หน้าหลัก

17 พฤษภาคม 2564

ความมั่งคงทางอาหาร ความมั่นคงในชีวิต รูปแบบโครงการเพื่อการดำรงชีวิตเด็กและครอบครัว (Read in English)


โควิด-19 ระลอกใหม่นั้นรุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านมาหลายเท่าตัวและไม่รู้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ เศรษฐกิจ สุขภาพและสังคม ถูกท้าทายอย่างรุนแรงและแน่นอนว่ามันอาจกระทบความเป็นอยู่ของหลายครอบครัว บ้างตกงาน ขาดรายได้และเจ็บป่วย บ้างมีความทุกข์ ขาดความสุข เครียดสะสม แต่ในสถานการณ์ยากลำบากเช่นนี้ยังมีอีกหลายครอบครัวที่กำลังเรียนรู้ พัฒนาและปรับตัว เพื่อให้สามารถรับมือและเผชิญกับสถานการณ์นี้ได้อย่างยั่งยืน


มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยร่วมกับหน่วยงานภาคีในท้องถิ่น อาทิ สำนักงานพัฒนาชุมชนฯ สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานประมงและหน่วยงานปกครองท้องถิ่น ดำเนินรูปแบบโครงการเพื่อการดำรงชีวิตเด็กและครอบครัว (Livelihood Technical Programme) โดยมีวัตถุประสงค์ให้เด็กและครอบครัวที่ยากไร้เปราะบางสามารถรับรู้ปรับตัวต่อภาวะผลกระทบทางเศรษฐกิจและสามารถดำรงชีวิตได้


คุณธนอนันต์ ก่อนันทน์ธนัตถ์ ผู้เชี่ยวชาญประจำโครงการฯ ได้ให้รายละเอียดของการดำเนินรูปแบบโครงการฯ ว่า“รูปแบบโครงการเพื่อการดำรงชีวิตเด็กและครอบครัว (Livelihood Technical Programme) เกิดจากปัญหาของครอบครัวเป้าหมายที่เราพบเจออย่างหลากหลาย อาทิ ครอบครัวเป้าหมายกว่า 85.8% พึ่งพาอาหารจากตลาด โดยในจำนวนเป้าหมายทั้งหมด มีครอบครัวเพียง 40% เท่านั้นที่มีการสร้างแหล่งอาหารในครัวเรือน ปัญหาความเสี่ยงของเกษตรกรในการรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายอันจะนำมาซึ่งปัญหาอาหารที่ไม่ปลอดภัยที่ครัวเรือนต้องบริโภคเข้าไป ปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยการดำเนินการในครั้งนี้เราได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในชุมชนที่เราดำเนินโครงการฯ ผ่านกระบวนการสร้างความตระหนักต่อการมีแหล่งอาหารในครัวเรือนเพื่อรองรองรับวิกฤติเศรษฐกิจ โดยการสร้างความมั่นคงทางอาหารผ่านการเรียนรู้ชุมชน สนับสนุนให้เกิดความตระหนักรู้ต่อคุณค่าของต้นทุนชีวิตของตนเองและนำจุดเด่นของศักยภาพของตนเองมาใช้ในการวางแผนชีวิตร่วมกับครอบครัว เสริมความรู้ทักษะด้านการผลิตวัตถุดิบอาหารที่ปลอดภัยโดยใช้หลักการเกษตรธรรมชาติ สร้างสมดุลของแปลงเกษตร โดยอาศัยประโยชน์จากสิ่งแวดล้อม การใช้พันธ์พืชที่หลากหลายตามวิถีชีวิตในท้องถิ่น”


โดยมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ดำเนินการกับครอบครัวเป้าหมายกว่า 800 ครัวเรือน ใน 6 พื้นที่ ได้แก่ โครงการพัฒนาฯลานสัก จ.อุทัยธานี โครงการพัฒนาฯผาขาว จ.เลย โครงการพัฒนาฯบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ โครงการพัฒนาฯดงหลวง จ.มุกดาหาร โครงการพัฒนาฯศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ และ โครงการพัฒนาฯลำเลียง จ.ระนอง

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


คุณวินัยและคุณอังสนา เจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาฯ บึงโขงหลง เล่าประสบการณ์การทำงานให้ฟังว่า “เมื่อเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา โครงการพัฒนาฯบึงโขงหลง เราได้เริ่มต้นดำเนินโครงการฯ โดยการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องเกษตรธรรมชาติ ความหลากหลายของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์รวมถึงการเก็บเมล็ดพันธุ์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ปกครองเด็กในความอุปการะ จำนวน 250 ครอบครัว โดยรับความร่วมมือจากเกษตรอำเภอบึงโขงหลง มาเป็นวิทยากรให้ความรู้และคำแนะนำ ร่วมกับ คุณไสว ป้องทรายชม ปราชญ์ชุมชน ที่ให้เกียรติมาถ่ายทอดความรู้การทำการเกษตรแบบผสมผสาน ซี่งทำให้ผู้ปกครองเด็กเกิดความตระหนัก ความรู้ ทักษะและประสบการณ์ที่จะสามารถนำไปปรับใช้ในครัวเรือน และเพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรายังได้พาผู้เข้ารับการอบรมเดินทางไปศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียง ซึ่งต่อจากนี้เราได้มีแผนในการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และปัจจัยการผลิตเบื้องต้นในการปรับปรุงแปลงเกษตรเพื่อสร้างแหล่งอาหารในครัวเรือนต่อไป” ซึ่งปัจจุบันกลุ่มเป้าหมาย 800 ครอบครัว ในพื้นที่ 6 ชุมชน กำลังอยู่ในขั้นตอนการสร้างแปลงอาหารจากความรู้ ทักษะ ต้นทุนที่ได้กล่าวมาในข้างต้น เพื่อให้มีวัตถุดิบที่ปลอดภัยในการดำรงชีวิต


ทั้งนี้ รูปแบบโครงการเพื่อการดำรงชีวิตเด็กและครอบครัว (Livelihood Technical Programme) คือ ส่วนหนึ่งที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ เข้าไปให้ความช่วยเหลือเด็ก ครอบครัวและชุมชน ปัจจุบันมูลนิธิศุภนิมิตฯ มีพื้นที่ดำเนินงาน 76 ชุมชน ใน 42 จังหวัด ซึ่งยังมีอีกหลายชุมชนที่ยังยากลำบากและต้องการการสนับสนุนจากท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความอยู่ดีมีสุขให้แก่เด็ก ครอบครัวและชุมชนที่ยากไร้ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนร่วมกับเราได้ที่ https://www.worldvision.or.th/index.html