หน้าหลัก

12 กุมภาพันธ์ 2562

เยาวชนนานาชาติ “เราจะช่วยกันยุติความรุนแรงต่อเด็ก” (Read in English)


มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศุภนิมิตประเทศสิงคโปร์ จัดการประชุม “เยาวชนนานาชาติ” (Youth for Change Conference: YFCC) เพื่อเป็นเวทีในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนนานาชาติกับแคมเปญ It Takes A World ซึ่งเป็นแคมเปญหลักที่องค์กรศุภนิมิตทั่วโลกใช้ในการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก ระหว่างปี พ.ศ. 2560-2564 โดยการประชุมครั้งนี้มีตัวแทนเยาวชนจาก 12 ประเทศ รวมกว่า 80 คน เข้าร่วมประชุม ได้แก่ ไทย ออสเตรเลีย เมียนมาร์ เนปาล ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ เวียดนาม ศรีลังกา บังคลาเทศ อินโดนีเซีย และกัมพูชา


Anita Chaplin เยาวชนจากประเทศออสเตรเลีย ยอมรับว่าการมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ทำให้เธอได้รู้ถึงปัญหาการกระทำความรุนแรงต่อเด็กในประเทศอื่นๆ


“ที่ออสเตรเลียหากเกิดปัญหาในลักษณะนี้ เราสามารถรณรงค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายได้อย่างทันท่วงที แต่สำหรับบางประเทศไม่ได้เป็นอย่างนั้น เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านการเมืองการปกครอง ซึ่งการได้มาร่วมประชุมครั้งนี้นับเป็นประสบการณ์ที่ดีมากที่ได้เห็นว่าองค์กรศุภนิมิตในประเทศอื่นๆ ทำงานอะไรบ้าง และได้ความรู้มากมายจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น ความรุนแรงในโซเชียลมีเดียที่มีการใช้เฟสบุ๊คเพื่อล่อลวงเด็กไปกระทำความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ รวมถึงประเด็นที่คาดไม่ถึงว่าเราสามารถทำการรณรงค์เกี่ยวกับเรื่องนี้ร่วมกับภาคธุรกิจได้ ดังนั้นในอนาคตเยาวชนอย่างเราอาจจะร่วมพันธกิจกับเฟสบุ๊คเพื่อช่วยกันยุติความรุนแรงต่อเด็กก็เป็นได้”


Sai Woon Serth เยาวชนจากประเทศเมียนมาร์ เผยถึงสิ่งที่ได้รับจากการประชุมเช่นกันว่า "ก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กมาก่อนแล้ว แต่ไม่รู้ว่าตัวเองจะสามารถมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ได้อย่างไร จนกระทั่งมีโอกาสได้มาประชุมครั้งนี้ทำให้ผมรู้ถึงบทบาทของตัวเองมากขึ้นว่าสามารถมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งที่เมียนมาร์ผมได้ทำโครงการเกี่ยวกับการกระทำอนาจารหรือล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือตั้งแต่วัยรุ่นขึ้นไป โดยอาจจะมองข้ามพวกเด็กๆ ไป ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ที่ผมจะนำสิ่งที่ได้จากการประชุมกลับไปต่อยอดในสิ่งที่ทำอยู่ ยกตัวอย่าง ปัญหาการใช้แรงงานเด็กซึ่งบางครั้งเป็นเรื่องจำเป็นที่เด็กบางคนอาจต้องทำงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัว แต่ถ้าเรามีเรื่องของการศึกษา การให้ความรู้ หรือการสร้างความตระหนักในเรื่องเหล่านี้ ก็อาจจะทำให้ปัญหาเหล่านี้ค่อย ๆ ลดลง”


Shermaine Lee เยาวชนจากประเทศสิงคโปร์ บอกว่าจะนำสิ่งที่ได้จากการประชุมกลับไปต่อยอดอย่างแน่นอนด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้ารู้แล้วแต่ไม่ทำอะไร การมาร่วมประชุมครั้งนี้จะไม่มีประโยชน์เลย


“ในประเทศสิงคโปร์แม้ปัญหาการกระทำความรุนแรงต่อเด็กหรือการค้ามนุษย์จะมีไม่มากนัก แต่โดยส่วนตัวเป็นคนที่สนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงคิดว่าในฐานะที่เป็นคนสิงคโปร์รุ่นใหม่ ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ได้ตระหนักถึงความขาดแคลน ความยากลำบาก แต่จากการได้มาประชุมครั้งนี้ทำให้ฉันสามารถกลับไปถ่ายทอดต่อได้ว่าคนรุ่นเราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้โดยการสร้างความตระหนัก ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการค้ามนุษย์ในเด็กหรือการยุติความรุนแรงต่อเด็ก แต่ทั้งหมดต้องเริ่มจากตัวเราก่อน เพราะฉะนั้นเมื่อกลับไปฉันคงจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ มันจะเป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ที่จะค่อยๆ ขยายออกไปสู่คนหลายๆ คนในการสร้างความตระหนักในเรื่องนี้”


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ปิดท้ายกันที่ ณัฐพล พุ่มดำ หรือ เต้ย เยาวชนศุภนิมิตจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าถึงประสบการณ์ที่ได้รับพร้อมเฉลยถึงการเตรียมนำกลับไปต่อยอดที่บ้านเกิดให้ฟังว่า


“สิ่งที่ได้รับนอกจากความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ แล้ว การได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปดูงานและเรียนรู้การทำงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ทำให้ผมได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์และกระทำความรุนแรงต่อเด็ก ซึ่งชุมชนที่ผมมีโอกาสได้ไปดูงานจะมีแกนนำและเครือข่ายที่ทำงานด้านการปกป้องคุ้มครองเด็กร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ ไม่ว่าจะเป็น เด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง โรงเรียน และชุมชน ซึ่งจะทำให้สามารถรับทราบอย่างรวดเร็วในกรณีที่เด็กคนใดคนหนึ่งในชุมชนเกิดปัญหาถูกกระทำความรุนแรง ขณะเดียวกันผมจะนำแนวคิดเกี่ยวกับการยุติการค้ามนุษย์ในสถานประกอบการที่กลุ่มของผมได้ทำ workshop ในการประชุมครั้งนี้กลับไปรณรงค์ในพื้นที่ของตัวเองต่อไป”