หน้าหลัก

01 มีนาคม 2563

ล่ามอาสา ‘มูลนิธิศุภนิมิตฯ ระนอง’ ป้องกันโควิด 19 ในกลุ่มแรงงานต่าง (Read in English)


“อาการที่บ่งชี้ว่าเรามีอาการป่วย คือมีไข้และสามารถวัดอุณหภูมิร่างกายได้สูงกว่า 37 องศาเซลเซียส มีอาการไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ และหายใจหอบ เหนื่อย หายใจลำบากกว่าเมื่อตอนเป็นไข้หวัดปกติ” นายสุเทพ สาธารณสุขอำเภอเมืองระนองอธิบายอาการบ่งชี้ที่อาจจะเป็นสัญญาณว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด 19 โดยมี ตูตู มล อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ชาวเมียนมาร์ ทำหน้าที่เป็นล่ามสื่อสารให้กลุ่มแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร์ที่มาทำงานในจังหวัดระนองได้เข้าใจเป็นภาษาเมียนมาร์ รวมไปถึงการแนะนำวิธีการในการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ไม่ว่าจะเป็นการล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดอย่างถูกวิธี หรือการใช้เจลล้างมือในการทำความสะอาดเมื่อไม่สะดวกล้างมือ การแนะนำเบื้องต้นยังรวมไปถึงการอธิบายการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี และการเฝ้าระวังคนในชุมชน


ในภาวะที่การระบาดของ โรคโควิด 19 (Covid-19) ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้นในประเทศไทย มาตรการในการเฝ้าระวังรวมถึงการถ่ายทอดความรู้เพื่อการป้องกันตนเองของภาครัฐนอกจากจะให้ความรู้กับประชากรไทยแล้ว การให้ความรู้แก่แรงงานต่างด้าวที่อยู่อาศัยในประเทศไทย จึงมีความสำคัญไม่น้อย เพราะทุกคนมีความเสี่ยงในการติดโรคไม่แตกต่างกัน ทว่าอุปสรรคที่สำคัญคือช่องว่างด้านภาษา โดยเฉพาะในบุคคลากรในหน่วยงานด้านสาธารณสุข


เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด 19 โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานต่างด้าว มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองระนอง และอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าวชาวเมียนมาร์ ได้ร่วมกันทำงานเชิงรุกเดินหน้าส่งเสริมความรู้แก่แรงงานต่างด้าวเพื่อป้องกันตนเองจากโรคติดต่อที่กำลังเป็นภัยคุกคามด้านสาธารณสุขระดับนานาชาตินี้


ทั้งนี้ ระนอง เป็นจังหวัดเล็กๆ ทางภาคใต้ของประเทศไทยที่มีอุตสาหกรรมประมงเป็นฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประชากร 1 ใน 4 ของจังหวัด หรือประมาณ 50,000 คน เป็นแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะชาวเมียนมาร์ ที่เดินทางมาทำงานในอุตสาหกรรมประมง โดยอาศัยอยู่รวมกันเป็นชุมชนอย่างแออัด มีทั้งเด็ก ประชากรวัยแรงงาน และคนชรา หากมีผู้ติดเชื้อโควิด 19 อาจส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายของโรคในวงกว้างได้ต่อไป


นายสุเทพ สาธารณสุขอำเภอเมืองระนอง เล่าที่มาของการทำงานร่วมกันเพื่อลดการระบาดของโรคโควิด 19 ในครั้งนี้ว่า “ในสภาวะเช่นนี้ทุกคนมีโอกาสเสี่ยงในการได้รับเชื้อไม่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่จะลดการระบาดของโรคโควิด 19 ได้ก็คือ ทุกคนจะต้องมีความรู้ เมื่อมีความรู้ก็จะสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องในการป้องกันตนอง แล้วยังสามารถนำความรู้ไปใช้ในการดูแลคนในครอบครัว ดูแลคนในชุมชนได้”


