หน้าหลัก

27 ธันวาคม 2562

มูลนิธิศุภนิมิตฯ ร่วมกับ มูลนิธิซิตี้ จัดงาน “ลานกิจกรรมอาชีพเยาวชน” ปีที่ 3 โชว์ความสำเร็จสานฝันเยาวชนสู่อาชีพที่ใช่ ธุรกิจที่ชอบ (Read in English)


เดินทางมาถึงกิจกรรมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ โครงการ “เสริมศักยภาพเยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงาน” ปีที่ 3 ล่าสุด มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับ มูลนิธิซิตี้ จัดงาน “ลานกิจกรรมอาชีพเยาวชน ปีที่ 3” ขึ้น เพื่อเป็นเวทีและเปิดโอกาสให้เยาวชนกลุ่มเปราะบาง อายุระหว่าง 16-25 ปี ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้แสดงความสามารถในทักษะอาชีพ อาทิ ช่างแต่งหน้า ช่างแต่งหน้าแฟนซี ช่างเพนท์เล็บ ช่างตัดผมสไตล์วินเทจ ผู้ช่วยทันตกรรม ผู้ช่วยพยาบาล นวดไทยและสปา รวมถึงการโชว์เคสธุรกิจที่วันนี้จะไม่ได้เป็นเพียงความฝันอีกต่อไป อาทิ ธุรกิจอาหารว่างไทยโบราณ ธุรกิจแต่งหน้า เป็นต้น


ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ลานกิจกรรมอาชีพเยาวชน เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้การดำเนินโครงการ “เสริมศักยภาพเยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยทำงาน” ซึ่งมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิซิตี้ อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพและปลดล็อคข้อจำกัดให้กับเยาวชนกลุ่มที่เปราะบางที่มีแนวโน้มไม่ได้ศึกษาต่อ เป็นแรงงานไร้ทักษะ ตกงานหรือขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ ให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพที่ตนถนัดอย่างสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และมีรายได้สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ต่อไปในอนาคต ซึ่งจะเป็นการช่วยลดปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อเยาวชน ไม่ว่าจะเป็น ยาเสพติด ท้องก่อนวัยอันควร เป็นต้น


“สำหรับงานลานกิจกรรมอาชีพเยาวชน จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีให้เยาวชนกลุ่มเปราะบางที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้มีโอกาสแสดงความสามารถด้านทักษะอาชีพ และความพร้อมในการเข้าสู่การทำงานจริง รวมถึงการเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ”


คุณวันวิสาข์ โคมินทร์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย แสดงทัศนะเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการฯ ว่า “ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการดำเนินโครงการฯ เรามองเห็นถึงพัฒนาการของน้องๆ รวมถึงตัวโครงการฯ ที่มีความตั้งใจจะพัฒนาด้านอาชีพให้กับน้องๆ ได้มีงานทำ มีรายได้ รวมถึงได้มีทักษะการใช้ชีวิตในสังคม อันจะนำไปสู่การมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต และอีกสิ่งหนึ่งที่เราเห็นจากการดำเนินโครงการฯ ก็คือน้องๆ หลายคนมีความกระตือรือร้น มีความตั้งใจที่จะฝึกฝนทักษะอาชีพ รวมถึงการทำธุรกิจ ซึ่งเรารู้สึกภูมิใจที่น้องๆ ให้ความสำคัญและเห็นประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการนี้”


น้องโรส-สุณิสา หนึ่งในเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ และมาร่วมโชว์ทักษะการแต่งหน้าในงานครั้งนี้ ฉายภาพความเปลี่ยนแปลงของชีวิตว่า “หนูชอบเรื่องของการเสริมสวย การแต่งหน้าหรืออะไรที่เป็นแฟชั่น มานานแล้วค่ะ แต่การไปเรียนที่สถาบันที่รับสอนมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ซึ่งหนูคงไม่ไหว เพราะต้องเรียนด้วย ทำงานด้วย และส่งเงินให้แม่ที่ตอนนี้มีปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้ไม่สามารถทำงานหนักได้เหมือนก่อน ดังนั้น โครงการนี้จึงทำให้หนูมีโอกาสได้สานต่อและทำในสิ่งที่ชอบให้เป็นจริง โดยเฉพาะการได้อบรมหลักสูตร Youth Ready Work ที่มีกระบวนการให้เราได้ค้นหาตัวตนและความชอบของตัวเอง ทำให้หนูมั่นใจว่าสิ่งนี้คืออาชีพที่เราชอบจริงๆ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ มีคนเห็นผลงานของหนูในเฟซบุ๊กแล้วชอบ เลยติดต่อให้หนูไปแต่งหน้าในงานเดินแฟชั่นโชว์ที่ประเทศเวียดนาม ทั้งนี้หนูต้องขอขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ และมูลนิธิซิตี้ ที่มอบโอกาสให้หนูได้ฝึกทักษะอาชีพ และได้ทำตามความฝันค่ะ”

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ทั้งนี้ภายในงาน ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังได้มอบโล่เกียรติคุณให้แก่ผู้บริหารมูลนิธิซิตี้ ที่สนับสนุนการดำเนินโครงการฯ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ผู้บริหารธนาคาร SME D Bank ซึ่งการดำเนินงานโครงการฯ ในปีที่ 3 ได้เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร SMEs และส่งวิทยากรมาอบรมให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจแก่เยาวชนที่มีความตั้งใจจะเป็นผู้ประกอบการ SMEs หรือประกอบอาชีพอิสระ รวมถึงผู้บริหารสถาบันวิชาชีพชั้นนำ จำนวน 31 แห่ง ที่ให้การสนับสนุนการฝึกทักษะอาชีพแก่เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ


จากความร่วมดังกล่าว ทำให้การดำเนินโครงการ “เสริมศักยภาพเยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยทำงาน” ตลอดระยะเวลา 3 ปี มีเยาวชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สมัครเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 1,200 คน มีเยาวชนผ่านการอบรมหลักสูตร Youth Ready for Work for Life จำนวนกว่า 500 คน ได้รับการฝึกอาชีพ จำนวน 314 คน ได้รับการจ้างงาน มีอาชีพ และรายได้สามารถเลี้ยงดูตนเอง จำนวน 111 คน ได้พัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 115 คน และศึกษาต่อด้านอาชีพในระดับที่สูงขึ้น จำนวน 88 คน ซึ่งการดำเนินโครงการฯ ไม่เพียงจะช่วยลดผลกระทบด้านสังคมที่มีต่อเยาวชนกลุ่มนี้เท่านั้น หากแต่ยังเป็นการสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพให้กับสังคมและเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต