หน้าหลัก

08 สิงหาคม 2563

มูลนิธิศุภนิมิตฯ สวมเกราะป้องกัน COVID-19 ประชากรข้ามชาติ (Read in English)


เมื่อวันที่ 1-2 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา วันดีเดย์ที่ประเทศไทยอนุญาตให้แรงงานข้ามชาติ 3 สัญชาติ ได้แก่ เมียนมา ลาว และกัมพูชา กลับเข้ามาเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรมอาหารและการก่อสร้าง ซึ่งเป็นไปตามการผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในเฟสที่ 6 ของภาครัฐ โดย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มี การอบรมถ่ายทอดความรู้การป้องกันและลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 พร้อมพัฒนาศักยภาพแกนนำอาสาสมัครสาธารณสุขแรงงานต่างด้าว จังหวัดปทุมธานี ภายใต้โครงการสื่อสารความเสี่ยงเรื่องโควิด 19 ในกลุ่มประชากรข้ามชาติ สนับสนุนการดำเนินงานโดย สำนักงานองค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย (WHO Thailand) โดยร่วมมือกับ สภากาชาดไทย กาชาดจังหวัดปทุมธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอคลองหลวง และอำเภอลำลูกกา และคณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยได้รับเกียรติจาก คุณดลวสา บุญเลิศ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี คุณนายิกา ใจดี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี คุณสุกัญญา ทรัพย์อุดมมั่งมี หัวหน้าฝ่ายบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานาภัย สภากาชาดไทย และ ผศ.ดร.ภิศักดิ์ กัลยาณมิตร คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลอลงกรณ์ ให้เกียรติร่วมเปิดการอบรมฯ


คุณชูวงค์ แสงคง ตัวแทนจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประชากรข้ามชาติ ว่า “จังหวัดปทุมธานีมีจำนวนแรงงานข้ามชาติประมาณ 300,000 คน ส่วนใหญ่ทำงานในตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ ทั้งตลาดสี่มุมเมือง และตลาดไท รวมถึงเป็นแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม และแรงงานก่อสร้าง ในจำนวนนี้มีเพียงประมาณ 50% เท่านั้นที่เข้าถึงระบบการบริการสุขภาพพื้นฐาน ซึ่งจังหวัดปทุมธานีเป็นพื้นที่ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ มีการทำงานส่งเสริมสุขภาวะและการป้องกันโรคติดต่อสำคัญ เช่น โครงการยุติปัญหาวัณโรคและเอดส์ ในกลุ่มประชากรข้ามชาติ ในช่วงที่ COVID-19 แพร่ระบาดรุนแรง มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้มอบอุปกรณ์จำเป็นเพื่อการป้องกันตนเอง แจกจ่ายหน้ากากผ้า สบู่เหลว และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ รวมไปถึงการมอบสื่อความรู้ที่จัดทำเป็นภาษาเมียนมา พร้อมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ COVID-19 แนะนำการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันตนเอง รวมถึงการดูแลเด็กๆ ที่เดินทางติดตามพ่อแม่แรงงานข้ามชาติเข้ามาด้วย”


ด้วยตระหนักว่าการส่งเสริมให้เกิดสุขภาพที่ดีมีความสำคัญกว่าการป้องกันเมื่อเกิดการระบาดของโรค ในการทำงานส่งเสริมสุขภาวะที่ดีกับกลุ่มแรงงานข้ามชาติตลอดหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้พยายามสร้างเครือข่ายแรงงานข้ามชาติ โดยการให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ สิทธิตามหลักประกันสุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติ สนับสนุนให้เกิดตัวแทนที่เรียกว่า อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ทำหน้าที่เป็นล่ามสื่อสารความรู้สู่เพื่อนแรงงานข้ามชาติ ลดปัญหาความแตกต่างด้านภาษา ขณะเดียวกันก็ยังประสานความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ลงไปจนถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล เชื่อมต่ออาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ให้เป็นพี่เลี้ยงทำงานร่วมกับ อสต. ซึ่งกลไกต่างๆ เหล่านี้ทำให้มูลนิธิศุภนิมิตฯ สามารถดำเนินงานป้องกันและลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติได้อย่างทั่วถึง เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยสามารถควบคุมและลดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อใหม่นี้ได้


