หน้าหลัก

เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติ : ปลูกฝังสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ให้เด็กนักเรียน Read in English


ด.ญ.ศดานันท์ หรือ น้องกุ้งเต้น อายุ 12 ปี รู้สึกดีใจมากที่โรงเรียนของเธอเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โครงการฯ แก่งกระจาน


โรงเรียนที่น้องกุ้งเต้นเรียนอยู่  เด็กนักเรียนส่วนมากมีสุขภาพและการโภชนาการไม่ดีพอ เพราะฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตรและรับจ้างรายวัน


โดยจากรายงานโครงการการแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็กอายุ 0-5 ปีและอายุ 6-12 ปี โดยให้ชุมชนเป็นฐานประจำปี 2018 ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย พบว่า แก่งกระจาน เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งมีปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็ก 6-12 มากกว่าร้อยละ 10 ตั้งแต่ค่าพื้นฐาน คือ น้ำหนักน้อย กว่าเกณฑ์ เตี้ยและซูบผอม โดยดำเนินงานโครงการในปี 2016 ถึงปี 2018 ครอบคลุมพื้นที่ทำงานของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ทั้งหมด 22 พื้นที่ ครอบคลุมตำบลทั้งหมด 40 แห่ง เด็กที่ได้รับผลประโยชน์ทั้งหมดจำนวน 7,310 คน


มูลนิธิศุภนิมิตฯ จึงจัดทำโครงการ “เกษตรปลอดสารเพื่ออาหารกลางวัน” เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีวัตถุดิบในการปรุงอาหารกลางวันรับประทาน มีภาวะตามหลักโภชนาการที่ดี ปลอดภัยจากสารเคมี และสามารถสร้างเสริมทักษะการเรียนรู้ เพื่อเป็นความรู้ที่จะนำไปใช้ในการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังขยายผลสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรเพื่ออาหารกลางวันแก่ผู้ปกครองและคนในชุมชน สร้างรายได้ลดรายจ่าย ส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการพึ่งพาตนเอง


"หนูและเพื่อนนักเรียนได้เรียนรู้และลงมือปฎิบัติ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองตามที่ได้รับมอบหมาย การแปรรูปอาหารจากเห็ดนางฟ้าที่เหลือจากการขายในแต่ละวันนั้น หนูสามารถนำไปประกอบอาชีพเสริมให้กับครอบครัวได้ค่ะ"


น้องกุ้งเต้นและเพื่อนๆ นักเรียนแต่ละคนมีหน้าที่การรับผิดชอบในการดูแล สลับผลัดเปลี่ยนไปตามการจัดสรรเวลา หรือเวรการดูแลผลผลิตของเห็ด โดยคุณครูชัยยา เป็นผู้สอนเด็กนักเรียนจดบันทึก และทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


เมื่อมีเห็ดเหลือเล็กน้อย คุณครูได้สอนให้น้องกุ้งเต้นและเพื่อนๆ เรียนรู้วิธีแปรรูปอาหาร เช่น เห็ดชุบแป้งหอด ต้มยำเห็ด  เพื่อแบ่งให้เพื่อนๆ ในห้องเรียน และเพื่อนต่างห้องได้ลองชิม


นอกจากนี้ โรงเรียนของน้องกุ้งเต้นยังได้รับการสนับสนุนด้านการทาสีอาคารเรียน และปรับปรุงสนามเด็กเล่น ทำให้นักเรียนได้เรียนในสภาพแวดล้อมที่สวยงาม เหมาะสมกับการเรียนรู้ และยังได้ใช้ประโยชน์จากสนามเด็กเล่นที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว ส่งผลดีต่อการพัฒนาทางด้านร่างกาย รู้จักแบ่งปัน และสร้างความสามัคคี ในการใช้สนามเด็กเล่นร่วมกัน


"หนูขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่ได้สนับสนุนสิ่งดีๆ มีประโยชน์ให้กับหนูและโรงเรียนผ่านกิจกรรมโครงการเกษตรอาหารกลางวัน ทาสีอาคารเรียน และปรับปรุงสนามเด็กเล่นในโรงเรียนค่ะ หนูจะตั้งใจเรียนและเป็นเด็กดี ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่เลยค่ะ" น้องกุ้งเต้นกล่าวด้วยรอยยิ้ม


โดยจากรายงานประจำปี 2017 ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย มีสถานศึกษา 48 แห่ง ที่ได้รับสนับสนุนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และสถานศึกษา 25 แห่ง ได้รับการสนับสนุนให้มีแปลงเกษตร เพื่อให้มีแหล่งอาหารสำหรับนักเรียนอย่างเพียงพอ ครอบครัวเด็ก 2,912 ครอบครัว ได้มีแหล่งอาหารในครัวเรือน และเด็ก 48,311 คน ได้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าอย่างเพียงพอทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน และจนถึงปัจจุบันมูลนิธิฯ ยังคงมุ่งมั่นสานต่อการทำงาน เพื่อแหล่งอาหารและสภาพแวดล้อมที่ดีของเด็กๆ ต่อไปแม้ในสถานการณ์โรคระบาด