หน้าหลัก

30 พฤษภาคม 2562

เคล็ดไม่ลับ ‘อ่านออกเขียนได้ทันใจ ประทับจิต ชีวิตมีคุณภาพ’ (Read in English)


หลังจาก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และผู้บริหารสถานศึกษาที่หัวใจเต็มไปด้วยการให้ ได้ร่วมกันตั้ง คณะทำงานขับเคลื่อนพัฒนาหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ทันใจ ประทับจิต ชีวิตมีคุณภาพ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ภารกิจอันยิ่งใหญ่เพื่อพัฒนาเด็กไทยให้อ่านออกเขียนได้ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ คือ จะต้องมีแบบฝึกหัดและคู่มือครูที่มีคุณภาพ มีเทคนิค และมีสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ประกอบ เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับครูจากโรงเรียนต่างๆ ได้นำไปใช้ในการเรียนการสอนในชั้นเรียน คณะทำงานขับเคลื่อนพัฒนาหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ทันใจฯ จึงได้ร่วมกับ มูลนิธิศุภนิมิตฯ เชิญคณาจารย์จากโรงเรียนต่างๆ ที่มีส่วนในการร่วมกันสร้างหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ทันใจเมื่อ 4 ปีที่แล้ว นำประสบการณ์ที่สะสมจากการนำหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ทันใจฯ ไปใช้กับนักเรียนในชั้นเรียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน หยิบประโยชน์ดีๆ ที่เกิดขึ้น ร่วมกันระดมสมอง พัฒนาหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ทันใจประทับจิตฯ ให้มีความเป็นปัจจุบัน ทั้งนี้โดยได้รับความเมตตาจาก ผศ.ดร.นลินรัตน์ อภิชาติ และ ผศ.กัญญา บุรีรัตน์ ผู้ทรงคุณวุฒิประจำศูนย์ศึกษาพิเศษและภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เป็นที่ปรึกษาและตรวจทานความถูกต้อง จนเกิดเป็น ชุดแบบฝึกอ่านออกเขียนได้ทันใจฯ 4 เล่ม พร้อมคู่มือ สำหรับใช้ในการพัฒนาการอ่านเขียนได้แก่เด็ก ตั้งแต่ระดับปฐมวัย จนถึงระดับประถม ได้แก่
      - นำร้อง เล่น เน้นท่าทาง สำหรับชั้นอนุบาล 1
      - แจกลูก สะกดคำ นำร้องเล่น สำหรับชั้นอนุบาล 2
      - อ่านเขียน เรียนสุขใจ สำหรับชั้นอนุบาล 3
      - ทวนอ่านเขียน เรียนประโยค สำหรับใช้ประกอบการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3


นายถาวร อินทรสร ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองตะเข้-หนองตูม ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนพัฒนาหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ฯ นายประกอบเกียรติ ชัยเกิด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสะพุง รองประธานฝ่ายพัฒนาคู่มือฯ นายเสถียร หล้าแหล่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวารีสีสุก รองประธานฝ่ายพัฒนาสื่อและนวัตกรรม นายวิโรจน์ เหลือหลาย ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าไม้สหกรณ์ รองประธานฝ่ายขับเคลื่อนและพัฒนาแนวคิดและติดตามประเมินผล และ นายพงศักดิ์ คนหมั่น ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโพนแดง กรรมการและเลขานุการฯ ได้ร่วมกันบอกเล่าที่มาที่ไปของ หลักสูตรอ่านออกเขียนได้ทันใจฯ ว่า


“ภาคอีสานส่วนใหญ่จะเป็นชุมชนที่มีการใช้สองภาษา คือ ภาษาถิ่นเป็นภาษาหลัก และภาษาไทยเป็นภาษากลาง แน่นอนว่าสำหรับเด็กนักเรียนแล้ว พวกเขาจะคุ้นชินกับภาษาถิ่นที่ใช้ที่บ้านมากกว่า เมื่อมาถึงโรงเรียน สิ่งนี้ก็จะเป็นอุปสรรคที่สำคัญทำให้เด็กเรียนรู้ได้ช้า สำหรับหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ทันใจฯ ที่พวกเราได้ร่วมกันพัฒนานี้ ท่าน ผอ.พงศักดิ์ คนหมั่น ได้ริเริ่มและนำไปใช้ในการเรียนการสอนกับเด็กๆ ตั้งแต่ระดับอนุบาล เตรียมความพร้อมเด็กเล็กๆ ให้มีทักษะการอ่านออกเขียนได้ เมื่อเด็กขึ้นชั้นประถม ความพร้อมที่ดีก็จะทำให้เด็กเรียนรู้ในระดับที่มากขึ้นได้อย่างรวดเร็ว จากที่ได้มีการใช้อย่างจริงๆ กว่า 4 ปี เด็กมีพัฒนาการการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และในระหว่าง 4 ปี ก็ได้มีโรงเรียนต่างๆ มาร่วมเรียนรู้ และนำเอาหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ทันใจฯ ไปปรับใช้ที่โรงเรียนต่างๆ อีกหลายโรงเรียน ซึ่งต่างก็มีสัมฤทธิผลที่ดีขึ้นในเด็กนักเรียน เราก็เลยเห็นว่า น่าจะถึงเวลาพัฒนา ปรับปรุง หลักสูตร เพื่อถ่ายทอดสู่เพื่อนครูโรงเรียนอื่นๆ ทั้งในภาคอีสาน และทั่วประเทศ คณะทำงานขับเคลื่อนพัฒนาหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ทันใจฯ โดยการสนับสนุนจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ จึงร่วมกันระดมสรรพกำลังของครู ปรับปรุงหลักสูตรอีกครั้ง ให้มีความเป็นกลาง สามารถนำไปใช้สอนได้กับโรงเรียนทั่วประเทศ ในหลักสูตรจะมีการประยุกต์ทฤษฎีการเรียนรู้ต่างๆ สอดแทรกเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น Brain Gym การเรียนรู้โดยเน้นสมองเป็นฐาน หรือ BBL ดนตรีเพื่อการศึกษา สิทธิเด็ก และการสอนภาษาไทยสำหรับเด็กในพื้นที่พหุภาษา รวมไปถึงยังได้มีการบูรณาการสาระการเรียนรู้ต่างๆ สอดแทรกเข้าไปในกิจกรรม ในแบบฝึกหัด ในสื่อการเรียนรู้ของครู ทั้งนี้ โดยมีการทบทวนความเหมาะสมกับระดับการเรียนรู้ของเด็กๆ ในแต่ละช่วงวัยด้วย”


