หน้าหลัก

23 มิถุนายน 2563

ความหวังหลังรอยยิ้ม ‘เด็กหญิงสลินทิพย์’ (Read in English)


ชีวิตที่ผ่านมา ว่ายากลำบากอยู่แล้ว เมื่อต้องมาเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้ชีวิตน้อยๆ ที่เปรียบเสมือนต้นกล้าคอยฝน อย่าง เด็กหญิงสลินทิพย์ ที่ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังกับผู้เป็นยายในบ้านไม้หลังเล็กๆ ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตมากขึ้น


“ถึงแล้วค่ะ.. บ้านหลังนี้เป็นบ้านนักเรียนหลังที่ไกลจากโรงเรียนที่สุดแล้วนะคะ” เสียงของคุณครู โรงเรียนบ้านเนินสุวรรณ อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เฉลยถึงจุดหมายสุดท้ายของการเดินทางในวันนี้ “สลินทิพย์ ครูพาพี่ๆ ศุภนิมิตมาเยี่ยม” เสียงของคุณครูเอ่ยเรียกลูกศิษย์


“สวัสดีค่ะคุณครู สวัสดีค่ะพี่ๆ” เสียงของ 2 ยายหลานสอดประสานเอ่ยต้อนรับด้วยใบหน้าแห่งความยินดี ก่อนจะช่วยกันรีบปัดกวาดพื้นไม้กระดานบริเวณชานบ้านเล็กๆ ที่เคยใช้เป็นทั้งที่ประกอบอาหารและนั่งเล่น ให้เป็นห้องรับแขกสำหรับต้อนรับคุณครู และพี่ๆ เจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่มาพร้อมกับพี่ๆ แกนนำเยาวชนศุภนิมิตคิดบวก คิดดี จากโครงการพัฒนาต้นทุนชีวิตเยาวชนเชิงบวก (PYD+) ในพื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาฯ ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ก่อนที่ผู้มาเยือนจะบอกถึงวัตถุประสงค์ของการเดินทางมาในครั้งนี้ และเริ่มสอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19


“แม่ของเขาแต่งงานไปมีครอบครัวใหม่ นานๆ จะส่งเงินมาให้ ยายจึงต้องเป็นหลักในการดูแล” คือบางบทบางตอนเรื่องราวชีวิตของหลานที่ สุทิน ทับทิม ยายของน้องสลินทิพย์ เล่าให้พวกเราฟัง ก่อนจะเล่าต่อถึงการใช้ชีวิตในแต่ละวันที่มีหลานสาวเป็นแรงใจ ทำให้น้องๆ แกนนำเยาวศุภนิมิตฯ บางคนฟังแล้วถึงกับน้ำตารื้น


นอกจากความไม่สมบูรณ์ของครอบครัว ชีวิตของน้องสลินทิพย์ในเวลานี้ไม่ต่างไปจากเด็กยากไร้คนอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต้องกักอยู่กับบ้าน ขณะที่ความขัดสนของครอบครัว ทำให้ขาดการดูแลด้านโภชนาการ อาหารและนมที่เคยได้ฝากท้องทุกมื้อเช้าจากโครงการ “มื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม” ต้องขาดหายไป เพราะศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนต้องปิดนานกว่าปกติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเราเจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ต้องเดินทางมาเยี่ยมเด็กและครอบครัวในครั้งนี้


พวกเราพูดคุยกับยายสุทินและน้องสลินทิพย์อยู่พักใหญ่ แต่เมื่อดูจากแสงแดดที่คล้อยต่ำรอดผ่านช่องว่างขนาดใหญ่ของฝาบ้านที่ทำจากแผ่นไม้ เป็นสัญญาณบอกว่าได้เวลาที่ต้องบอกลา 2 ยายหลาน พร้อมมอบนมกล่องจำนวนหนึ่งที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้จัดซื้อและรับบริจาคผ่านการดำเนินงานกองทุน “แสนอิ่ม” เติมนม เติมยิ้ม ให้น้องยากไร้ ให้แก่น้องสลินทิพย์ไว้ดื่มเพื่อเสริมโภชนาการในช่วงที่โรงเรียนยังปิดอยู่


“ขอบคุณค่ะ” น้องสลินทิพย์ วางกล่องนม พร้อมกล่าวขอบคุณพี่ๆ เจ้าหน้ามูลนิธิศุภนิมิตฯ และพี่ๆ แกนนำเยาวศุภนิมิตฯ ที่เป็นตัวแทนนำความห่วงใยจากผู้อุปการะและผู้บริจาคมามอบให้กับเธอในครั้งนี้ด้วยแววตาที่เปี่ยมสุข


เรื่องราวของน้องสลินทิพย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเด็กและครอบครัวที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบาก หากแต่ยังมีเด็กยากไร้ที่ขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตอีกมากมาย ทั้งอาหารที่ครบตามหลักโภชนาการ เครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมตามความจำเป็น ยารักษาโรคยามเจ็บป่วย และที่อยู่อาศัยที่ถูกสุขลักษณะ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ขอเป็นสื่อกลางในการนำความรักและปรารถนาดีจากผู้อุปการะและผู้บริจาคไปสู่เด็ก ครอบครัว และชุมชนยากไร้ เพื่อความอยู่ดีมีสุข ต่อไป


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ร่วมบริจาคสมทบทุนกองทุน “แสนอิ่ม” เติมนม เติมยิ้ม เพื่อเด็กๆ กว่า 3,740 คน ในพื้นที่ดำเนินโครงการของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ได้ดื่มในช่วงวิกฤตโควิด-19 ได้ที่ https://www.worldvision.or.th/campaign/milk/5787.html