หน้าหลัก

21 พฤศจิกายน 2562

“น้องต้นอ้อ” เริ่มเรียนอนุบาลอย่างมีความสุข (Read in English)


แม้ว่า อ้อม จะมีความพิการทางการได้ยินมาแต่กำเนิด 29 ปีของชีวิตของอ้อมจึงเป็นโลกที่เงียบสงัด แต่นับเป็นโชคดีที่ลูกๆ ของเธอทั้ง 2 คน คือ น้องต้นอ้อ และ น้องตริน เกิดมาครบบริบูรณ์ ไม่มีความบกพร่องใดๆ


แม่อ้อมเลี้ยงดู น้องต้นอ้อ และน้องตริน ซึ่งเป็นลูกชายคนเล็ก อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง โดยมี ยายวาส ยายของเด็กๆ อยู่ร่วมด้วยอีกหนึ่งคน ส่วนพ่อเขียด พ่อของเด็กๆ จำใจต้องจากลูกๆ และครอบครัวไปทำงานรับจ้างที่จังหวัดนครปฐม ทั้งแม่อ้อมและยายไม่ได้มีอาชีพอะไร ค่ากินค่าอยู่ในทุกๆ วัน พ่อเขียด (พ่อของน้องต้นอ้อ ) ส่งเงินที่ได้รับจากค่าจ้างเลี้ยงหมูในฟาร์มหมูที่จังหวัดนครปฐมมาให้เป็นรายเดือน


เมื่อถึงวัยต้องเข้าโรงเรียน ยายได้ให้น้องต้นอ้อเข้าเรียนอนุบาลหนึ่งที่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลหัวเมือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก และในเวลาเดียวกันน้องต้นอ้อก็ได้รับโอกาสให้เป็นเด็กในความอุปการะ โครงการอุปการะเด็ก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย พื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ เมืองปาน จังหวัดลำปาง ที่ได้เข้าไปทำงานพัฒนาความอยู่ดีมีสุขของเด็กๆ ในชุมชน


เพราะเด็กๆ ในพื้นที่โครงการพัฒนาฯ เมืองปาน ที่อยู่ในโครงการอุปการะเด็กส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วงปฐมวัย มูลนิธิศุภนิมิตฯ จึงมุ่งเน้นดำเนินงานส่งเสริมพัฒนาการและเตรียมความพร้อมในการดูแลเด็กๆ ให้มีพัฒนาการอย่างเหมาะสม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจให้แก่พ่อแม่ ในการดูแลเลี้ยงดูเด็กเล็กๆ อย่างเหมาะสม โดยได้จัดอบรมสร้างความตระหนักให้พ่อแม่ผู้ปกครองเด็ก มีส่วนร่วมในการดูแลเด็กในเรื่องของโภชนาการและเรื่องการส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้เป็นไปตามวัย


ยายของน้องต้นอ้อก็ได้เข้าร่วมอบรมความรู้ต่างๆ ด้วย ยายได้รับความรู้ทั้งเรื่องโภชนาการ การเตรียมอาหารสำหรับเด็ก คุณค่าอาหารห้าหมู่ ซึ่งยายได้นำความรู้มาใช้ในการเลี้ยงดูน้องต้นอ้อ และน้องตริน และได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเลี้ยงดูเด็กกับผู้ปกครองเด็กคนอื่นๆ เวลาที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ จัดให้มีพบปะกันทั้งศูนย์เด็กเล็ก


“เมนูไข่ธรรมดา ไข่ต้ม และไข่เมนูพิเศษ ไข่ตุ๋น เป็นของโปรดน้องต้นอ้อเหมือนเด็กคนอื่นทั่วไป ยายมักให้น้องต้นอ้อช่วยเก็บไข่ที่ได้จากแม่ไก่ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้มาเลี้ยง ส่วนวันจันทร์ถึงวันศุกร์ น้องต้นอ้อก็ยังได้ทานอาหารมื้อเช้าร่วมกับเพื่อนๆ ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจัดทำอาหารเช้าจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ด้วย” ยายเล่า


“ครอบครัวนี้ไม่สมบูรณ์ ยายก็เป็นคนดีรักลูกแม้จะพิการก็ไม่ทอดทิ้ง รักหลานดูแลอย่างเต็มกำลัง ตอนมาเยี่ยมทำข้อมูลเห็นว่าจำเป็นต้องช่วยพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการสมบูรณ์ตามวัย และมีโอกาสทางการศึกษา เราในฐานะคนทำงานคลุกคลีกับครอบครัวนี้มาโดยตลอด รู้สึกดีใจที่ได้เข้ามามีส่วนช่วยเติมเต็มให้กับน้องต้นอ้อ มีพัฒนาการเติบโตสมวัย มีความพร้อมในการเรียนรู้และมีความสุขมากขึ้น พูดได้เต็มปากว่าน้องต้นอ้อได้รับประโยชน์สองปีเต็มๆ ได้ทานอาหารเช้าทุกวันที่มาเรียนที่ศูนย์เด็กเล็กฯ ช่วยให้วันนี้มีน้ำหนัก-ส่วนสูงและพัฒนาการตามวัยพร้อมสำหรับการเรียนรู้ในชั้นอนุบาลสาม น้องเป็นเด็กร่าเริง เฉลียวฉลาด น่ารักและกล้าพูดกล้าแสดงออกครับ” วรวิทยา มั่นแม่น เจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ กล่าว


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


“น้องต้นอ้อเป็นเด็กฉลาด กล้าแสดงออก เวลาครูถามจะยกมือตอบทันที มีความรับผิดชอบให้งานอะไรไป เอามาส่งครูทุกครั้ง น้องร่าเริง สนุกเมื่ออยู่กับเพื่อนๆ ได้เรียนรู้อย่างมีความสุขทุกๆ วัน” ครูปู ครู ของน้องต้นอ้อพูดอมยิ้ม


แม้ว่าน้องต้นอ้อจะมีแม่และพ่อที่มีความพิการทางการได้ยิน และการพูด แต่เด็กหญิงน้อยๆ ก็เติบโตขึ้นด้วยความรักของยาย แม่ ผู้อุปการะ ครู และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ทำให้น้องต้นอ้อรู้สึกถึงความรักและความอบอุ่นนั้นอยู่เสมอ


“ขอบคุณที่ช่วยเหลือมาตลอด เมื่อก่อนให้ข้าวสาร ไก่ไข่สิบหกตัว และเมื่อเร็วๆ นี้ให้จักรยาน หนังสือนิทาน ของเล่นต่างๆ ให้กับน้องต้นอ้อ” แม่อ้อม สื่อสารกับเราด้วยภาษามือพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม ยายวาส ทำลายความเงียบโดยช่วยแปลความให้เราอีกทีหนึ่ง พร้อมกล่าวเสริมด้วยความซาบซึ้งใจว่า “ตอนนี้น้องต้นอ้อเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 แล้ว เขาย้ายมาเรียนที่โรงเรียนบ้านขามค่ะ ขอบคุณผู้อุปการะอย่างมาก ไม่มีอะไรตอบแทนได้ ขออวยพรให้มีความสุขและมีความเจริญ”