หน้าหลัก

11 พฤษภาคม 2560

ประตูสู่ความอยู่ดีมีสุข (Read in English)


“ผมเรียนหนังสือไม่เก่งครับ เลยอาศัยฝึกตัวเองทำการเกษตร จะได้ช่วยปู่ย่า และเพื่อเป็นอาชีพในอนาคตของผมเองด้วย” ธนวัฒน์ หรือ คีน เด็กชายวัย 14 ปีกล่าวระหว่างให้อาหารไก่ในเล้า


แม้บ้านของคีนจะมีสวนมะขามและที่นาพอได้ทำมาหากิน แต่ฟ้าฝนที่ไม่อาจควบคุมได้ทำให้รายได้ของครอบครัวไม่แน่นอนนัก ปีที่มะขามติดผลมากราคาขายก็ตก ซ้ำร้ายมีหลายปีที่แล้งจัดมะขามไม่ติดผล ทุนที่ลงไปก็หาย เงินที่จะได้นำมาใช้จ่ายในครอบครัวก็ไม่เพียงพอ เป็นเหตุให้พ่อและแม่ของคีนต้องตัดใจไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัด ภาระในการเลี้ยงดูคีนจึงตกอยู่ที่ปูและย่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ สามชีวิตต้องเผชิญกับภาวะลำบากในการอยู่รอดกับจำนวนเงินที่พ่อและแม่ส่งให้เพียงเดือนละ 1,000 บาท


การสร้างความอยู่ดีมีสุขจากโครงการพัฒนาฯ หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ด้วยการ ‘ลดรายจ่าย’ คือประตูบานแรกที่นำครอบครัวของคีนสู่ความพออยู่พอกิน โดยสนับสนุนด้านการศึกษาของคีน และส่งเสริมอาชีพทางเลือกให้กับครอบครัว จากไก่ไข่จำนวน 10 ตัวที่ได้รับมา ปู่ ย่า และคีน ช่วยกันฟูมฟักเลี้ยงดูจนเติบโตและออกผลเป็นไข่ไก่วันละ 8-10 ฟอง เป็นแหล่งอาหารที่ปู่และย่าไม่ต้องจ่าย เหลือกินยังนำไปจำหน่ายเป็นรายรับเล็กๆ น้อยๆ ได้อีก “ปู่ทดลองเอาไข่ไก่ที่ได้ไปฟักกับไก่บ้าน ได้ลูกไก่เพิ่มมาอีก 13 ตัว ทำมา 2 รุ่นแล้ว มีไก่เพิ่มขึ้นก็มีไข่ไก่เพิ่มตามมาด้วย” ย่าฮวย ย่าของคีนเล่าถึงด้วยสีหน้าอิ่มสุข


‘เพิ่มรายได้’ เป็นประตูบานที่สองที่คีน ปู่และย่า ได้เดินเข้าไป เมื่อรายได้รายปีจากสวนมะขามไม่แน่นอน ปู่หนูคิด ปู่ของคีนจึงนำความรู้จากการไปร่วมอบรมส่งเสริมอาชีพเรื่องเกษตรพอเพียงมาปรับใช้ ลงมือ “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก” ทั้งข่า ตะไคร้ กล้วย และขุดบ่อเลี้ยงปลากินพืชที่ได้รับพันธุ์ปลามา บนพื้นที่ว่างในสวนมะขาม ตั้งใจเพียงปลูก-เลี้ยงไว้กินเอง แต่ยังเหลือจนมีชาวบ้านใกล้เคียงเข้ามาขอซื้อ เกิดเป็นรายได้รายสัปดาห์ รายเดือน พอได้จุนเจือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ภายในครอบครัว นอกจากนี้ ปู่หนูคิดยังได้ปลูกชะอม และผักหวานเพิ่มอีก “ค่อยๆ ปลูกเพิ่มตามกำลัง เอาไว้เก็บยอดกิน เหลือก็ขาย จะได้พอมีเงินเก็บไว้ส่งให้คีนเรียนสูงๆ”

Full Photo

Full Photo

Full Photo


“หลังจากเลิกเรียนหนังสือ หรือเสาร์-อาทิตย์ ผมจะเข้าไปที่สวน ช่วยปู่และย่าทำงาน” คีนเล่าถึงกิจวัตรประจำวันที่ได้ประโยชน์ทั้งการผ่อนแรงปู่และย่า และยังได้สร้างการเรียนรู้เรื่องการเกษตรให้แก่เขาผ่านการปฏิบัติจริงไปในตัวด้วย ก่อนจะย้ำด้วยคำพูดที่โตเกินวัยของเขาว่า “ชีวิตของคนเราไม่แน่นอน ต้องยึดหลักของตนเองให้ดีครับ ผมขอขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ มากครับที่ให้โอกาสดีนี้กับผม”