สำหรับ การอบรมถ่ายทอดความรู้การป้องกันและลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 พร้อมพัฒนาศักยภาพแกนนำอาสาสมัครสาธารณสุขแรงงานต่างด้าว จังหวัดปทุมธานี ที่ได้จัดขึ้นในครั้งนี้ มีอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.คลองหลวง และ อ.ลำลูกกา จำนวน 60 คน และอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) อีก 32 คน มาร่วมการอบรม ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ความรู้เกี่ยวกับ COVID-19 และการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรค ความรู้เกี่ยวกับสุขบัญญัติ 10 ประการ เพื่อการมีสุขอนามัยที่ดี การให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ ประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติ และการเข้ารับบริการทางการแพทย์สำหรับแรงงานข้ามชาติที่อยู่นอกเหนือจากสิทธิประกันสังคม เพื่อให้ อสต. ได้นำความรู้ต่างๆ ไปถ่ายทอดต่อสู่เพื่อนแรงงานข้ามชาติในชุมชนของตน


“เริ่มจากช่วงแรกๆ ที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ตอนนั้นหน้ากากอนามัยจะขาดแคลนมาก แล้วรัฐบาลก็ออกมาประชาสัมพันธ์ว่า หน้ากากผ้าก็สามารถใช้ได้ หนูและครอบครัวก็เลยมีความคิดว่าอยากจะทำหน้ากากผ้าให้กับคนที่เขามีความจำเป็นหรือเดือดร้อนได้ใช้กัน โดยศึกษาวิธีการทำจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งตอนเริ่มทำแรกๆ ก็ใช้เวลาเหมือนกัน เพราะเราทำกันเองในครอบครัว ทำให้แต่ละวันจะทำได้ไม่เยอะ แต่โชคดีว่าคุณพ่อมีโรงงานอยู่ที่จังหวัดราชบุรี ก็เลยให้ทางโรงงานช่วยหาคนมาช่วยเย็บ ก็ได้คนที่เขาว่างงานเพราะได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 มาประมาณ 5-6 คน ซึ่งเราคิดว่าจะได้เป็นรายได้เสริมให้เขาด้วย”

ในการอบรมยังได้มีการแนะนำ แอปพลิเคชัน “พ้นภัย” ที่สภากาชาดไทย และ INFLA PLUS ได้ร่วมกันพัฒนาขึ้น โดยมีทั้งภาษาไทย อังกฤษ และเมียนมา เพื่อเป็นเครื่องมือในการแจ้งผู้ป่วยต้องสงสัยว่าเข้าข่ายติดเชื้อ COVID-19 เพื่อให้หน่วยงานสาธารณสุขในแต่ละพื้นที่ทราบและดำเนินการตรวจสอบ สอบสวนโรค และให้ความช่วยเหลือ พร้อมป้องกันการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


“แน่นอนว่าหลังจากมาตรการผ่อนคลายในเฟสที่ 6 จะมีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกเป็นจำนวนมาก อสต. และ อสม. ที่ได้รับความรู้ในวันนี้ จะเป็นกำลังที่สำคัญในการช่วยสื่อสารความเสี่ยงเกี่ยวกับโควิด-19 ให้กับเพื่อนแรงงานข้ามชาติที่เดินทางเข้ามาใหม่ และมูลนิธิศุภนิมิตฯ จะยังคงทำงานร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข สภากาชาดไทย อสม. และ อสต. โดยจะมุ่งเน้นการลงพื้นที่ให้ความรู้และสื่อสารความเสี่ยงเรื่องโควิด-19 ในชุมชนแรงงานข้ามชาติ พร้อมมอบอุปกรณ์จำเป็นในการป้องกันตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้โรคติดต่อร้ายแรงนี้กลับมาระบาดอย่างรุนแรงอีกครั้ง” นายชูวงษ์ กล่าวในตอนท้าย