หน้าหลัก

27 ธันวาคม 2562

‘อั๋น’ และ ‘รุ่ง’ เยาวชนคนเก่งของศุภนิมิตฯ กับประสบการณ์ในเวทีสิทธิเด็กระดับชาติ (Read in English)


ในวาระ “30 ปีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก” ทั่วโลกต่างร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความตระหนักแก่สาธารณะ และเพื่อให้เด็กๆ ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของ สิทธิเด็ก ที่นานาชาติ รวมถึงประเทศไทย ได้ร่วมกันรับรองให้สิทธิเด็กเป็นสิทธิสากล และเป็นสิทธิเด็ดขาดที่เด็กทุกคนต้องได้รับการรับรองและคุ้มครอง ทั้งนี้เนื้อหาโดยสรุปของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กจะมีความเกี่ยวข้องกับสิทธิพื้นฐานที่สำคัญ 4 เรื่อง คือ สิทธิในการมีชีวิตอยู่รอด สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา และสิทธิของเด็กในการมีส่วนร่วมตัดสินใจ โดย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับอาสาเป็นแม่งาน ผนึกกำลังจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และองก์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็ก ร่วมกันจัดงาน เวทีสิทธิเด็ก ครั้งที่ 30 ตอน "ก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 the next step for the child” ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2019 และจัดงาน เฉลิมฉลองฉลอง 30 ปี อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก CRC@30 and BEYOND “ความสำเร็จตลอด 30 ปี กับความท้าทายที่ต้องเผชิญ เพื่อก้าวเดินไปอย่างเข้มแข็ง” ในวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2019 ทั้ง 2 งานจัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซนเตอร์


นอกจากตัวแทนของ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย แล้ว ได้มีการเปิดโอกาสให้ตัวแทนเด็กและเยาวชนจากจังหวัดต่างๆ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เก็บเกี่ยวความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก และร่วมเป็นกระบอกเสียงบอกเล่าปัญหาเกี่ยวกับสิทธิของเด็กให้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานได้รับฟัง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการนำไปปรับการดำเนินงานทั้งในภาคปฎิบัติ และในการวางกรอบ ระเบียบ รวมถึงข้อกำหนดกฎหมาย ให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงที่สุดสำหรับเด็กและเยาวชนอย่างแท้จริง


สำหรับกิจกรรมสำคัญทั้ง 2 งานนี้ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ในฐานะองค์กรคริสเตียนเพื่อการพัฒนาและสาธารณกุศล มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก ครอบครัว และชุมชน โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กสู่ความอยู่ดีมีสุข ซึ่งเชื่อมโยงกับ “อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก” ได้มีโอกาสนำแกนนำเยาวชนจาก โครงการอุปการะเด็ก ที่ได้รับการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะความเป็นผู้นำ และเติมความรู้เกี่ยวกับสิทธิเด็กจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ อย่างต่อเนื่อง เข้าร่วมเก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ พร้อมเป็นตัวแทนเด็กชาติพันธุ์สะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับสิทธิเด็กในงานใหญ่ระดับประเทศดังกล่าวด้วย

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


น้องอั๋น หรือ นายธีรเดช นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตัวแทนแกนนำเยาวชนจากโครงการอุปการะเด็ก พื้นที่ดำเนินงาน โครงการพัฒนาฯ แม่แตง จ.เชียงใหม่ เล่าความรู้สึกที่ได้ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับสิทธิเด็กระดับประเทศว่า “เป็นโอกาสที่ดีมากเลยครับที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้ผมได้รู้ปัญหาต่างๆ ในมุมมองของผู้ใหญ่ที่ทำงานเกี่ยวกับสิทธิเด็ก และความพยายามของผู้ใหญ่ในการช่วยกันแก้ไขปัญหาเพื่อพวกเราครับ ส่วนกิจกรรมการแลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้จัดขึ้น ก็ทำให้เด็กสามารถเสนอข้อคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ และผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานก็พร้อมเปิดใจรับฟังเสียงของเด็กๆ ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกัน การทำงานเกี่ยวกับสิทธิเด็กในประเทศไทยจะเกิดผลดีขึ้นครับ”


ส่วน น้องรุ่ง หรือ น.ส.รุ่งทิพย์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตัวแทนแกนนำเยาวชนจากโครงการอุปการะเด็ก พื้นที่ดำเนินงาน โครงการพัฒนาฯ แม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้เสริมถึงประโยชน์จากการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เพิ่มเติมว่า “รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนเยาวชนศุภนิมิตฯในการมาเข้าร่วมครั้งนี้ อีกอย่างได้พบเพื่อนจากภาคต่างๆ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่หลายอย่างด้วย รุ่งสนใจเรื่องสิทธิเด็กเกี่ยวกับสุขภาพและสวัสดิการพื้นฐาน ทั้งการดูแลเด็กตั้งอยู่ในครรภ์แม่ หรืออาจเป็นเกี่ยวกับสุขภาพจิตของเด็ก และการให้บริการเด็กยากจนและเด็กที่อยู่ห่างไกล อีกเรื่องที่รุ่งคิดว่าสำคัญมากๆ และส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างมาก คือ การดูเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่พ่อหรือแม่ป่วยเป็นจิตเวช โดยพ่อหรือแม่ที่ป่วยโดยไม่รู้ตัว หรืออาจรู้ตัวแต่ไม่เข้ารับการรักษา รุ่งว่ามันเป็นสิ่งที่หลายๆ ภาคส่วนต้องให้ความสำคัญมากๆ และเฝ้าระวังด้วยค่ะ เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กได้บ้างในกรณีเช่นนี้”


ทั้ง อั๋น และ รุ่ง ยังบอกตรงกันอีกว่า “การส่งเสริมสิทธิเด็ก คือ การเปิดโอกาสให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและแสดงศักยภาพของตน พวกเราได้รับโอกาสต่างๆ ได้รับการพัฒนาจากพี่ๆ มูลนิธิศุภนิมิตฯ มาตั้งแต่เด็ก ทำให้พวกเราเป็นเยาวชนที่ดีได้อย่างทุกวันนี้ ขอบคุณพี่ๆ และขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิมิตฯ มากๆ”


แน่นอนว่าทุกๆ ภาคส่วนยังคงต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นเพื่อให้เด็กทุกคนเข้าถึงสิทธิที่พวกเขาควรจะได้รับ และที่สำคัญ เสียงที่เด็กและเยาวชนได้ร่วมกันสะท้อนจากหัวใจของพวกเขา น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน จะได้นำไปขบคิด เพื่อให้ทุกๆ การขับเคลื่อนสิทธิเด็กก้าวเดินไปอย่างเข้มแข็ง