หน้าหลัก

01 มีนาคม 2563

ห้องเรียนพ่อแม่ และผู้เลี้ยงดูเด็ก” เติมความรักให้เต็มล้นด้วยความรู้ในการเสริมสร้างทักษะการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึงสามปี (Read in English)


เพราะความรักอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการดูแลลูก โดยเฉพาะการเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3 ขวบปีแรก ซึ่งถือเป็นช่วง “มหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต” ที่พัฒนาการของเด็กจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว และฝังลึกเป็นบุคลิกลักษณะเฉพาะของเด็กเมื่อเติบใหญ่ขึ้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนจาก กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เปิดห้องเรียนพ่อแม่และผู้เลี้ยงดูเด็ก ชวนพ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมถึงย่า ยาย ที่ต้องทำหน้าที่เลี้ยงดูเด็กเล็กๆ ในวัย 0-3 ปี ใน ต.ไร่สีสุก ต.หนองสามสี และ ต.นาเวียง อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ รวมกว่า 135 คน มาเติมความรักให้เต็มล้นด้วยความรู้ในการเสริมสร้างทักษะการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึงสามปี โดยมีเครือข่ายเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึงสามปี ซึ่งประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม. จาก รพ.สต.ไร่สีสุก รพ.สต.หนองสามสี รพ.สต.โคกกลาง และรพ.สต.หนองคู ซึ่งได้รับการฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการการเป็นวิทยากรผู้เอื้อกระบวนการ จาก โครงการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึงสามปี ทำหน้าที่ถ่ายทอดเนื้อหาสู่พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูเด็ก


วิชาพ่อแม่คาบเรียนที่ 1 บทบาทของพ่อแม่ และผู้เลี้ยงดูในฐานะคุณหมอ คุณครู และผู้ปกป้องคนแรกของลูก


วิชาพ่อแม่คาบเรียนที่ 2 การพัฒนาเด็กแบบองค์รวม ทั้งทางด้านร่างกาย การรู้คิดหรือสติปัญญา และพัฒนาการด้านอารมณ์-สังคม และการทำความเข้าใจการพัฒนาการของสมองของเด็กแรกเกิดถึงสามปี การเชื่อมโยงของเส้นใยประสาทของเด็กที่จะมีการเติบโตและมีการสื่อสารมากถึง 700-1,000 เซลล์ต่อวินาที หากเด็กถูกเลี้ยงดูอย่างไม่ถูกวิธี หรือได้รับประสบการณ์ด้านลบจากพ่อแม่ เส้นใยประสาทที่เชื่อมโยงกันก็จะขาดลงได้ ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กในทันที


วิชาพ่อแม่คาบเรียนที่ 4 และ 5 แนวทางการเลี้ยงดูเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย และสติปัญญาของเด็ก ด้วยเคล็ดลับ “นั่งให้น้อย เล่นให้มาก ปราศจากหน้าจอ(มือถือ)”


เพราะความรักที่พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูทุกคนมีต่อลูกๆ ทำให้การเรียนรู้เต็มไปด้วยความอบอุ่น สนุกสนาน พร้อมด้วยประกายตาของพ่อแม่ทุกคนที่บ่งบอกถึงความหวังที่จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในการเลี้ยงดูลูกๆ หลานๆ ของตน เพื่อให้พวกเขามีพัฒนาการอย่างดีที่สุดต่อไป


“ตื่นเต้นค่ะ ผู้ปกครองเด็กในชุมชนให้ความสนใจมาก ทั้งๆ ที่เป็นช่วงเกี่ยวข้าว แต่ก็มาร่วมการอบรมกันจำนวนมาก มากันตั้งแต่เช้า ตอนแรกก็ไม่ค่อยมั่นใจในการถ่ายทอดความรู้ค่ะ มันจะแตกต่างกันออกไปจากตอนที่ทำหน้าที่ให้บริการด้านสุขภาพให้กับชาวบ้านที่ รพ.สต. เพราะสิ่งที่เรานำมาถ่ายทอดเป็นทั้งความรู้ เป็นทั้งเทคนิค เป็นนวัตกรรมในการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึงสามปี ที่ได้ย่อยให้ง่ายสำหรับทำให้พ่อแม่ในชุมชนสามารถเข้าใจได้ เนื้อหา


วิชาการเหล่านี้ ถ้าเราถ่ายทอดไม่ดี พ่อแม่ที่มาร่วมการอบรมก็จะเบื่อ และไม่เกิดการเรียนรู้ ก็เลยเป็นกังวลและตื่นเต้นมากค่ะ แต่สื่อต่างๆ ที่ได้รับสนับสนุนมาจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ก็ช่วยได้มากเลยค่ะ มีทั้งคู่มือสำหรับพ่อแม่ คู่มือสำหรับเจ้าหน้าที่ และ อสม. ที่ใช้ประกอบการถ่ายทอดความรู้ และพวกสื่อภาพวาดอีก ช่วยได้มากเลยค่ะ” หมอขวัญ หรือ น.ส.ขวัญใจ สีใส นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ รพ.สต.ไร่สีสุก เล่าความรู้สึกกับโอกาสครั้งแรกในการทำหน้าที่เป็นวิทยากรผู้เอื้อกระบวนการถ่ายทอดความรู้การเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึงสามปี


หมอขวัญได้เล่าเพิ่มเติมอีกว่า “ตอนแรกก็ติดๆ ช่วงการนำเข้าสู่เนื้อหาในแต่ละเรื่อง การเชื่อมโยงเนื้อหาความรู้ การชวนให้ชาวบ้านทำกิจกรรม ที่ต้องทำให้กระชับ สนุก และต้องทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างเข้าใจและเห็นภาพที่ชัดเจนค่ะ ว่าความรู้เหล่านี้จะช่วยเติมความรักของพ่อแม่ในการเลี้ยงดูลูกๆ ให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะกลุ่มปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งที่ ต.ไร่สีสุก เด็กๆ เล็กๆ จะถูกเลี้ยงดูโดยปู่ย่า ต้องพยายามให้เค้าเข้าใจที่สุดค่ะ ที่ อ.เสนางคนิคม เราจะจัดห้องเรียนพ่อแม่และผู้เลี้ยงดูเด็กอีกรอบหนึ่งในเดือนธันวาคมค่ะ ก็ต้องชวนกันกับทีม อสม. ทำการบ้านเพิ่ม โดยเฉพาะการนำเข้าสู่เนื้อหา และการทำกิจกรรมต่างๆ ให้ลื่นไหลกว่านี้ค่ะ”

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ทั้งนี้ ห้องเรียนพ่อแม่และผู้เลี้ยงดูเด็ก เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน โครงการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึงสามปี โดย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย สนับสนุนโดย กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนินการในพื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ใน 11 ตำบล ในจังหวัดต่างๆ รวม 6 จังหวัดในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.ร้อยเอ็ด จ.อำนาจเจริญ จ.มุกดาหาร จ.บุรีรัมย์ จ.แม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เด็กเล็กในวัยแรกเกิดถึงสามปีมีปัญหาด้านการพัฒนาการในอัตราสูงจนต้องเฝ้าระวัง