หน้าหลัก

11 พฤศจิกายน 2562

เสริมความรู้ สร้างความเข้มแข็ง เครือข่ายการทำงานด้านสุขภาพและโรคติดต่อสำคัญในกลุ่มประชากรข้ามชาติไทย-เมียนมาร์ (Read in English)


คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าประเทศไทยในปัจจุบันมีกลุ่มประชากรข้ามชาติที่เดินทางเข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก และประชากรกลุ่มนี้มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก จากข้อมูลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่าปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรข้ามชาติทำงานอาชีพพื้นฐาน (Elementary Occupations) มากถึงร้อยละ 6 ของจำนวนประชากรวัยทำงานทั้งประเทศ ส่วนใหญ่เป็นงานที่ต้องใช้แรงงาน ทั้งในภาคอุตสาหกรรม และการประมง และอีกกลุ่มหนึ่งคือเป็นแรงงานทำงานบ้าน อย่างไรก็ตาม กลุ่มประชากรข้ามชาติเหล่านี้ยังคงประสบกับปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน สวัสดิการ การศึกษา รวมถึงการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน


อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานเพื่อให้กลุ่มประชากรข้ามชาติสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อสำคัญที่อาจส่งผลกระทบเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขของประเทศไทยนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายๆ ภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน บนพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจ และมีหลักการในการปฏิบัติอย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นไปตามกฎ ระเบียบ และกฎหมายข้อบังคับของแต่ละประเทศด้วย


เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตฯ ภายใต้การสนับสนุนจาก กองทุนโลก ได้ร่วมกับ มูลนิธิเอดส์ เฮลท์ แคร์ (ประเทศไทย) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง และ Ministry of Health and sports โรงพยาบาลเกาะสอง ประเทศเมียนมาร์ จัด การประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนากลไกการส่งต่อผู้ป่วยและการสะท้อนผลระหว่างประเทศบริเวณชายแดนจังหวัดระนอง ประเทศไทย และเกาะสอง ประเทศเมียนมาร์ ระดับปฏิบัติการ (Cross border patient referral and feedback mechanism (CBPRFM) framework development workshop) เป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับทวิภาคี เน้นระดับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อพัฒนากลไกและความร่วมมือด้านสาธารณสุขในการดูแลและการส่งต่อผู้ป่วยวัณโรค ผู้มีเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ และมาลาเรีย ระหว่างประเทศบริเวณชายแดนจังหวัดระนอง ประเทศไทย และเกาะสอง ประเทศเมียนมาร์ โดยมีเครือข่ายจากทั้งสองประเทศ ได้แก่ ผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง โรงพยาบาลระนอง หน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่ 6 จังหวัดระนอง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธาณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย โรงพยาบาลแม่สาย โรงพยาบาลเชียงแสน เจ้าหน้าที่ Ministry of Health and sports โรงพยาบาลเกาะสอง ประเทศเมียนมาร์ และเจ้าหน้าที่ องค์กร American Refugee Committee ประเทศเมียนมาร์ รวมจำนวน 35 ท่าน เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความรู้และการทำงาน โดยได้รับเกียรติจาก นายแพทย์กัมพล ลิ่มทองนพคุณ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจด้านบริการทุติยภูมิและตติยภูมิ โรงพยาบาลระนอง จังหวัดระนอง เป็นประธานเปิดการประชุม และ นายแพทย์นรเทพ อัศวพัชระ รองนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดระนอง ร่วมรับฟังข้อสรุป และปิดการประชุม


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


สำหรับการประชุมครั้งนี้ได้มีการเปิดเวทีอภิปรายเชิงประชุมสะท้อนประเด็นปัญหา และการทำงานของระบบส่งต่อและติดตามผู้ป่วยที่ผ่านมา และมีการนำเสนอตัวอย่างระบบส่งต่อระหว่างประเทศผ่านระบบ Internet Based ในรูปแบบ Web Application ที่พัฒนาและใช้งาน ได้แก่ ระบบ TB&HIV Cross border Referral system: THCR นอกจากนี้ ได้จัดทำร่างแผนการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยมีผู้ประสานงานหลักและเจ้าหน้าที่ส่งต่อ เพื่อการติดตามผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และเกิดการส่งต่อผู้ป่วยข้ามแดนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การขับเคลื่อนการทำงานเพื่อให้กลุ่มประชากรข้ามชาติสามารถเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพ ได้รับการดูแล ทั้งเฝ้าระวัง นำส่งสู่การรักษาพยาบาล การติดตามการรักษา รวมถึงการส่งตัวกลับสู่ประเทศต้นทางในกรณีที่ผู้ป่วยแจ้งความประสงค์ สามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง ตามข้อกำหนดในการปฏิบัติทั้งของประเทศไทย และประเทศเมียนมาร์ ซึ่งจะส่งผลสู่การควบคุม ป้องกัน การร่วมกันแก้ไขปัญหาโรคติดต่อสำคัญให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไปด้วย


สำหรับ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรคริสเตียนเพื่อการพัฒนาและสาธารณกุศล ที่ดำเนินพันธกิจด้านต่างๆ ในกระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้ ด้อยโอกาสในสังคม และผู้ที่ดำเนินชีวิตในภาวะยากลำบาก โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเด็ก ครอบครัว ชุมชน และผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆโดยมีพันธกิจส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความยุติธรรมในสังคม และการเสริมสร้างจิตสำนึกแก่มวลชน โดยมีการดำเนินงานโครงการพิเศษด้านการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในกลุ่มประชากรในพื้นที่แนวชายแดน และกลุ่มประชากรข้ามชาติตามหลักสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมให้สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ ทั้งการควบคุม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่อสำคัญที่ส่งผลกระทบเป็นปัญหาต่อเด็ก ครอบครัว และชุมชน เช่น โครงการยุติปัญหาวัณโรค และเอดส์ และโครงการยับยั้งการแพร่เชื้อมาลาเรีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนโลก เป็นต้น