในการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของเด็ก