หน้าหลัก

31 กรกฎาคม 2562

ต้นกล้าชา พืชเศรษฐกิจนำพาชีวิตสดใส (Read in English)


ชาเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมชนิดหนึ่งของโลก คนรุ่นใหม่นิยมบริโภคชามากขึ้นจากกระแสเพื่อสุขภาพรวมทั้งเพื่อลดน้ำหนัก และในปี 2560 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ชาเป็นอันดับสี่ของโลก คิดเป็นมูลค่า 958 ล้านบาท (www.prachachat.net/economy/news-291213) โดยมีแหล่งปลูกที่สำคัญอยู่แถบภูเขาทางภาคเหนือ พันธุ์ที่นิยมปลูกส่วนใหญ่ร้อยละกว่า 85 เป็นชาอัสสัม ซึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศอินเดียในรัฐอัสสัม ชามีประโยชน์ช่วยให้กระชุ่มกระชวย สดชื่น ไม่ง่วนนอน ดับกระหายได้ดีและช่วยคลายความร้อนในร่างกาย ชาอัสสัมมีสรรพคุณบำรุงหัวใจ ลดระดับน้ำตาลในเลือด การดื่มชาเป็นประจำช่วยชะลอความแก่ สามารถขับสารพิษออกจากร่างกาย


ต้นชาอัสสัมที่ปลูกเรียงรายตามไหล่เขา สร้างรายได้ให้ครอบครัวและผันเป็นทุนการศึกษาให้ลูกๆ ของ นายอาเซาะ พ่อของ น้องนิพนธ์ เด็กใน โครงการอุปการะเด็ก พื้นที่ดำเนินงาน โครงการพัฒนาฯ แม่สรวย จ.เชียงราย ได้อย่างต่อเนื่อง


แต่กว่าจะมีวันนี้ได้ นายอาเซาะ และพ่อแม่ของเด็กคนอื่นๆ ที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการอุปการะเด็กก็ต้องฝ่าฟันต่อสู่กับอุปสรรคต่างๆ นานกว่า 10 ปี ทั้งเรื่องดินฟ้าอากาศที่ส่งผลต่อการเพาะปลูก ต้องลองผิดลองถูกเรียนรู้การปลูกต้นชาอัสสัมให้ได้ยอดอ่อนใบชาที่มีคุณภาพ แต่ด้วยความช่วยเหลือที่ได้รับจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ทั้งการสนับสนุนพันธุ์ต้นชาอัสสัม การฝึกอบรมให้ความรู้ในการเพาะปลูก และการทำไร่ชา ทั้งยังมีกิจกรรมให้ทุกครอบครัวในพื้นที่ที่มีการปลูกชาอัสสัมมารวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มอาชีพปลูกชา ซึ่งได้ประโยชน์ทั้งการเสริมให้เกิดความเข้มแข็งของชาวบ้าน และเกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในการประกอบอาชีพปลูกชาอัสสัมด้วย


“ลูกทั้งสี่คนได้รับความช่วยเหลือจากผู้อุปการะ ผ่านมาทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ ตอนนี้ลูกสาวเรียนจบสองคนแล้ว คนโตทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล คนที่สองจบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ คนที่สามกำลังเรียนปริญญาตรีสาขาพยาบาล ส่วนนิพนธ์เป็นลูกคนเล็กเขากำลังเรียนด้านการตลาดครับ ความช่วยเหลือที่ได้รับจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ช่วยแบ่งเบาภาระได้หลายอย่างครับ และช่วยทำให้ลูกๆ ได้รับโอกาสต่างๆ ทั้งการศึกษา ชีวิตความเป็นอยู่ และช่วยเหลือครอบครัวของผมด้วยครับ จากพันธุ์ต้นชาจำนวน 1,200 ต้นที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้มอบให้กับครอบครัว ตอนนี้ได้ขยายเป็น 30,000 ต้น ผลผลิตชาสามารถช่วยให้ครอบครัวของผมมีรายได้เพียงพอ และต่อเติมความอยู่ดีมีสุขให้ครอบครัวของผมได้แล้วครับ” นายอาเซาะ พ่อของน้องนิพนธ์ เล่าความช่วยเหลือที่ได้รับ ที่ได้ขยายผลเป็นความสุขและอาชีพที่มั่นคงในปัจจุบัน


“ผมภูมิใจในอาชีพทำไร่ชาของพ่อแม่ มันเป็นแรงผลักดันให้ผมเลือกเรียนสาขาการตลาด เมื่อเรียนจบผมจะมาพัฒนาไร่ชาของครอบครัว ความฝันของผมคือมีโรงผลิตชา และสร้างแบรนด์ของครอบครัวครับ ผมขอบคุณผู้อุปการะมากครับที่ช่วยเหลือผมมาตั้งแต่ผมยังเรียนอยู่ชั้นประถมจนถึงปัจจุบัน ตอนนี้ผมกำลังเรียน ปวช.3 แล้วครับ” น้องนิพนธ์ยิ้มเมื่อนึกถึงความใฝ่ฝันของเขา


Full Photo

Full Photo

Full Photo


“ขอบคุณผู้อุปการะ และมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่ให้การช่วยเหลือครอบครัวของผม ช่วยเหลือลูกๆ ทั้งสี่คน และสนับสนุนด้านอาชีพทำไร่ชา ทุกวันนี้ผมมีอาชีพที่สร้างรายได้ ผมจะพยายามทำความฝันของลูกให้สำเร็จตามที่เขาหวังไว้ให้ได้” นายอาเซาะ พ่อของน้องนิพนธ์ พูดขอบคุณด้วยรอยยิ้ม


ครอบครัวของนายอาเซาะ และน้องนิพนธ์ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จซึ่งมูลนิธิศุภนิมิตฯ ภาคภูมิใจ และสร้างรอยยิ้มให้กับเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ทุกครั้งที่ได้เดินทางไปเยี่ยมติดตามความเป็นอยู่ของครอบครัว น้ำใจและความช่วยเหลือแบ่งปันของผู้อุปการะในโครงการอุปการะเด็ก ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ช่วยสร้างโอกาสให้ครอบครัวยากไร้ให้สามารถพึ่งพาตนเองในด้านเศรษฐกิจ มีอาชีพที่มั่นคง ทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน อยู่ดีมีสุขบนความพอเพียง เปิดโอกาสในการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมอนาคตที่ดีของเด็กๆ