หน้าหลัก

31 พฤษภาคม 2562

ครูจีราภา ผู้หญิงแกร่งกับหัวใจความเป็นครูที่แท้จริง (Read in English)


ผลสำรวจอาชีพในฝันของเด็กไทยปี 2562 พบว่า อาชีพครู ครองใจเด็กไทยเป็นอันดับที่สองจากท๊อปไฟว์ของอาชีพในฝันที่อยากทำมากที่สุด อาชีพครู คืออีกหนึ่งบุคคลที่สามารถทำประโยชน์ต่อสังคมได้โดยตรง และได้รับการยกย่องในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์เป็นอันดับสองรองจากอาชีพแพทย์ เพราะครูคือผู้ให้ ผู้ปั้นคน ปั้นจากดินให้เป็นดาว ให้ลูกศิษย์ทุกคนประสบความสำเร็จ เป็นคนดีของสังคม


“สมัยเด็กๆ อาชีพที่ใฝ่ฝันที่สุดคือ คุณครู เป็นอาชีพที่อยากทำมากที่สุดค่ะ” จีราภา เริ่มต้นพูดคุยด้วยรอยยิ้ม


นางสาวจีราภา ประกิตกิตติคุณ หรือ ครูแซมมี่ เรียนจบเกียรตินิยมอันดับ 1 เป็นศิษย์เก่าสาขาวิชาระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์ (บธ.บ) คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตลำปาง ในปีการศึกษา 2559 ปัจจุบันเป็นพนักงานราชการ ตำแหน่งครูช่วยสอน ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านดอยแสง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ย้อนรำลึกวันวานว่า บ้านอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร เธอและพี่ๆ ทั้งเจ็ดคนคลอดด้วยหมอตำแยประจำหมู่บ้าน เพราะการเดินทางออกมาสถานีอนามัยลำบาก ครอบครัวยากจนมาก บ้านที่อยู่เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว หลังคามุงสังกะสีเก่าๆ สภาพทรุดโทรม มีแค่สองห้อง ทุกคนต้องอยู่และนอนแออัด เวลาฝนตกลำบากที่สุดเพราะหลังคามีรูน้ำฝนรั่วลงมาเปียกกันหมด พ่อแม่ทำเกษตร แต่ละปีผลผลิตแค่พอกินกันเองในบ้าน อาหารประจำวันคือ ผักลวกจิ้มน้ำพริก เป็นอาหารที่ได้เจอทุกมื้อ อาหารส่วนใหญ่เป็นของป่าที่พ่อแม่หามาได้ ส่วนเสื้อผ้าต้องใส่ต่อจากพี่ๆ เพราะพ่อแม่ไม่เงินซื้อเสื้อผ้าให้


ตอนเรียนชั้นประถม 3 จีราภาได้รับความช่วยเหลือจากผู้อุปการะของเธอ ผ่าน โครงการอุปการะเด็ก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย พื้นที่ดำเนินงาน โครงการพัฒนาฯ แม่ฮ่องสอน เธอรู้สึกดีใจมากที่ได้มีกระเป๋า ชุดนักเรียนใหม่เป็นของตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต ช่วงเรียนประถมถึงมัธยมต้น ได้รับอุปกรณ์การเรียน ชุดกันหนาว และผ้าห่มกันหนาว ช่วงปิดเทอมได้ไปค่ายพัฒนาทักษะชีวิต จีราภาชอบอ่านหนังสือมาก มักเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งทักษะวิชาการ และนักกีฬาวอลเล่ย์บอลของโรงเรียน ต่อมาย้ายเข้ามาเรียนระดับ ปวช.ในตัวเมือง มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ความช่วยเหลือที่ได้รับช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ลงได้มาก ในช่วงนั้นพ่อได้รับอุบัติเหตุ เป็นผู้ป่วยติดเตียง ความหวังที่จะได้เรียนต่อริบหรี่มาก พ่อขอให้หยุดเรียน แต่เธอไม่ล้มเลิกความคิดที่จะเรียนต่อ จึงติดต่อขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ และมีโอกาสเรียนต่อจนจบระดับอุดมศึกษา จากทุน โครงการส่งน้องจบปริญญาตรี โดยได้รับทุนทรัพย์ช่วยค่าบำรุงการศึกษาทุกปี


“ผู้อุปการะและมูลนิธิศุภนิมิตฯ เปรียบเสมือนความหวัง เป็นแสงสว่างสำหรับเด็กๆ ที่ด้อยโอกาส ทำให้เด็กๆ รู้สึกมีที่พึ่ง มีความฝันที่จะได้เติบโตขึ้นอย่างมีความหวัง หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการฯ อนาคตที่ฝันไว้คงไม่ถึงฝัน และคงไม่ได้มาไกลเฉกเช่นทุกวันนี้ ขอบคุณผู้อุปการะ และมูลนิธิศุภนิมิตฯ ค่ะ” จีราภา พูดถึงความช่วยเหลือที่ได้รับที่มีส่วนสำคัญต่อชีวิตของเธอช่วยให้เรียนจบการศึกษา


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


“เด็กๆ ทุกคนเก่งในแบบที่ต่างกัน บางคนเก่งวิชาการ บางคนปลูกผักสวนครัวเก่ง บางคนเก่งเลี้ยงหมู การที่เราไม่วัดเด็กแต่เพียงด้านวิชาการ มันทำให้เด็กรู้สึกว่าเขาก็มีความเก่งในด้านของเขาไม่ด้อยกว่าเด็กคนอื่น เพื่อที่เด็กจะได้มีกำลังใจและทำในสิ่งที่ตัวเองเก่งให้เก่ง และดียิ่งขึ้นไปอีก” จีราภา บอกมุมคิดของตนในฐานะผู้เป็นแม่พิมพ์ของชาติ


จีราภา เป็นครูหญิงหัวใจแกร่งของ ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านดอยแสง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ปัจจุบันเธอสอนทั้ง 8 สาระวิชาให้กับนักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 ครูจีราภา รักเด็กๆ รักวิชาชีพครูและยึดความกตัญญูเป็นหลักในการทำงาน นั่นเป็นเหตุผลที่เลือกมาสอนในโรงเรียนเล็กๆ ติดชายแดน เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นผู้รับ และการได้รับทำให้รู้สึกมีความหวังขึ้นใหม่ เธอจึงอยากเป็นผู้ให้กลับคืนสังคมบ้างด้วยศักยภาพของตัวเองที่มี เพราะรู้ดีว่าเด็กคนหนึ่งอาจเสียอนาคตไปเลยหากไม่มีทางเลือกชีวิต


การได้เห็นรอยยิ้มของลูกศิษย์และรอยยิ้มของครูจีราภา คือความภาคภูมิใจ เป็นความยินดีอย่างที่สุดของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่ได้ทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพานส่งต่อน้ำใจปรารถนาดีจากผู้อุปการะ ผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ไปสู่เด็กๆ จนชีวิตก้าวเดินไปถึงอีกฝั่งแห่งความสำเร็จ มีชีวิตที่ดีงามพร้อมทำความดีด้วยหัวใจนำความอยู่ดีมีสุขให้กับเด็กๆ และชุมชนบ้านเกิด