หน้าหลัก

30 กรกฎาคม 2562

ห้องเรียนสร้างนักอ่าน ปี 62 (Read in English)


“เมื่อก่อนลูกแอบหนีโรงเรียนบ่อยๆ ไปหลบอยู่บ้านเพื่อน ไปที่อื่นบ้างเพื่อไม่ให้ครูตามเจอตัว ครูเคยมาตามที่บ้านเกลี้ยกล่อมรอลูกอยู่ถึงครึ่งวัน ก็ยังไม่อยากไปโรงเรียนเพราะอ่านเขียนไม่ได้ เป็นแบบนี้มาหนึ่งปี ลูกดื้อจนแม่ทำอะไรไม่ได้เลย แม่หนักใจและเป็นห่วงมาก” นางมือแด แม่ของ น้องต้า หรือ ด.ช.ต้าวี เด็กใน โครงการอุปการะเด็ก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ในพื้นที่ดำเนินงาน โครงการพัฒนาฯ อุ้มผาง จ.ตาก เล่าปัญหาการเรียนของลูกชาย


ครูศุภกานต์ จันต๊ะวงศ์ ผู้สอนวิชาภาษาไทยแก่เด็กกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่กลองคี ในเขตพื้นที่ติดชายแดนไทย-เมียนมาร์ ที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เล่าเปิดใจถึงปัญหาด้านการเรียนของน้องต้า ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของเธอตอนเรียนชั้น ป.3-ป. 4 ว่า “การเรียนของน้องน่าเป็นห่วงมาก ผลการเรียนอ่อนทุกวิชาโดยเฉพาะวิชาภาษาไทย ทำให้น้องต้าต้องเรียนซ้ำชั้น ป.3 สองปี เวลาเรียนมักหายตัวไปหรือหลบอยู่หลังห้อง พ่อและแม่ของน้องอ่านเขียนภาษาไทยไม่คล่อง เวลาทำการบ้านก็ไม่มีใครสอน”


เพราะเรียนซ้ำชั้นถึง 2 ปี ทำให้น้องต้าในวัย 12 ปีเรียนช้ากว่าเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน


โครงการอุปการะเด็ก มูลนิธิศุภนิมิตฯ พื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ อุ้มผาง ได้มุ่งมั่นทำงานเพื่อให้กลุ่มเด็กเปราะบาง เด็กกลุ่มชาติพันธุ์ เด็กที่มีความบกพร่อง ได้รับโอกาสด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพ จึงได้สนับสนุน พัฒนา และส่งเสริมด้านการศึกษาหลายโครงการเพื่อยุติการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของเด็กตั้งแต่ปฐมวัย ทั้งการสนับสนุนสื่อการสอน สื่อการเรียนรู้เพื่อสร้างนักอ่าน (อ่านคล่อง) ปั้นนักเขียน (เขียนถูก) ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ พัฒนาเด็กให้เป็นนักอ่านและนักเขียนตั้งแต่วัยเยาว์ รวมถึงยังสนับสนุนให้โรงเรียนจัดกิจกรรมสอนเสริมนอกเวลาเรียน ซึ่งได้ดำเนินการมากว่าสองปีการศึกษาแล้ว น้องต้าและเพื่อนเด็กที่มีผลการเรียนอ่อนและมีปัญหาด้านการอ่านออกเขียนได้ ได้มาเรียนเสริมภาษาไทยในช่วงเย็นของทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง


นอกจากนี้ โครงการพัฒนาฯ อุ้มผาง ยังได้จัดกิจกรรม ค่ายพี่สอนน้อง นำพี่ๆ กลุ่มเยาวชนที่มีผลการเรียนที่ดี และได้รับการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ ทักษะการแสดงออก เข้ามาจัดกิจกรรมสอนวิชาภาษาไทยที่โรงเรียนในพื้นที่ อ.อุ้มผางเพิ่มเติมด้วย การเรียนรู้ในค่ายพี่สอนน้อง ที่มีผู้สอนเป็นรุ่นพี่ เรียนรู้ด้วยกิจกรรมที่มีทั้งเกมส์และเพลงที่สอดคล้องกับเนื้อหาภาษาไทย ทำให้น้องๆ สนุกกับการเรียนรู้อย่างมาก ส่งผลให้เกิดความเข้าใจและมีการพัฒนาด้านการอ่านการเขียนคล่องแคล่วขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือ ผลการเรียนที่พัฒนาดีขึ้นในเด็กนักเรียน สำหรับน้องต้า ผลการเรียนของน้องต้าทำได้ดีขึ้นเป็น 2.53 เมื่อเขาได้เลื่อนขึ้นชั้น ป.4


