หน้าหลัก

13 สิงหาคม 2563

“เย้ เย้ เย้” เปิดภาคเรียนทั่วไทย หัวใจดวงน้อยได้ยิ้มสดใส (Read in English)


ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เด็กๆ และครอบครัวต่างได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น การเปิดเรียนเปรียบเสมือนฟ้าหลังฝนอันสดใส สร้างรอยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าเด็กๆ ได้


หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้โรงเรียนต้องปิดเทอมยาวนานกว่าปกติ ล่าสุดหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และโรงเรียนกลับมาเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติ โครงการพัฒนาฯ ตับเต่า จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ได้เดินหน้านำความห่วงใยจากผู้อุปการะไปมอบให้แก่เด็กในความอุปการะ ซึ่งไม่เพียงจะสร้างความพร้อมสำหรับการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังสร้างความสุขให้แก่เด็กๆ เหล่านี้อีกด้วย


“ช่วงโควิดที่ผ่านมา ครอบครัวหนูลำบากมาก หนูไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนเลย ไม่ได้มาโรงเรียน คิดถึงเพื่อนๆ มาก พืชผักที่แม่ปลูกไว้ขาย ก็ไม่ได้ราคาเหมือนที่ผ่านมา หมูที่แม่เลี้ยงไว้ออกลูกมาก็ถูกแม่หมูทับตายไป 4 ตัว วันนี้หนูดีใจมากค่ะที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือหนูและครอบครัว ทำให้ครอบครัวของหนูมีความสุขมากขึ้น” เด็กหญิงพิมพ์ชนก เด็กในความอุปการะโครงการ ‘อุปการะเด็ก’ บอกเล่าชีวิตในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พร้อมเผยความรู้สึกให้แก่ คุณเอมอร กะรัตน์ เจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาฯ ตับเต่า จ.เชียงราย มูลนิธิศุภนิมิตฯ ฟังในวันไปมอบปัจจัยที่จำเป็นทางการศึกษาให้กับเด็กในโครงการอุปการะเด็ก จำนวน 640 คน ในโรงเรียน 4 แห่ง ที่อยู่ในพื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาฯ ตับเต่า


ไม่เพียง เด็กหญิงพิมพ์ชนก เท่านั้นที่รู้สึกถึงความสุขที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการอุปการะเด็ก หากแต่ เด็กชายวรภพ ซึ่งเป็นเด็กในความอุปการะ ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกนี้เช่นกัน


“ที่บ้านผมมีอาชีพเกษตรกร ปลูกข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง กระหล่ำปลี แต่ปีนี้กระหล่ำปลีที่พ่อกับแม่ปลูกไว้ ราคาเหลือแค่กิโลกรัมละ 50 สตางค์ ซึ่งถูกมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทำให้ครอบครัวผมลำบากมาก มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้เข้ามาช่วยเหลือผมหลายอย่าง ผมได้รับชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน ชุดกันหนาว และอุปกรณ์ป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งความช่วยเหลือเหล่านี้ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวของผมได้มากเลยครับ”


ขณะที่ เด็กหญิงวรัญญา เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากได้เข้ามาเป็นเด็กในความอุปการะว่า


“เมื่อก่อนครอบครัวของหนูลำบากมาก พ่อแม่ทำการเกษตร รายได้ก็ไม่แน่นอนแล้วแต่ฤดูกาล เปิดเทอมทีหนึ่ง พ่อกับแม่แทบจะไม่มีเงินเลย แต่เมื่อได้เข้าโครงการอุปการะเด็ก หนูได้รับชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และความช่วยเหลืออื่นๆ ซึ่งสามารถช่วยเหลือครอบครัวหนู แบ่งเบาภาระของพ่อกับแม่ ทำให้พอมีเงินที่จะนำไปลงทุนทำการเกษตรเพื่อเป็นรายได้ของครอบครัว หนูขอขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ และท่านผู้อุปการะมากค่ะ”


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ร่วมสนับสนุนให้เด็กยากไร้ได้มีสุขลักษณะที่ดีในการอ่านเขียนเรียนรู้ที่บ้าน ได้ที่ https://www.worldvision.or.th/NYBB/chaser_nybb20/nybb.html