หน้าหลัก

24 ตุลาคม 2560

หมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง สุขอย่างยั่งยืน (Read in English)


ปุยเมฆสีขาวเป็นละอองฟุ้งทั่วฟากฟ้าสีเทาหม่น นาขั้นบันไดไล่ระดับโดดเด่นตามสันเขาคดโค้งเบื้องล่าง ยอดไม้สีเขียวเข้มสูงลิบบนดอยผ่านตาไปเร็วๆ หน้าปัดรถบอกความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แดดยังจ้าตอนที่เราพากันออกจากอำเภอแม่สะเรียง แต่สายฝนต้อนรับเราเมื่อเข้าเขตหมู่บ้านป่าแป๋ หมู่บ้านประวัติศาสตร์ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ธนาคารข้าวพระราชทาน (ในหลวงรัชกาลที่ 9) แห่งแรกของไทย


สั่งลา ชายวัยกลางคน ประธานกรรมการธนาคารข้าวฯ และพ่อของณัฏทวี น้องในอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ คุยแบบระวังตัวเมื่อเปิดฉากสนทนา แต่ทันทีที่รู้ว่ามาจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ เขายอมเล่าหมดเปลือกว่าพวกเขาเป็นชาวละว้า ปู่ย่าตายายได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่ที่นี่นานแล้ว ตัวเขาเองทำนาปลูกข้าวตามไหล่เขา ข้าวไม่พอกินเพราะความแห้งแล้ง บางปีซ้ำร้ายไฟไหม้ยุ้งข้าว โชคดีที่มีธนาคารข้าวพระราชทาน พวกเขาได้ยืมข้าวมากินทำให้ไม่ต้องอดตาย สั่งลา ผู้ใหญ่บ้านป่าแป๋ยกมือไหว้ท่วมหัวเมื่อพูดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่รักเทิดทูน


เขาและรุ่งแสง ภรรยามีลูก 3 คน (ชายสองหญิงหนึ่ง) กำลังอยู่ในวัยเติบโตและเรียนหนังสือไล่ๆ กัน อาหารในบ้านมักเป็นพวกผักเก็บตามชายป่า ปลาน้อยๆ ตามห้วย พอได้ประทังชีวิตให้ผ่านแต่ละวัน ณัฏทวี ลูกสาวคนเล็กกังวลใจเรื่องเรียนต่อ เพราะสถานการณ์ขาดแคลนสารพัดตั้งแต่ระบบน้ำในบ้าน อาหารประจำวัน เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์การเรียน ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่น้องณัฏทวีขณะนั้นเรียนชั้น ม.3 ครอบครัวได้เข้าร่วมในโครงการพัฒนาชุมชนฯ แม่สะเรียง เธอจึงได้รับสนับสนุนให้เรียนในระดับสูงอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ช่วยต่อน้ำให้เข้าถึงภายในบ้าน แม่รุ่งแสงได้เข้ากลุ่มทอผ้า ครอบครัวได้รับระบบน้ำในแปลงผักเสริมให้มีรายได้เพิ่มขึ้น พันธุ์หมูสำหรับเลี้ยงขยายพันธุ์แบบหมูหลุม โดยมีรายได้จากขายลูกหมูรวมๆ แล้วหลายหมื่นบาท เข้าใกล้ความอยู่ดีมีสุขขึ้นทุกที ตอนนี้ น้องณัฏทวีกำลังเรียนชีววิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ชั้นปีที่ 3 เธอบอกความฝันว่าอยากเป็นนักวิจัย


“ผมไปดูงานโครงการของในหลวงฯ โอ้โห้พระองค์ท่านทำมหาศาลมาก เราช่วยกันรักษาป่าต้นน้ำลำธาร ปลูกจิตสำนึกคนรุ่นหลังในเรื่องนี้อาจไม่เท่าหนึ่งในล้านของพระองค์ เมื่อได้ทำเพื่อในหลวง ใช้ชีวิตพอเพียง ก็ภูมิใจแล้ว” เขาอธิบาย


สั่งลากำลังง่วนเปิดระบบน้ำหยด แล้วมุดเข้าไปดูแลผักขึ้นฉ่ายในแปลงปลูกของโรงเรือนปิด โรงเรือนใกล้ๆ นั้นยังมีโอ๊คลีฟแดง ซึ่งผักแต่ละชนิดจะปลูกหมุนเวียนตามออเดอร์และส่งกลับไปขายที่โครงการหลวงฯ น่าชื่นใจจริงๆ กับความสุขที่เกิดขึ้นกับคนที่นี่ สั่งลาพูดเสริมขึ้นขณะเดินนำหน้าไปยังสวนข้างล่างว่า “เรามีความสุขด้วยกันอย่างนี้แหละครับ อยู่กับเศรษฐกิจพอเพียง ชีวิตเราดีขึ้นทุกวัน”

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ด้วยแนวคิดที่ว่าอย่างหนึ่งหมด อีกอย่างช่วยเติม สวนเกษตรผสมผสานของเขาจึงมีทั้งนาข้าว ผลไม้ ผักสวนครัว หมูหลุม และบ่อปลา ทางเดินดินลูกรังเล็กๆ ขวามือติดลำน้ำเป็นแปลงปลูกเสาวรส 60 ต้น กล้วยหอม 200 ต้น ใกล้ๆ กันเป็นบ่อเลี้ยงปลาทับทิม ทางซ้ายเป็นนาข้าวเจ้าพันธุ์เลอทิ้ง ผักสวนครัวทั้งพริกขี้หนู ตะไคร้ มะนาวแป้น และอีกสารพัดจัดโซนปลูกไม่ให้ล้ำทางเดิน ถัดไปอีกหน่อยเป็นโรงเรือนหมูหลุมซึ่งแบ่ง 4 ห้อง แม่พันธุ์หมูจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังให้ลูกเรื่อยๆ คอกใหม่ มี 6 ตัว


ฉันเปิดดูสมุดจดบันทึกพบว่าเมื่อปี 2556 หมู่บ้านป่าแป๋ ได้รับขนานนามว่าหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทุกครอบครัวนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ พลิกโฉมจากหมู่บ้านยากจน เป็นหมู่บ้านมีอยู่มีกิน มีใช้อยู่แบบพอเพียง พึ่งพาตนเองได้ และมีความสุขอย่างเรียบง่าย สโลว์ไลฟ์แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงาม อากาศบริสุทธิ์ นี่แหละสุขใจแท้จริง


มูลนิธิศุภนิมิตฯ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