เช่นเดียวกับ ฐิติยา เจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ประจังหวัดระนอง ดูแลโครงการที่เกี่ยวกับการส่งเสริมให้กลุ่มแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยสามารถเขาถึงระบบสาธารณสุขมูลฐาน ได้ให้ความเห็นถึงการทำงานร่วมกันเพื่อลดการระบาดของโรคติดต่อใหม่นี้ว่า “ถ้าหากเรารณรงค์ป้องกันและให้ความรู้เกี่ยวกับโรคโควิด 19 เฉพาะในกลุ่มคนไทยก็ไม่สามารถป้องกันการแพร่กระจายหรือการระบาดได้ โดยเฉพาะที่จังหวัดระนอง ทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะชาวเมียนมาร์ เราอยู่รวมกันไม่มีการแบ่งแยกชุมชนออกจากกัน เพราะฉะนั้นเราก็เลยคิดว่าในฐานะที่เรามีทรัพยากรที่เป็นกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว มีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสาธารณสุข การป้องกันตนเองจากโรคระบาด และยังสามารถทำหน้าที่ล่ามได้ ซึ่งกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าวนี้ เราได้จัดตั้งและพัฒนาความรู้และทักษะในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะคอยดูแลเพื่อนแรงงานต่างด้าวของพวกเขาในด้านสุขภาพ อนามัย และเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังโรคติดต่อสำคัญในกลุ่มแรงงานต่างด้าว จากการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและรูปแบบสาธารณสุขมูลฐาน ในประชากรข้ามชาติสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา จึงประสานความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองระนอง รวมทีมกันกับน้องๆ ที่เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว มาร่วมกันให้ความรู้ในชุมชนที่มีชาวเมียนมาร์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก”


มูมู หนึ่งในอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าวชาวเมียนมาร์ ที่ได้มาทำหน้าที่ล่ามสื่อสารการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา บอกว่า “มาให้ข้อมูลเรื่อโควิด 19 ให้เค้ารู้วิธีป้องกัน การใช้หน้ากากอนามัย การล้างมือ เราสามารถทำให้เค้าคลายกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิดลงไปได้บ้างค่ะ เราเองก็เป็นชาวเมียนมาร์ ดีใจที่ได้มีส่วนในการช่วยเหลือเพื่อนๆ ชาวเมียนมาร์ที่เดินทางมาทำงานในประเทศไทย และได้ช่วยเหลือภาครัฐของประเทศไทยในการทำงานด้านส่งเสริมด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะในช่วงที่การระบาดของโรครุนแรงอย่างนี้ด้วยค่ะ”


นอกจากช่องว่างด้านภาษาที่เป็นอุปสรรคด้านการสื่อสารที่สำคัญจะได้ถูกลดลจากการทำงานร่วมกันในครั้งนี้แล้ว สื่อความรู้ต่างๆ ที่ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นภาษาไทยก็ได้ถูกผลิตขึ้นมาโดยแปลเป็นภาษาเมียนมาร์ เพื่อให้แรงงานต่างด้าวในชุมชนที่จังหวัดระนองได้ใช้ศึกษาและบอกต่อสู่เพื่อนชาวต่างด้าวคนอื่นๆ ด้วย


การทำงานร่วมกันระหว่างสาธารณสุขเมืองระนอง มูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่มีเครือข่ายอาสาสมัคร เป็นคนต่างด้าว และอาศัยอยู่ในชุมชนแรงงานต่างด้าวอยู่แล้ว ยังครอบคลุมไปถึงการแนะจำขั้นตอนในการแจ้งให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขของประเทศไทยได้รับทราบหากมีผู้ติดเชื้อ เพื่อนำสู่กระบวนการรักษา และป้องกันการระบาดอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้นในชุมชน รวมถึงการสอบสวนโรคกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยงกับผู้ได้รับเชื้อต่อไปด้วย


“หากมีการติดเชื้อโควิด 19 ขึ้นในชุมชนที่เป็นแรงงานต่างด้าว เค้าก็จะรู้ว่าจะต้องแจ้งได้ที่อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าวที่สามารถพูดภาษาเดียวกับเขาได้เข้าใจ ซึ่งจะทำให้ราชการสามารถรับทราบข้อมูลได้ ซึ่งจะทำให้การทำงานในการนำผู้มีอาการเสี่ยงสู่ขั้นตอนการรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วเพื่อลดโอกาสในการระบาดของโรคให้ได้มากที่สุด” นายสุเทพ สาธารณสุขอำเภอเมืองระนอง เอ่ยถึงการทำงานเพื่อเฝ้าระวังการระบาดของโรคโควิด 19 อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การให้ความรู้ การเฝ้าระวัง และการคัดแยกกลุ่มเสี่ยงออกมารับการรักษาเพื่อลดโอกาสในการระบาดของโรคให้ได้รวดเร็วที่สุด

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ด้วยการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันโรคโควิด 19 ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ที่เป็นการผนึกความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าวชาวเมียนมาร์ ที่ได้รับการพัฒนาทักษะและความรู้จากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ทำให้ทุกคนที่จังหวัดระนองได้รับการดูแลและสามารถเข้าถึงความรู้และได้รับสิทธิ์ด้านสุขภาพและอนามัยได้อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะในภาวะที่โลกกำลังมีความเปราะบางด้านสาธารณสุขดังเช่นในปัจจุบัน จนถึงปัจจุบัน (31 มีนาคม 2563) จังหวัดระนองยังคงไม่มีผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อโควิด 19