‘ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรไร้รัฐไร้สัญชาติมากที่สุดในโลก ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย ณ เดือนกันยายน 2567 ระบุว่ามีบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติกว่า 592,340 คน โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กประมาณ 169,241 คน เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะมีสัญชาติ ภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติปิดกั้นเด็กจากการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่จำเป็น การพัฒนาศักยภาพของเด็กและการมีส่วนร่วมในสังคม การที่เด็กมีตัวตนในทางกฎหมาย จะเปิดโอกาสให้เขาได้เริ่มต้นชีวิตอย่างเท่าเทียม สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป’ (ยูนิเซฟ ประเทศไทย, 2567)
‘เด็กทุกคนที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย ต้องได้รับการศึกษา ไม่ว่าเชื้อชาติไหน สัญชาติใด’ หลักปฏิบัติสากลที่เป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก กลุ่มนักเรียนรหัส G อีกสถานะหนึ่งของเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย น้องๆ สามารถเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ตามกฎหมาย แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการอื่นๆ ของรัฐได้ เช่น สิทธิการรักษาพยาบาล การเข้าถึงกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นต้น เนื่องจากยังไม่มีสถานะทางกฎหมาย
ในปี 2567 มูลนิธิศุภนิมิตฯ ขยายการทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กภายใต้ โครงการนำร่องเด็กไร้สัญชาติให้เข้าถึงสถานะทางกฎหมายและระบบบริการ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ริเริ่มพัฒนาภาคีเครือข่ายเพื่อแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของกลุ่มนักเรียนรหัส G ในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ยกตัวอย่างเช่น ที่ว่าการอำเภออรัญประเทศ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสระแก้ว สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระแก้ว ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสระแก้ว กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 2 สถานีตำรวจภูธร โรงเรียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชม และตอาสาสมัครของมูลนิธิฯ เป็นต้น


ภายใต้โครงการนำร่องเด็กไร้สัญชาติให้เข้าถึงสถานะทางกฎหมายและระบบบริการได้มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆร่วมกับภาคีเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประชุม การอบรมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และจัดหน่วยบริการเชิงรุก เพื่อแก้ไขสถานะบุคคลของกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ดังนี้
- การประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจและพัฒนาแผนการทำงานกับภาคีเครือข่าย
- การอบรมพัฒนาศักยภาพ 3 ครั้ง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในประเด็นเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติ แนวทางแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมาย การฝึกปฏิบัติกรอกแบบสำรวจเพื่อจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (แบบ 89) และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์อีกมากมาย
- การจัดหน่วยบริการเชิงรุก 2 ครั้ง ณ โรงเรียนบีกริม และโรงเรียนบ้านแสนสุข อ.อรัญประเทศ โดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อจัดกระบวนการสืบข้อเท็จจริงและหารือแนวทางแก้ไขสถานะบุคคลของกลุ่มเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการยื่นคำขอสถานะทางทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนดได้อย่างถูกต้อง
- การถอดบทเรียนเพื่อสะท้อนการทำงานและพัฒนาการทำงานร่วมกันในประเด็นของการแก้ไขสถานะบุคคลให้เข้มแข็งขึ้น


สถานะทางกฎหมาย เด็กไม่เพียงแต่ได้รับสิทธิที่พึงจะได้รับตามกฎหมาย แต่หมายถึงโอกาสที่จะได้รับการส่งเสริมพัฒนาการตามช่วงวัยเพื่อการเจริญเติบโตและการเรียนรู้ของเด็กในทุกด้าน เปรียบเสมือนรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตของเด็กทุกคน อย่างไรก็ดี การแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐตามกฎหมายกำหนดและใช้ระยะเวลาในการได้มาซึ่งสถานะทางกฎหมาย มูลนิธิศุภนิมิตฯ ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายในพื้นที่ที่ให้การสนับสนุนและร่วมมือกันขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้โครงการนำร่องฯ ผลการดำเนินงาน คือ สามารถสนับสนุนการคัดกรองเด็กจำนวน 127 คน ซึ่งส่งผลให้เด็ก 3 คนได้รับสถานะทางกฎหมาย รวมถึงเด็ก 4 คนและผู้ใหญ่ 1 คนได้รับสัญชาติไทยตามหลักกฎหมายมูลนิธิศุภนิมิตฯ ในฐานะองค์กรภาคประชาสังคมยังคงมุ่งมั่นต่อยอดความร่วมมืออย่างต่อเนื่องเพื่อคุณภาพชีวิตของเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติ เพราะเด็กทุกคนคือของขวัญจากพระเจ้า