ความรู้ เทคนิค กลเม็ดเคล็ดลับ ที่ได้สอดแทรกอยู่ในชุดแบบฝึกหัดอ่านออกเขียนได้ทันใจฯ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น
      • การใช้สัญลักษณ์มือแทนรูปพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์
      • บทเพลงที่ผ่านกระบวนคิดสำหรับใช้ในการสอนภาษาไทยสำหรับเด็กเล็ก
      • เทคนิคการสอนเด็กปฐมวัย และเด็กระดับประถมศึกษาปีที่ 1-3 ในการเขียน อ่าน และสะกดคำ ที่เน้นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่สนุกสนาน ยึดหลัก 3ร 1ล คือ ไม่เร่ง ไม่รีบ ทำไปเรื่อยๆ และไม่เลิกทำ
      • เทคนิค 4 ขั้นตอนในการพัฒนาทักษะด้านภาษาให้กับเด็กนักเรียน ได้แก่ 1) นักเรียนอ่านสะกดคำเสียงดังๆ ตามครู 2) ครูสะกดคำเบาๆ แล้วให้นักเรียนออกเสียงตามดังๆ 3) ครูประสมคำ พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ แล้วให้นักเรียนออกเสียงเป็นคำดังๆ และ 4) ครูใช้บัตรคำที่มีภาพประกอบ ให้นักเรียนเห็นภาพและคำ แล้วอ่านออกเสียงดังๆ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ควรจัดให้นักเรียนได้ปฏิบัติจนเคยชินในทุกๆ วัน วันละ 5-20 นาที โดยสามารถเลือกช่วงเวลาตามความเหมาะสม


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


เทคนิคเหล่านี้ได้ถูกนำมาถ่ายทอดแบบไม่มีเม้ม ใน การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเป็นวิทยากรกระบวนการ (Training of Trainer) อ่านออกเขียนได้ทันใจ ประทับจิต ชีวิตมีคุณภาพ” ซึ่งได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10-11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยมีเครือข่ายผู้บริหารสถานศึกษา คุณครูจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และครูผู้สอนในโรงเรียนต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมการอบรมกว่า 100 คน เพื่อให้คุณครูทุกท่านได้นำไปใช้สอนเด็กนักเรียนในเทอมการศึกษาที่จะถึง


ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริหารสถานศึกษาและคุณครูที่มาร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ ยังได้ร่วมกันจัดตั้งเป็น คณะทำงานขับเคลื่อนการอ่านออกเขียนได้ทันใจฯ ระดับพื้นที่ ระดับกลุ่มโรงเรียน แลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนากลเม็ดการสอน ฝึกฝนทักษะการเป็นกระบวนกรถ่ายทอดความรู้ เตรียมพร้อมสำหรับการเป็น ศูนย์เรียนรู้ดูงานการพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ทันใจฯ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดยจะมีศูนย์เรียนรู้ฯ หลัก 5 แห่งในพื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ฯ กลุ่มโรงเรียนบ้านโพนแดง พื้นที่โครงการพัฒนาฯ ดงหลวง จ.มุกดาหาร ศูนย์เรียนรู้ฯ กลุ่มโรงเรียนในพื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ เสิงสาง จ.นครราชสีมา ศูนย์เรียนรู้ฯ กลุ่มโรงเรียนในพื้นที่โครงการพัฒนาฯ ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ ศูนย์เรียนรู้ฯ กลุ่มโรงเรียนในพื้นที่โครงการพัฒนาฯ สังขะ จ.สุรินทร์ และศูนย์เรียนรู้ฯ กลุ่มโรงเรียนในพื้นที่โครงการพัฒนาฯ หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ซึ่งแว่วๆ มาว่ามีโรงเรียนจากภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ จับจองจ่อคิวที่จะเดินทางมาเรียนรู้ในเร็วๆ นี้แล้ว


ภาระกิจยิ่งใหญ่ในการแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย ยุติวังวนแห่งการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว