หน้าหลัก

10 กันยายน 2563

สื่อสารความเสี่ยง COVID-19 - การสื่อสารให้เกิดความเข้าใจเพื่อการปฏิบัติเป็นนิสัย (Read in English)


รอยยิ้มผุดพรายขึ้นบนใบหน้าเด็กๆ ขณะที่กรูกันมาต้อนรับแขกคุ้นตาผู้มาเยือนพร้อมกับเสียงเรียกด้วยภาษาเมียนมาที่พอจะฟังออกได้แค่ชื่อว่า ‘Nay Lin’ หรือ ‘เนลิน’ ในภาษาไทย เปลี่ยนบรรยากาศเหงาๆ ของ โรงงานปลาฉิงฉังตากแห้งพรพินิจ ในองค์การสะพานปลา เทศบาลตำบลรัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ที่ต้องหยุดทุกกิจกรรมเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 มานานกว่า 5 เดือน ให้คืนความมีชีวิตขึ้นบ้าง


วันนี้ Nay Lin เจ้าหน้าที่ภาคสนามโครงการพิเศษ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย หรือ ‘พี่เนลิน’ ของเด็กๆ นัดจะนำหน้ากากผ้า เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ สบู่ และสื่อความรู้การป้องกัน COVID-19 ที่จัดพิมพ์เป็นภาษาเมียนมามอบเพิ่มเติมให้พี่น้องแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน โครงการสื่อสารความเสี่ยงเรื่องโควิด19 ในกลุ่มประชากรข้ามชาติ โดย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนของ องค์การยูนิเซฟประเทศไทย และ องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) และเพราะเป็นชาวเมียนมาเหมือนกัน ทำให้ Nay Lin สามารถเข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเพื่อนแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ได้เป็นเนื้อเดียวกัน


Nay Lin เล่าระหว่างจัดเตรียมสิ่งของต่างๆ ว่า “ที่นี่เป็นโรงงานทำปลาฉิงฉังตากแห้งส่งออกครับ ก็เหมือนกับทุกธุรกิจในภูเก็ตที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤต COVID-19 ต้องปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของภาครัฐอย่างเคร่งครัด เคอร์ฟิวทำให้การออกเรือทำได้ยากขึ้น ปลาที่จับมาก็จำหน่ายไม่ได้เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยว ปลาแห้งเองก็ส่งออกไม่ได้ เจ้าของธุรกิจต่างๆ ต้องทยอยหยุดกิจการชั่วคราว ที่นี่ก็เหมือนกัน ในเขตองค์การสะพานปลามีเพื่อนแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาประมาณ 3,000 คน ได้รับผลกระทบไม่มีงาน ไม่มีรายได้เหมือนกันหมด”


คำบอกเล่าของ Nay Lin ถูกยืนยันจาก Myint Yi แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาที่พอจะสื่อสารภาษาไทยได้ “ทำงานและอาศัยอยู่ในโรงงานนี้มาหลายปี มาทำงานที่ภูเก็ตทั้งครอบครัวค่ะ ก่อนจะมีโควิด-19 มีงานทำทุกวัน เอาปลาที่จับได้มาทำความสะอาด ต้มสุก ปรุงด้วยเกลือ แล้วก็เอาไปตากแห้งให้แห้งสนิทก่อนจะบรรจุใส่ถุง ปลาฉิงฉังที่ตากแห้งและบรรจุส่งจำหน่ายครั้งสุดท้ายที่ได้ทำกันก็เมื่อเมษายน จากนั้นก็เงียบสนิทมาถึงตอนนี้เดือนสิงหาคมแล้ว 5 เดือนแล้วที่ไม่มีรายได้เลย ที่โรงงานเป็นแรงงานชาวเมียนมาทั้งหมด อยู่กัน 30 ครอบครัว เจ้าของให้อยู่ฟรี แต่น้ำไฟต้องจ่ายเอง พวกผู้ชายยังพอออกไปหางานก่อสร้างรายวันทำได้บ้าง แต่ก็มีงานน้อย ส่วนผู้หญิงไม่มีงานอะไรทำ ผัก ต้นไม้อะไรพอกินได้ก็เอามาทำกับข้าวกิน ปลาแห้งคัดทิ้งรอขายให้โรงงานปลาป่นทำอาหารสัตว์ พวกเราก็เอามาเลือกตัวที่ยังดีๆ ทำกับข้าว ส่วนลูก โรงเรียนไทยเปิดแล้ว แต่โรงเรียนของเด็กข้ามชาติยังปิด ก็วิ่งเล่นไปวันๆ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเหมือนกัน เพราะถ้ากลับไปเมียนมาคงจะลำบากกว่านี้ ที่บ้าน (เมียนมา) ยังป่วยกันเยอะกว่าที่นี่ค่ะ” Myint Yi เอ่ยอย่างมีความหวังในตอนท้ายว่า “ดีใจที่มีคนเข้ามาให้ความช่วยเหลือ อยากให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติเร็วๆ”


“สวัสดีครับ ผม Nay Lin จากมูลนิธิศุภนิมิตฯ วันนี้จะมาคุยเรื่องการป้องกันตนเองและเด็กจาก COVID-19 กันอีกครั้ง” น้ำเสียงจริงจังของ Nay Lin เอ่ยเป็นภาษาไทยในตอนต้น ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยชุดความรู้การสื่อสารความเสี่ยงโควิด-19 ที่ถ่ายทอดด้วยภาษาเมียนมาเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจมากที่สุด สลับด้วยการมอบอุปกรณ์จำเป็นเพื่อการป้องกัน COVID-19 ที่ได้นำมาเพิ่มเติมให้มีใช้อย่างเพียงพอ รวมถึงหน้ากากผ้าที่ตัดเย็บพิเศษขนาดพอเหมาะสำหรับเด็กๆ ที่มีอยู่หลายสิบคนที่นี่ด้วย


Nay Lin ถ่ายทอดให้ฟังหลังจากสิ้นสุดกิจกรรมว่า “ตอนนี้ประเทศไทย COVID-19 ดีขึ้นแล้ว ภูเก็ตก็เปิดเกาะแล้ว แต่ทุกธุรกิจที่นี่ยังแย่อยู่ ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะฟื้นตัว การฟื้นตัวจะยิ่งนานออกไปอีกถ้าโรคนี้กลับมา ผมกับน้องๆ ในศุภนิมิตฯ จ.ภูเก็ต ที่ทำงานสื่อสารความเสี่ยงเรื่อง COVID-19 ในกลุ่มเพื่อนแรงงานข้ามชาติ จึงเน้นให้กำลังใจ หนุนใจให้พี่น้องมีแรงที่จะก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ ย้ำให้พี่น้องเห็นความสำคัญของการดูแลและป้องกันตนเองจาก COVID-19 อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการดูแลเด็กๆ ด้วย เราพยายามสื่อสารให้พี่น้องมีความเข้าใจ ไม่ใช่ทำด้วยความกลัว พอเข้าใจเขาก็จะนำไปปฏิบัติจนเป็นนิสัย แต่ถ้ากลัว พอหายกลัวหรือโรคเงียบไป พวกเขาก็จะลืมเรื่องการป้องกันตนเองไป ซึ่งก็ต้องสื่อสารแบบนี้ให้ครบทุกๆ ชุมชนที่พี่น้องอยู่ให้ทั่วภูเก็ตครับ”


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


เด็กๆ สวมหน้ากากผ้าวิ่งตามมาส่งพี่เนลินของพวกเขา หวังใจว่าจากสิ่งที่ Nay Lin ได้สื่อสารความเสี่ยงเรื่องโควิด-19 ไปในวันนี้ เด็กๆ และพ่อแม่ของพวกเขาจะเข้าใจและนำความรู้การป้องกันตนเองจากโรคติดต่อนี้ไปปฏิบัติจนเป็นนิสัย... เพราะแน่นอนว่า COVID-19 จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเราทุกคนไปอีกนาน และจะนานยิ่งขึ้นถ้าเราละเลยขาดความเข้าใจในการดูแลและป้องกันตนเอง