หน้าหลัก

8 กันยายน 2563

เติมชีวิต แต้มรอยยิ้ม ต่อความฝันของ ‘น้องตี๋’ (Read in English)


เพราะมีต้นทุนชีวิตไม่เท่าคนอื่น จึงต้องใช้ความพยายาม ใช้ความอดทน และจิตใจที่มุ่งมั่นตั้งใจเพื่อนำทางชีวิตไปข้างหน้า และเมื่อ ‘น้องตี๋’ ได้รับน้ำใจจากผู้อุปการะในโครงการ ‘อุปการะเด็ก’ และผู้บริจาคจากโครงการ ‘เติมชีวิตด้วยการให้’ ทำให้วันนี้ชีวิตของเด็กหนุ่มในหมู่บ้านเล็กๆ ในพื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาฯ ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน อย่าง น้องตี๋ ซึ่งเป็นเด็กในความอุปการะโครงการ ‘อุปการะเด็ก’ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เริ่มปรากฏภาพแห่งความสุขให้เห็นจากรอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้า


ทั้งนี้หากย้อนเวลากลับไปก่อนที่จะได้เข้าร่วมโครงการ ‘อุปการะเด็ก’ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ชีวิตของน้องตี๋ไม่ต่างไปจากเด็กยากไร้อีกหลายๆ คน ด้วยพื้นฐานของครอบครัวที่พ่อแม่ยึดอาชีพการทำเกษตรแบบพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก ทำให้มีรายได้ไม่แน่นอนจนบางครั้งถึงไม่มีเลย ซึ่งสวนทางกับค่าใช้จ่ายเพื่อการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของสมาชิกทั้ง 4 คนในครอบครัว ที่ประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่ชาย และน้องตี๋ ทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก


ปัจจุบันด้วยความเมตตาจากผู้อุปการะ ทำให้น้องตี๋สามารถก้าวเดินบนเส้นทางการศึกษามาจนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมีความคิดที่จะเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับครอบครัวก็ได้รับความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจจากผู้อุปการะในโครงการ ‘อุปการะเด็ก’ และผู้บริจาคจากโครงการ ‘เติมชีวิตด้วยการให้’ ด้วยการสนับสนุนวัวเพศเมีย เพื่อเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ อีกทั้งยังเป็นหลักประกันให้มั่นใจว่า น้องตี๋จะมีเงินสำหรับเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นตามที่ตนเองตั้งใจอย่างแน่นอน


“ดีใจมากครับ อยากเลี้ยงวัวมานานแล้ว เพราะวัวเลี้ยงง่าย ดูแลน้อย แค่ปล่อยให้กินอาหารตามธรรมชาติ ช่วงหน้าแล้งก็เก็บฟางให้กิน” คุณประเวช พ่อของน้องตี๋ เผยความรู้สึกด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม ก่อนจะเล่าถึงการต่อยอดที่ทำให้วันนี้ครอบครัวของเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


“การเลี้ยงวัวใช้ทุนไม่สูง และขายทำกำไรได้ง่าย จากวัวเพศเมียหนึ่งตัวที่ได้รับสนับสนุนมาเมื่อปีที่แล้ว วันนี้ออกลูกมาสองตัว ตอนนี้ครอบครัวของเรามีวัวเพิ่มมารวมเป็นสามตัว ขอบคุณผู้อุปการะและผู้บริจาคที่ให้ความช่วยเหลือ ทำให้ครอบครัวเราอยู่ดีมีสุขมากขึ้นครับ”


เป็นเวลาหลายปีแล้วที่น้องตี๋ได้เข้าเป็นเด็กในความอุปการะโครงการ ‘อุปการะเด็ก’ ซึ่งเจ้าตัวซาบซึ้งถึงความปรารถนาดี และความห่วงใยของผู้ใหญ่ใจดีที่ให้การอุปการะ เขาจึงตั้งใจเรียน และมีผลการเรียนที่ดี ขณะที่การเลี้ยงวัวไม่เพียงจะเป็นอาชีพ และรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว แต่ยังทำให้น้องตี๋มีความรับผิดชอบมากขึ้น รวมถึงได้ฝึกทักษะการดูแลสัตว์ให้อยู่รอด โดยเขาจะรับหน้าที่ให้อาหารวัว และทำความสะอาดคอกวัวทุกวันหลังกลับจากโรงเรียน


“ขอบคุณท่านผู้อุปการะที่ช่วยเหลือดูแลผม และครอบครัวตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ผมมีโอกาสเรียนหนังสืออย่างที่ตั้งใจไว้ครับ” น้องตี๋ เผยความรู้สึกไปพร้อมๆ กับการให้อาหารวัว


Full Photo

Full Photo

Full Photo


ทั้งนี้ น้องตี๋ และครอบครัว คือส่วนหนึ่งของเด็ก และครอบครัวยากไร้ ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ เข้าไปให้การช่วยเหลือผ่านการดำเนินโครงการ ‘อุปการะเด็ก’ และโครงการพิเศษอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความอยู่ดีมีสุขให้แก่เด็ก ครอบครัว และชุมชนยากไร้ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน