หน้าหลัก

17 ธันวาคม 2562

ทริปสองล้อ The Tour of Hope เพิ่มความรู้ให้เด็กๆ ด้วยห้องสมุด ‘พหุปัญญา’ (Read in English)


ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 แล้ว สำหรับทริปสองล้อ The Tour of Hope ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของนักปั่นที่หัวใจเต็มล้นด้วยการให้จากหลากหลายทวีป ทั้งอเมริกา ยุโรป และเอเชีย กับการส่งต่อความหวังให้กับเด็กๆ และโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลของประเทศไทย


สำหรับ 2019 นี้ The Tour of Hope นำโดย Dr Hans Bock ผู้ก่อตั้ง และ Mr Jurgen Lampe ประธานกลุ่มฯ พร้อมด้วยสมาชิกนักปั่นอีก 26 คน ได้พาความหวังสู่โอกาสด้านการศึกษาอย่างมีคุณภาพมามอบให้กับเด็กๆ ด้วยการปรับปรุงห้องสมุดให้กับโรงเรียนบ้านตลิ่งสูง จ.อุทัยธานี โดยมอบเงินสนับสนุนให้ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังได้มอบจักรยานรวมกว่า 100 คัน ให้กับเด็กๆ ในพื้นที่โครงการพัฒนาความอยู่ดีมีสุขฯ ภูเมนทร์ และบ้านไร่ จ.อุทัยธานี ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อใช้สำหรับเดินทางมาโรงเรียน และใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันอีกด้วย ทั้งนี้ ได้มีการส่งมอบทั้งห้องสมุดและจักรยานไปแล้ว โดยมี ผอ.รุ่ง สุริยกานต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตลิ่งสูง คณะครู นักเรียน พร้อมด้วย คุณอาฐินนท์ พึ่งสันเทียะ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาคสนาม (ภาคกลางและภาคใต้) คุณวิไลวรรณ จอกนิ้ว ผู้จัดการกลุ่มโปรแกรม (AP11) มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมรับมอบพร้อมให้การต้อนรับคณะนักปั่นด้วยความอบอุ่น


“ขอบคุณ The Tour of Hope และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยมากครับ ที่ช่วยเหลือโรงเรียน ช่วยเหลือเด็กๆ ให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ระหว่างการปรับปรุงห้องอเนกประสงค์เดิมที่ชำรุดเพื่อเตรียมสำหรับทำเป็นห้องสมุด เราก็มาคิดกันว่าจะทำอย่างไรให้ห้องสมุดนี้เกิดประโยชน์มากที่สุด และให้เด็กนักเรียนที่มีตั้งแต่อนุบาล-มัธยมศึกษาตอนต้น จำนวนถึง 150 คนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ก็เลยช่วยกันคิดและหารือกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ จนได้แนวคิดการทำห้องสมุดพหุปัญญาขึ้นมาครับ” ผอ.รุ่ง สุริยกานต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตลิ่งสูง เล่าแนวคิดในการจัดห้องสมุดให้เกิดประโยชน์สูงที่สุดสำหรับนักเรียน


ผอ.รุ่ง อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพหุปัญญาว่า เป็นทฤษฎีที่ Dr. Howard Gardner คิดค้นขึ้นในปี 1983 เป็นการอธิบายเกี่ยวกับปัญญาและการเรียนรู้ของเด็กๆ ว่า ปัญญาคือความสามารถที่จะค้นหา แก้ปัญหา และสร้างผลผลิตที่มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับในสังคม สำหรับเด็ก พวกเขาไม่ได้มีปัญญาหรือเก่งเพียงด้านใดด้านเดียว แต่เด็กทุกคนมีพหุปัญญา หรือมีความเก่งในหลายๆ ด้าน จึงเป็นที่มาของการที่เราเห็นเด็กๆ มีวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน สิ่งที่ครู พ่อแม่ จะต้องทำก็คือ มองให้เห็นคุณค่าของความแตกต่างเพื่อการค้นหาให้พบว่า เด็กมีลักษณะการเรียนรู้หรือความสามารถที่จะเรียนรู้ในทางใด เพื่อจะได้ดำเนินกิจกรรมการพัฒนาเด็กให้เต็มตามศักยภาพและได้ใช้ความสามารถได้สูงสุด


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


พร้อมกันนี้ยังได้มีโอกาสเรียนรู้การทำงานโครงการอื่นๆ ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ดำเนินการใน จ.เชียงราย ไม่ว่าจะเป็น โครงการยุติปัญหาวัณโรคและเอดส์ด้วยชุดบริการ RRTTR (Stop TB and AIDS through RRTTR : STAR2) และ โครงการยุติการค้ามนุษย์ ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนที่ร่วมขับเคลื่อนการยุติการค้ามนุษย์ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ เช่น มูลนิธิเพื่อความเข้าใจเด็ก (Focus) มูลนิธิแอ๊ดดร้าประเทศไทย (ADRA Thailand) เป็นต้น ทั้งนี้โดยมีหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมสะท้อนบทเรียนด้วย


เพื่อค้นให้พบว่าเด็กๆ มีความสามารถด้านใด เพื่อจะได้พัฒนาเด็กให้เต็มตามศักยภาพ การคัดเลือกหนังสือ และจัดแบ่งหมวดหมู่หนังสือในห้องสมุดใหม่ของโรงเรียนจึงถึงแบ่งออกเป็น 8 กลุ่มตามแนวคิดพหุปัญญา คือ หนังสือส่งเสริม 1) ปัญญาด้านภาษา เหมาะสำหรับเด็กๆ ที่ใช้ภาษาเก่งผ่านการฟัง พูด อ่าน เขียน 2) ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ เหมาะสำหรับส่งเสริมศักยภาพเกี่ยวกับการมองเห็นมิติภาพ ระยะทาง พื้นที่ 3) ปัญญาด้านตรรกะ สำหรับเด็กที่มีเหตุ มีผล เก่งคำนวณ 4) ปัญญาด้านการเคลื่อนไหวและร่างกาย เด็กที่สนใจเรื่องนี้จะเป็นเด็กที่เคลื่อนไหวเก่ง ใช้ทักษะของร่างกายได้หลากหลาย ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ถนัดด้านกีฬา 5) ปัญญาด้านดนตรี ทั้งการร้อง เล่น ฟัง และแยกจังหวะของดนตรี 6) ธรรมชาติวิทยา เด็กกลุ่มนี้จะมีแววเป็นนักวิทยาศาสตร์ หรือมีอาชีพด้านการเกษตร จะสนใจเกี่ยวกับพืช สัตว์ สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ 7) ปัญญาด้านการเข้าใจตัวเอง รู้ทันความรู้สึก ความคิด อารมณ์ตัวเอง ส่งผลให้มีการแสดงออกถูกเวลา รู้จุดอ่อน จุดแข็งของตัวเอง 8) ปัญญาด้านมนุษย์สัมพันธ์ เด็กๆ ที่มีปัญญาด้านนี้จะมีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น สังเกตคนอื่นได้ดี ให้กำลังใจคนเก่ง และด้วยการจัดหนังสือในห้องสมุดตามแนวคิดพหุปัญญานี้จะเชื่อมโยงสู่การส่งเสริมให้เด็กๆ ค้นพบตัวเองด้านอาชีพต่อไปในอนาคตได้ด้วย


และเพื่อให้เด็กๆ ได้มีช่องทางสำหรับการค้นคว้าข้อมูลต่างๆ ที่ตนเองสนใจเพิ่มเติม รวมถึงเพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน ในห้องสมุดใหม่ยังมีชุดสื่อมัลติมีเดีย คอมพิวเตอร์ พร้อมอินเตอร์เน็ต พร้อมสำหรับทั้งครูและนักเรียนได้ใช้ประโยชน์ด้วย

