หน้าหลัก

18 กุมภาพันธ์ 2564

แผนการฟื้นฟูและบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 (Read in English)


นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดรุนแรงของโรคโควิด-19 นับเป็นการอุบัติขึ้นของ โควิด-19 ระลอกแรกในประเทศไทย สร้างความทุกข์ยากลำบากและผลกระทบเป็นวงกว้าง


มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยได้ดำเนินงานตอบสนองและให้ความช่วยเหลือเด็กในความอุปการะและครอบครัวเด็กเปราะบางยากไร้ รวมถึง ชุมชน และแรงงานข้ามชาติกว่า 200,000 คน ด้วยการส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับโควิด-19 การสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อป้องกันตนเอง และสิ่งจำเป็นเพื่อการดำรงชีวิตในช่วงการระบาดที่รุนแรง อาทิ การแจกจ่ายหน้ากากผ้า 305,603 ชิ้น สบู่เหลวและเจลล้างมือ 67,755 ขวด นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล 11,970 ชุด ให้แก่ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครสาธารณสุข ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำงานอย่างหนักและเป็นแนวหน้าในการต่อสู้กับโรคร้ายนี้พร้อมกับผสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และยังมีการช่วยเหลือเร่งด่วนให้เด็กและครอบครัวได้ “อิ่มท้อง” และ “อิ่มการเรียนรู้” ด้วยการมอบนมกว่า 205,584 กล่อง ให้แก่เด็กปฐมวัย 3,740 คน ที่ต้องอยู่บ้านเพราะโรงเรียนปิด การแจกจ่ายอาหารและถุงยังชีพ 4,884 ชุด ให้ครอบครัวเด็กและ ยังได้มอบสื่อบ้านแห่งการเรียนรู้ของฉัน 23,294 ชุด ให้ผู้ปกครองได้ทำกิจกรรมเรียนรู้ร่วมกับลูก พร้อมพัฒนาอาสาสมัครการศึกษา เพื่อการเตรียมความพร้อมเด็กกลับสู่โรงเรียน ซึ่งเป็นการดำเนินงานใน ระยะที่ 1 “ตามแผนตอบสนอง 90 วัน ป้องกันและลดการแพร่ระบาด COVID-19”


น้องแตงโม เด็กในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เล่าความลำบากในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอกที่ 1 ให้ฟังว่า “ช่วงโควิด ที่ผ่านมาหนูและครอบครัวมีความลำบากมากค่ะ ครอบครัวหนูมีน้อง 3 คน แม่และยาย แม่มีอาชีพรับจ้าง ช่วงโควิดงานในหมู่บ้านไม่มีเลยค่ะ แม่ต้องไปรับจ้างทำงานก่อสร้างต่างจังหวัด ซึ่งช่วงนั้นโรงเรียนปิด หนูเลยต้องไปอยู่ต่างจังหวัดกับแม่เพื่อช่วยแม่เลี้ยงน้อง เพราะน้องหนูอายุ 3 ขวบและ 9 เดือน จำได้ว่าช่วงนั้นจะออกไปไหนก็ลำบากมากเลยค่ะ ตอนนี้แม่และหนูกลับมาอยู่บ้านแล้วค่ะ แม่พอจะมีงานรับจ้างบ้างแต่ก็ยังมีไม่มากค่ะ รายได้แม่ก็ยังไม่ค่อยพอที่จะใช้ในครอบครัว หลายครั้งแม่ต้องไปยืมญาติค่ะ ทำงานได้ก็เอามาใช้คืนเค้าค่ะ”


แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดในช่วงแรกได้ผ่านพ้นไป จนมาถึงการระบาดใหม่ระลอกที่ 2 ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าประชาชนจะมีความตระหนัก ความรู้ และความพร้อมในการป้องกันตัวเองจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดีมากขึ้นก็ตาม แต่ยังมีเด็กและครอบครัวที่ยากไร้ในพื้นที่ห่างไกล ที่ยังอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก ขาดแคลน ที่ต้องได้รับความช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน จากผลกระทบของโควิด-19


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ดำเนินงานตาม “แผนการฟื้นฟูและบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19” ซึ่งเป็นแผนการดำเนินงานใน ระยะที่ 2 เพื่อการฟื้นฟูและบรรเทาความลำบากของเด็กและครอบครัวในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยการเร่งแจกจ่ายถุงยังชีพกว่า 43,000 ถุง และ ถุงอิ่มท้องอีกกว่า 5,000 ถุง ซึ่งประกอบไปด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้ที่จำเป็น โดยดำเนินการในพื้นที่โครงการพัฒนาฯ กว่า 74 ชุมชน 42 จังหวัด ทั่วทุกภาคของประเทศไทย รวมไปถึงครอบครัวแรงงานข้ามชาติอีกกว่า 1,180 ครอบครัว ที่ได้รับความช่วยเหลือในครั้งนี้


“ผมขอขอบพระคุณท่านผู้อุปการะมากครับที่ช่วยเหลือผมและครอบครัวมาตลอด โดยเฉพาะช่วงโควิดที่ผ่านมาก็ได้นำสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง และอุปกรณ์ป้องกันโควิดมามอบให้ ความช่วยเหลือจากท่านทำให้ชีวิตและครอบครัวของผมดีขึ้นมากครับ” น้องยะ เด็กในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวขอบคุณด้วยแววตาที่มีความสุขและความหวัง


ความช่วยเหลือในครั้งนี้ได้ต่อชีวิตให้เด็กๆ และครอบครัว สู้ต่อไปอย่างมีความหวัง และด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ได้เข้ามาสร้างผลกระทบกับทุกคนอีกครั้ง ดังนั้นเราจะยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่ต่อไป เพื่อเป็นอีกเเรงหนึ่งที่จะขับเคลื่อนชีวิตให้เด็กๆ ครอบครัว และชุมชน สามารถก้าวผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน