หน้าหลัก

18 สิงหาคม 2563

ปกป้องเด็กให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 (Read in English)


เพราะ COVID-19 จะยังคงอยู่ในวิถีชีวิตของพวกเราทุกคนไปอีกนาน เพื่อให้เด็กใน โครงการอุปการะเด็ก ได้รับความรู้และสามารถป้องกันตนเองจากโรคร้ายแรงนี้ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จึงได้บูรณาการความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเองจากการระบาดของ COVID-19 เข้าไปในทุกๆ กิจกรรม เพื่อให้เด็กไม่ละเลยที่จะต้องป้องกันตนเอง และยังไม่พลาดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตอื่นๆ เพื่อนำพาชีวิตของเด็กเปราะบางยากไร้ให้ลอยลำสู่ฟากฝั่งแห่งชีวิตที่ครบบริบูรณ์


“ปีนี้ที่พวกเรา พ่อแม่ ครู และทุกคนในหมู่บ้านกลัวกันมากที่สุดก็คือโรคโควิด-19 ค่ะ เพราะเป็นโรคร้าย ติดต่อกันได้ง่าย ส่วนภัยพิบัติอื่นๆ ที่หมู่บ้านของพวกเรามีภัยพิบัติเกิดขึ้นบ่อยค่ะ หมู่บ้านของพวกเราอยู่บนดอยสูงของอำเภออมก๋อย มีน้ำป่าหลากท่วมทุกปีในฤดูฝน มีดินถล่มด้วย บางปีก็มีลูกเห็บตกทำให้บ้านและโรงเรียนเสียหาย แต่พอเข้าหน้าแล้ง ฤดูร้อน น้ำในลำน้ำแห้งจนไม่มีน้ำใช้เลยค่ะ” เด็กหญิงชั้นมัธยมต้นจากโรงเรียนบ้านแม่อ่างขาง เป็นตัวแทนเพื่อนๆ เล่าถึงภัยพิบัติที่เกิดขึ้นใน


ชุมชนของพวกเขา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ การอบรมส่งเสริมการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กนักเรียนมีความสามารถในการรองรับภัยพิบัติ และการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ครู ผู้ปกครอง และชุมชน เกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการสถานศึกษาในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายใต้การดำเนินงาน โครงการโรงเรียนปลอดภัยในอาเซียน (ASSI) ซึ่งได้จัดอบรมขึ้นที่โรงเรียนบ้านอ่างขาง ในพื้นที่โครงการพัฒนาฯ อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เพื่อสร้างความตระหนักให้กับเด็กในโครงการอุปการะเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู ผู้นำชุมชน และชาวบ้านในชุมชน เกี่ยวกับการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 และการส่งเสริมความรู้ให้ทุกคนในชุมชนสามารถดูแลปกป้องเด็กๆ ให้ปลอดภัยเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นในชุมชน


การเรียนรู้ที่มีทั้งเด็กนักเรียนระดับมัธยมต้น และผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู และผู้นำชุมชน มาเรียนรู้ร่วมกัน ถูกทำให้กลมกลืนด้วยการแบ่งผู้เข้าอบรมทั้งหมดเป็นกลุ่มๆ เนื้อหาความรู้ที่แสนหนักถูกทำให้เข้าใจได้ง่ายผ่านการบรรยายสลับด้วยการให้เด็กนักเรียนและผู้เข้าร่วมอบรมอื่นๆ ช่วยกันระดมสมองยกตัวอย่างสิ่งที่เกิดขึ้นในชุมชน ปรับความรู้ต่างๆ ให้เป็นองค์ความรู้เพื่อป้องกันการระบาดของ COVID-19 และป้องกันภัยพิบัติของชุมชน


“เราต้องดูแลตัวเองครับ ต้องสวมใส่หน้ากากผ้า ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่อย่างถูกวิธี หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือบ่อยๆ เวลาไปโรงเรียน เล่นกับเพื่อนๆ เราก็ต้องไม่ลืมว่าจะต้องเว้นระยะให้ห่างกัน ไม่เผลอใกล้ชิดกันจนเกินไป ที่หมู่บ้านและที่โรงเรียนของพวกเรายังไม่มีใครเป็นโรคโควิด-19 แต่เราก็ไม่รู้นี่ครับว่าใครคือคนที่ได้รับเชื้อบ้าง และโรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ถ้ามีใครเป็นสักคนหนึ่ง มันจะติดต่อถึงกันได้ง่ายมาก เราต้องไม่ลืมที่จะป้องกันตนเองให้ดีครับ” เด็กชายหนึ่งในสองคนใน กลุ่ม ‘ช่างมันเถอะค่ะ’ ถูกเพื่อนสมาชิกซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงดันหลังให้ออกมาเป็นตัวแทนนำเสนอความรู้ที่พวกตนได้รับจากการอบรม


