หน้าหลัก

06 พฤศจิกายน 2561

Not impossible : ฮีโร่ตัวจิ๋ว ปกป้องเยาวชน (Read in English)


เพราะเด็กทุกคนมีศักดิ์ศรีและมีคุณค่าเท่ากัน ไม่ว่าเด็กยากจน เด็กพิการ เด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่มีความเปราะบางตกอยู่ในความเสี่ยงต่างๆ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จึงให้ความสำคัญในการดูแลปกป้อง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็ก นอกจากนี้ยังมุ่งสร้างเสริมความเข้าใจให้ผู้ปกครอง และคนในชุมชน ตระหนักถึงสิทธิที่เด็กพึงได้รับ ตลอดจนสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาสใช้สิทธิ์ใช้เสียง รวมถึงมีส่วนร่วมในการแสดงออกและตัดสินใจในเรื่องที่มีผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขา


‘น็อต-ศุภกิจ’ เด็กชายวัย 14 ปี แม้จะตัวเล็กกว่าเพื่อนในรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่เรื่องความคิดความอ่านนั้นกลับมีความโดดเด่น กล้าพูดกล้าแสดงออก และเต็มไปด้วยพลังแห่งความสร้างสรรค์ มีความมุ่งมั่น ฉายแววความเป็นผู้นำ


น็อตเติบโตในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อาศัยอยู่กับพ่อเลี้ยง แม่ พี่ชาย และน้องสาวอีกหนึ่งคน พ่อและแม่ประกอบอาชีพค้าขาย อดทนหาเช้ากินค่ำทุกๆ วัน เพื่อให้มีรายได้เพียงพอเลี้ยงดูทั้งครอบครัว และการได้เป็นเด็กใน โครงการอุปการะเด็ก ของ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่มีผู้อุปการะคอยเมตตาแบ่งปันน้ำใจช่วยเหลือน็อตและครอบครัวอีกทางหนึ่ง ทำให้เด็กชายเติบโตขึ้นมาได้รับโอกาสทางการศึกษา และได้รับการพัฒนาทักษะชีวิตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ ขัดเกลาเปลี่ยนน็อตตัวจิ๋วให้เห็นคุณค่าและศักยภาพในตนเองและมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม


“ผมได้เข้าร่วมกิจกรรมหลายอย่างที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ จัดขึ้น ทั้งอบรมสิทธิเด็ก ได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิทธิของเด็กด้านต่าง ๆ เช่น สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา สิทธิในการมีส่วนร่วม ได้อบรมเกี่ยวกับการต่อต้านการค้ามนุษย์ และยุติการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก และยังได้เข้าร่วมอบรมโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นด้วย ซึ่งมีประโยชน์กับผมและเพื่อนๆ มากเลยครับ” น็อต อธิบาย


นอกจากองค์ความรู้ต่างๆ ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ เสริมเป็นเกราะป้องกันให้กับเยาวชนแล้ว น็อตยังได้เข้าร่วม โครงการพัฒนาทักษะผู้นำเยาวชน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างแรงกระตุ้นและช่วยพัฒนาศักยภาพให้น็อตและเพื่อนๆ สามารถดูแลปกป้องตนเอง เพื่อนๆ น้องๆ คนอื่นๆ และสังคมให้ดีขึ้นได้ โดยการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีบทบาทในการร่วมคิดร่วมทำงาน เพื่อกระตุ้นให้พวกเขาเห็นคุณค่าในตัวเอง และอยากทำประโยชน์ให้กับสังคมที่ตนอาศัยอยู่ หลังกลับมาจากค่ายน็อตและเพื่อนๆ เลือกประเด็นปัญหาที่พบเห็นได้ในชุมชนของเขาซึ่งเป็นอำเภอติดเขตแดนไทยและกัมพูชา ที่มีทั้งเรื่องของเด็กที่ไม่ได้รับการปกป้องคุ้มครอง เด็กไม่ได้รับสิทธิที่พึงมีพึงได้ และความสุ่มเสี่ยงกับปัญหาเรื่องยาเสพติด นำปัญหาเหล่านี้มาทำเป็นกิจกรรมรณรงค์และส่งเสริมความรู้แก่เพื่อนเด็กและเยาวชนในเรื่องของโทษภัยของยาเสพติด


“ผมและเพื่อนอยากเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันปกป้องคุ้มครองเพื่อนๆ น้องๆ ในโรงเรียนและชุมชนให้ห่างไกลจากความสุ่มเสี่ยงที่จะหลุดเข้าไปในพรมแดนของโลกสีหม่นของยาเสพติดครับ ก่อนจัดกิจกรรมผมและเพื่อนๆ ได้นำความรู้และทักษะที่ได้รับจากค่ายมาวางแผนทำกิจกรรม และแบ่งหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันครับ โดยพี่ๆ มูลนิธิศุภนิมิตฯ คอยเป็นพี่เลี้ยง และช่วยประสานงานติดต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมาเป็นวิทยากรให้ความรู้ครับ” น็อตเล่าถึงวิธีการดำเนินการ ก่อนจะยิ้มกว้างแล้วพูดต่อว่า “ผมขอบคุณผู้อุปการะของผมและมูลนิธิศุภนิมิตฯ มากครับ ที่มอบโอกาสและประสบการณ์ให้ผมได้เรียนรู้และพัฒนาตนเอง และเปิดโอกาสให้ผมได้มีส่วนในการร่วมกันปกป้องเพื่อนๆ ครับ”


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


เช่นเดียวกับนางวรรณา ผู้เป็นแม่ยิ้มบอกด้วยความเบิกบานว่า “รู้สึกภูมิใจในตัวลูกมากค่ะที่เขาเป็นเด็กดี เป็นตัวอย่างที่ดีและคอยช่วยเหลือเพื่อนๆ เวลาอยู่บ้านน็อตช่วยแม่ขายของในตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน ตอนเย็นกลับมาก็ช่วยขายก๋วยเตี๋ยว ช่วยแบ่งเบาได้เยอะเลยค่ะ ถึงแม่ทำงานเหนื่อยแต่ก็ชื่นใจที่ลูกไม่เกเร มีความรับผิดชอบดูแลตัวเองได้ ทำให้แม่มีกำลังใจ เหนื่อยยังไงก็อดทนได้เพื่อลูกค่ะ ขอบคุณผู้อุปการะและมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่เปลี่ยนชีวิตลูกชายให้ดีขึ้นค่ะ”