ครูศุภกานต์เล่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากที่น้องต้า และเพื่อนเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ที่มีผลการเรียนอ่อน ได้เข้าเรียนในห้องเรียนพิเศษเพื่อการปูพื้นฐานด้านการอ่านเขียนที่ดี เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลแห่งนี้ว่า “หลังจากหนึ่งปีที่ผ่านมา น้องต้า และเพื่อนนักเรียนที่เรียนอ่อนได้เข้าห้องเรียนพิเศษซึ่งช่วยปูพื้นฐานที่ดีและยุติปัญหาการอ่านเขียนของเด็กได้อย่างเห็นผล”


Full Photo

Full Photo

Full Photo


นางมือแด แม่ของน้องต้าก็เล่าเสริมว่า “ตอนอยู่ ป.3 น้องบ่นว่าเบื่อโรงเรียนและเรียนไม่สนุก แต่หลังจากน้องได้เรียนเสริมภาษาไทยในช่วงเย็นและเข้าร่วมกิจกรรมค่ายพี่สอนน้อง น้องมีความสุขมาก กลับมาเล่าให้แม่ฟังเสมอว่าวันนี้ได้เรียนรู้อะไรบ้าง น้องชอบไปโรงเรียนและผลการเรียนก็ดีขึ้นมาก จากที่หนีเรียน ตอนนี้เวลาเรียนจะนั่งเรียนแถวหน้าเรียนอย่างมีความสุข แม่หายทุกข์ใจและโล่งใจมากที่ลูกเรียนดีขึ้น เขาเป็นลูกคนโตอยากให้เรียนหนังสือสูงๆ ลูกได้เรียนจะได้มีชีวิตที่ดีกว่าแม่ แม่ต้องขอบคุณผู้อุปการะของน้องต้ามากๆ เลยค่ะที่ให้ความช่วยเหลือน้องต้า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ศุภนิมิตทุกคนด้วยค่ะ ที่คอยดูแลแม่ น้องต้า และครอบครัว ขอบคุณครูที่โรงเรียนของน้องต้าด้วยที่ดูแลและสอนน้องต้าจนตอนนี้น้องมีผลการเรียนที่ดีขึ้นมากค่ะ”


ส่วนน้องต้าที่นั่งอยู่ข้างๆ แม่ ได้พูดถึงเหตุผลที่ชอบมาโรงเรียนว่า “อ่านได้เขียนได้เก่งขึ้น สนุกมากขึ้นครับเวลาอ่านเขียนได้ และมีความสุขมากๆ ครับ โตขึ้นผมอยากเป็นทหารครับ” น้องต้าพูดด้วยสีหน้าสดชื่นยิ้มแย้ม


ปัจจุบัน น้องต้าได้เลื่อนชั้นเรียนไปอยู่ ป.5 แล้ว ส.ต.ท.(ญ) พนิดา วาจาอนุกุล ครูประจำชั้น ป.5 ของน้องต้า เล่าว่าการอ่านเขียนภาษาไทยของเด็กชาย และเพื่อนนักเรียนในโรงเรียนดีขึ้น ขณะที่ จ.ส.ต.(ญ)ศุภกานต์ จันต๊ะวงศ์ ครูประจำชั้นปีที่แล้วพูดว่า “รู้สึกดีใจมากที่เห็นพัฒนาการของน้องดีขึ้น ดิฉันขอเป็นตัวแทนของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่กลองคี ขอบคุณผู้อุปการะที่ได้สนับสนุนโครงการดีๆ ผ่านทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ เข้ามาจัดกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน”