หน้าหลัก

23 กันยายน 2563

ครูแต’ บนเส้นทางฝัน เพื่อเด็กไทยอ่านออกเขียนได้ (Read in English)


การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย แม้กระทั่งวิถีการดำเนินชีวิต ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใส่แว่นกลมโต ผมบ๊อบ ที่ชื่อ ปาริฉัตร หางศร หรือ ‘ครูแต’ ของเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยโรงนอก อ.ร้องกวาง จ.แพร่ รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นอย่างดี และพร้อมจะปรับตัวเพื่อให้ความตั้งใจที่จะทำให้เด็กๆ มีพัฒนาการอ่านออกเขียนได้สามารถดำเนินต่อไปได้


ด้วยเหตุนี้ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ภาพของครูแต และเจ้าหน้ามูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศ โครงการพัฒนาฯ ห้วยโรง ที่ลงพื้นที่ไปเยี่ยมเด็ก และครอบครัวถึงบ้าน พร้อมมอบอุปกรณ์พื้นฐานในการป้องกัน โควิด-19 รวมถึงชุด ‘สื่อการเรียนรู้ที่บ้าน’ ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ จัดทำขึ้น เพื่อให้เด็กๆ ได้ใช้เสริมการเรียนในช่วงของการกักตัวอยู่บ้าน จึงเป็นภาพที่คนในชุมชนเห็นจนชินตา


แต่กว่าจะเป็นภาพที่เห็นดังกล่าว ต้องบอกว่าไม่ง่ายเลยสำหรับ ‘ครูแต’ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เติบโตในครอบครัวยากไร้ ต้องรับผิดชอบช่วยพ่อแม่ทำงานเพื่อปากท้องของทุกคนในบ้านและเพื่ออนาคตของตัวเอง จนกระทั่งได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ใจดีรับเป็นเด็กในความอุปการะโครงการ ‘อุปการะเด็ก’ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่ทำให้เธอได้มีโอกาสทางการศึกษาและสานฝันบนเส้นทางสายแม่พิมพ์ของชาติ


“อยากเป็นครูค่ะ เพราะรักการทำงานกับเด็กนักเรียน และรักการที่จะสร้างคน ทำให้นักเรียนมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสังคมของเราให้ดีขึ้นต่อไปในอนาคต” ครูแต ให้เหตุผลสำทับความฝัน


ปัจจุบันครูแตได้ก้าวเดินบนเส้นทางความฝันในฐานะแม่พิมพ์ของชาติมาแล้วกว่า 5 ปี เริ่มจากการเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ก่อนจะพลิกบทบาทมาเป็นครูสอนวิชาภาษาไทย ด้วยเหตุผลที่ว่า เพราะครูเอกภาษาไทยขาดแคลน ทำให้เด็กมีปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้


ขณะเดียวกันเธอยังได้เข้าร่วมโครงการ ‘สรรสร้างสื่อเติมเต็มการเรียนรู้’ ภายใต้รูปแบบโครงการความร่วมมือพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ (Literacy Hand in Hand) ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนการสอนให้เท่าทันนวัตกรรมใหม่ๆ ในการผลิตสื่อที่มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้และการอ่านออกเขียนได้ของลูกศิษย์ในระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษาปีที่ 1 โดยเธอได้คิดสร้างสรรค์สื่อหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การทำสื่อสระภาษาไทย และตัวสะกดต่างๆ ช่วยให้นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านออกเขียนได้ อีกทั้งยังได้นำความรู้วิธีผลิตสื่อไปปรับใช้ในการสอนวิชาสังคมอีกด้วย


“มันน่าตื่นเต้น เพราะเป็นสื่อการสอนแบบใหม่ ทำให้นักเรียนไม่รู้สึกเบื่อ และมีความสนใจมากขึ้น เวลาทำงานในห้อง ถ้าใครทำเสร็จ แล้วสนใจสื่อชิ้นไหนก็จะให้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองที่ด้านหลังห้องเรียนซึ่งจัดไว้เป็นมุมสื่อ นักเรียนก็จะมานั่งเล่นสื่อรวมกันตรงนั้น แทนที่จะไปวิ่งเล่นที่อื่น” ครูแต บรรยายบรรยากาศในห้องเรียนที่เปลี่ยนไป ก่อนจะยกตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงของลูกศิษย์


“ในห้องมีเด็กที่เรียนอ่อนหลายคน อย่าง น้องวราพร ซึ่งเป็นชาวม้ง เมื่อเทอมก่อน อ่านเขียนไม่ได้เลย แต่เทอมที่ผ่านมาสามารถอ่านเขียนได้ในระดับที่ดี เพราะน้องมีความสนใจและมีความสุขกับการเรียนมากขึ้น ผลการเรียนก็เลยออกมาเยี่ยมยอดค่ะ”


แม้จะเดินบนเส้นทางสายแม่พิมพ์ของชาติได้เพียงไม่กี่ปี แต่ด้วยหัวใจของคนที่เคยเป็น ‘ผู้รับ’ ในฐานะเด็กในความอุปการะโครงการ ‘อุปการะเด็ก’ ที่วันนี้ได้เปลี่ยนมาเป็น ‘ผู้ให้’ วิชาความรู้เพื่อหวังสร้างอนาคตที่ดีให้กับเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลด้วยหัวใจที่ทุ่มเท เธอจึงได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัล ‘ครูดีเด่น’ และรางวัล ‘ห้องเรียนคุณภาพต้นแบบระดับชั้นประถมศึกษาปีที่1’ ในงานวันครู ประจำปี 2563 ของ สพป.แพร่ เขต1 เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของเธอบนเส้นทางสายแม่พิมพ์ของชาติ


“ครูเป็นแล้วเลิกไม่ได้ การสอนคนให้เขาเก่งขึ้นจากเดิม มันสร้างความสุขให้คนเป็นครูได้อย่างน่าประหลาดใจ” ครูแต เผยความรู้สึกที่ได้จากอาชีพในฝัน และไม่ลืมที่จะทิ้งท้ายด้วยคำขอบคุณผู้อุปการะที่ทำให้เธอได้มีโอกาสทำความฝันให้เป็นจริง


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


“ขอบคุณผู้อุปการะที่ช่วยเหลือด้านการเรียนจนจบการศึกษา และช่วยครอบครัวในด้านต่างๆ มาตลอด ขอบคุณค่ะ”