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


สำหรับเด็กนักเรียนเมื่อได้เห็นห้องสมุดใหม่ของพวกเขาต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ว้าว สวยมากเลยค่ะ ดีใจมากเลยค่ะที่โรงเรียนของหนูได้มีห้องสมุดใหม่แล้วค่ะ หนูเข้ามาอ่านหนังสือทุกพักกลางวันเลยค่ะ เล่มโปรดของหนูคือเรื่องกล้วยหอมจอมซนค่ะ พวกเค้าคิดเหมือนกัน หนูอ่านแล้วชอบมากเลยค่ะ” ด.ญ.มุก และ ด.ญ.จิ๊บ นักเรียนชั้นประถม 5 พูดถึงห้องสมุดใหม่ของพวกเขา


ความสุขของเด็กๆ ที่ The Tour of Hope ช่วยกันเติมเต็มไม่ได้มีเพียงแค่ในห้องสมุดเท่านั้น ด้านหน้าอาคารเรียน ด.ช.จิรเดช อวดทักษะการปั่นจักรยานของเขาที่สามารถขี่ได้คล่องขึ้นอย่างสนุกสนาน “บ้านผมอยู่บนเขาครับ เมื่อก่อนมาโรงเรียนต้องจ่ายค่ารถเป็นรายเดือนๆ ละ 250 บาทครับ ตั้งแต่ผมได้จักรยานมา ผมก็ปั่นจักรยานมาโรงเรียนทุกวันครับ เฉพาะช่วงที่รถบรรทุกอ้อยเยอะๆ พ่อแม่ และคุณครูจะห้ามไม่ให้ผมใช้จักรยานชั่วคราวเพราะมันอันตรายครับ” ด.ช.จิรเดช ยิ้มตาหยี พร้อมอวดเสริมอีกว่า “ค่ารถรายเดือนที่ผมไม่ต้องเสีย ผมเก็บฝากพ่อกับแม่ไว้ครับ เวลาอยากได้สมุด หนังสือ หรือเครื่องเขียนเพิ่ม ผมก็จะไปขอเบิกมาซื้อครับ ตอนนี้พ่อแม่บอกว่าผมรวยแล้ว มีเงินเก็บเยอะครับ”


Dr Hans Bock ผู้ก่อตั้ง The Tour of Hope ได้กล่าวความรู้สึกเมื่อเห็นเด็กๆ มีความสุขและเต็มไปด้วยความหวังกับห้องสมุดใหม่ และจักรยานที่จะช่วยสนับสนุนพวกเขาด้านการศึกษาว่า “วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม ระหว่างทางในการปั่นจักรยาน นอกจากผมจะได้พบกับบรรยากาศที่สวยงาม ได้รับประทานอาหารที่อร่อย พวกเรายังได้มีโอกาสในการช่วยเหลือโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ผมเชื่อว่าจักรยานที่ได้มอบให้กับเด็กนักเรียนจะเป็นประโยชน์สำหรับเด็กๆ ในการเดินทางมาศึกษาเล่าเรียนในทุกๆ วัน สำหรับปีนี้ นับเป็นโอกาสพิเศษอย่างยิ่งที่เราได้มีการสร้างห้องสมุดให้กับโรงเรียนบ้านตลิ่งสูงซึ่งจะช่วยให้เด็กๆ ได้รับความรู้ที่ครบถ้วน ผมอยากมอบห้องสมุดนี้ให้กับเด็กๆ แทนความระลึกถึง คุณซิกฟรีด์ ฮาน (Mr. Siegfried Hahn) ผู้ร่วมก่อตั้ง The Tour of Hope ซึ่งได้เสียชีวิตไปในวัย 65 ปี ประโยชน์ที่เด็กๆ จะได้รับ และการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ จะเป็นสิ่งเตือนใจผมให้ระลึกถึงทุกๆ เส้นทางที่พวกเรา The Tour of Hope ได้ปั่นจักรยานผ่าน”