ส่วนเด็กๆ สมาชิก กลุ่ม ‘พิษภัย’ ก็ช่วยกันเล่าถึงแผนที่จุดเสี่ยงในชุมชน และสถานที่ที่ปลอดภัยในชุมชนเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น “ชุมชนของพวกเราเป็นภูเขาสูงค่ะ บริเวณที่มีการตั้งหมู่บ้านใกล้ๆ กับภูเขาจะเป็นจุดที่เสี่ยงถ้าเกิดน้ำป่าหรือเกิดดินถล่ม และมีชุมชนที่ตั้งบ้านอยู่ใกล้กับลำน้ำด้วย เราจะต้องไม่อยู่ใกล้ๆ บริเวณที่เป็นภูเขาสูงหรือใกล้กับลำน้ำ โดยเฉพาะในเวลาที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันจนเสี่ยงเกิดน้ำป่าหรือเกิดดินถล่ม สถานที่ปลอดภัยที่พวกเรา พ่อแม่ และทุกคนในชุมชน สามารถใช้เป็นที่หลบภัยได้ก็คือที่โรงเรียนค่ะ เพราะว่าโรงเรียนของเราตั้งอยู่ห่างจากภูเขาสูง และไม่ได้อยู่ใกล้ลำน้ำด้วย มีอาคารหลายหลังที่แข็งแรงกว่าบ้านของพวกเราซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ไผ่ค่ะ สิ่งที่เราจะต้องมีถ้าต้องไปหลบภัยพิบัติฉุกเฉินรวมกันที่โรงเรียนคือหน้ากากผ้าค่ะ เพราะยังอยู่ในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาดอยู่ ถ้าจะต้องหลบภัยพิบัติไปอยู่รวมกันที่โรงเรียน แปลว่าจะมีคนทั้งหมู่บ้านไปอยู่รวมกัน คนเยอะ เราจะต้องป้องกันตัวค่ะ นอกจากนี้เราก็จะต้องมีน้ำดื่มสะอาด มียาประจำตัวสำหรับคนที่ไม่สบาย ถ้าภัยพิบัติที่เกิดรุนแรงเราก็ควรจะต้องมีอาหารแห้งเพราะสามารถเก็บไว้รับประทานได้หลายวันด้วยค่ะ เวลาที่เราไปหลบภัยพิบัติ เราจะต้องเชื่อฟังครู เชื่อฟังผู้ใหญ่ค่ะ เพื่อความปลอดภัยของพวกเรา”


“เมื่อก่อนครอบครัวของหนูลำบากมาก พ่อแม่ทำการเกษตร รายได้ก็ไม่แน่นอนแล้วแต่ฤดูกาล เปิดเทอมทีหนึ่ง พ่อกับแม่แทบจะไม่มีเงินเลย แต่เมื่อได้เข้าโครงการอุปการะเด็ก หนูได้รับชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และความช่วยเหลืออื่นๆ ซึ่งสามารถช่วยเหลือครอบครัวหนู แบ่งเบาภาระของพ่อกับแม่ ทำให้พอมีเงินที่จะนำไปลงทุนทำการเกษตรเพื่อเป็นรายได้ของครอบครัว หนูขอขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ และท่านผู้อุปการะมากค่ะ”


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


เติมองค์ความรู้ให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่กันไปแล้ว เพื่อให้ความรู้ได้ถูกนำไปถ่ายทอดต่อ และนำไปขับเคลื่อนเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และนำไปใช้ปกป้องดูแลเด็กๆ และทุกคนในชุมชนให้ปลอดภัย ได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการจัดการภัยพิบัติชุมชน มีสมาชิกรวม 17 คนทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครองของเด็กๆ ผู้นำชุมชน ครู ผู้บริหารสถานศึกษา โดยมีโรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนให้ชุมชนเกิดความพร้อมในการรับมือเมื่อเกิดภัยพิบัติ ที่สำคัญที่สุดคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติชุมชนชุดนี้ยังมีภาระเร่งด่วนในการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ให้กับเด็กๆ และทุกคนในชุมชนด้วย