หน้าหลัก

31 พฤษภาคม 2562

อวนปลาเพื่อความอยู่ดีมีสุข (Read in English)


“สองอาทิตย์ก่อนบังหมัดวางอวน จับปลาได้เยอะขายได้เป็นหมื่นเลย” เสียงตื่นเต้นในวงสนทนาของแม่บ้านกลุ่มหนึ่งในชุมชนบ้านท่าเรือดังเข้าหู สุภาพร ขุนยะระ หรือ ก๊ะหลี ซึ่งอยู่ไม่ห่างนัก ทำให้เธอถึงกับต้องรีบวางอุปกรณ์ทำอวนที่ได้รับจากโครงการพัฒนาฯ ทุ่งหว้า มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยแล้วเข้าไปร่วมวง


ก๊ะหลี สนใจเรื่องที่ได้ยินอย่างยิ่งเพราะครอบครัวของเธอเป็นชาวประมงที่นี่ ณ บ้านท่าเรือ ที่แค่ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าต้องอยู่ใกล้น้ำและเดาได้ไม่ยากว่าคนในชุมชนส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง ดังนั้นพอตกบ่ายผู้ชายจะพากันออกเรือไปเป็นคู่สามีภรรยาบ้างไปกับญาติพี่น้องสองสามคนบ้างแล้วกลับเข้าฝั่งในช่วงสายของอีกวันหนึ่ง มีรายได้เพียงพอสำหรับการหาเช้ากินค่ำเท่านั้น


และบ้านท่าเรือก็เป็นชุมชนหนึ่งในพื้นที่การดำเนินงานของ โครงการพัฒนาฯ ทุ่งหว้า ด้วย ทำให้หลานของก๊ะหลีและเด็กๆ ในชุมชนมีโอกาสเป็นเด็กใน โครงการอุปการะเด็ก ของ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ครอบครัวได้รับการสนับสนุนอาชีพ


“มูลนิธิศุภนิมิตฯ เข้ามาถามความต้องการของเรา เราบอกว่าให้ส่งเสริมอาชีพที่ทำอยู่แล้วเพราะว่าอวนเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นและเราต้องซื้อกันทุกปี” ก๊ะหลี เล่าพลางเอาอุปกรณ์ทำอวนออกมาเตรียมมาด


อุปกรณ์ทำอวนที่ก๊ะหลีได้รับสามารถนำมามาดอวนได้ 3 ปาก ซึ่งถ้าไปซื้อตามท้องตลาดอวนหนึ่งปากจะตก 2,000 บาท จึงเป็นธรรมดาที่ก๊ะหลีมีรอยยิ้มเมื่อเธอบอกว่า “นี่เท่ากับว่าเราประหยัดต้นทุนไปได้ถึง 6,000 บาท แล้วบางบ้านที่ภรรยาออกเลกับสามีไม่มีเวลามาดอวนเขาจะไปจ้างคนแก่ทำ ช่วยให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชนค่ะ”


Full Photo

Full Photo

Full Photo


ก๊ะหลี วางแผนอย่างมั่นเหมาะว่าจะมาดอวนเสร็จทันนำไปใช้จับปลาในช่วงเดือนห้าถึงเดือนแปดนี้ “มันเป็นหน้าปลาลังซึ่งเราต้องออกเรือไปในทะเลลึกสักหน่อย” ก๊ะหลี ให้ความรู้ “หลังจากนั้นก็จะเป็นหน้าปลาจวด เราก็จะเอาอวนอันเดิมนั้นแหละมาตัดให้มีความลึกน้อยลงเพราะปลาจวดอยู่ในที่ตื้นกว่า”


ในฤดูกาลจับปลาที่กำลังมาถึงไม่ว่าลมฟ้าอากาศทีเป็นปัจจัยเหนือการควบคุมจะทำให้ออกหัวหรือออกก้อย ถึงกระนั้นก๊ะหลีก็อุ่นใจเพราะทุนหกพันบาทที่เคยต้องจ่ายทุกปียังนิ่งอยู่ในกระเป๋าไว้สำหรับใช้จ่ายสิ่งจำเป็นอื่นๆ “ขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ มากๆ ค่ะ” ก๊ะหลี บอกด้วยรอยยิ้ม