กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา ฯพณฯ ทัตสึชิ นิชิโอะกะ อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย พร้อมด้วยคณะ ร่วมพิธีมอบอาคารเรียน “โครงการก่อสร้างอาคารเรียนเพื่อการศึกษา”โรงเรียนวัดบางทวด จ.นครศรีธรรมราช โดยมี นายอาฐินนท์ พึ่งสันเทียะ ผู้จัดการฝ่ายดำเนินพันธกิจภาคสนามกลุ่มพื้นที่ภาคอีสานและภาคใต้ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย นายสมพงษ์ มากมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายกิตติพงษ์ รองเดช นายอำเภอปากพนัง นางศุภาพิชญ์ ศรภักดี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท้องโกงกาง และรักษาการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทวด พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คณะครู พี่น้องประชาชน และนักเรียนจากโรงเรียนวัดบางทวดและโรงเรียนใกล้เคียง ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
“อาคารเรียนเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดบางทวด” ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการสร้างโดย สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ประชาชนชาวญี่ปุ่นและรัฐบาลญี่ปุ่น ภายใต้ “โครงการความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแบบให้เปล่าเพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของมนุษย์” (GRANT ASSISTANCE FOR GRASSROOTS HUMAN SECURITY PROJECTS (GGP) โดยได้ร่วมมือกับ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ดำเนินงานโครงการก่อสร้างอาคารเรียนเพื่อการศึกษา (The Project for a School Building Construction) ในการพัฒนาโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลให้เกิดความพร้อม สำหรับเติมเต็มการเรียนรู้ให้กับเด็กนักเรียน
“โรงเรียนเราตั้งอยู่ข้างๆ กับคลองบางทวด เป็นพื้นที่ราบลุ่ม เวลาน้ำทะเลหนุนสูงก็จะไหลทะลักเข้าท่วมอาคารเรียน และมีน้ำท่วมขังด้วย ทำให้อาคารเรียนหลังหนึ่งเสาชำรุดจนเสียหาย ประกอบกับอาคารเรียนที่มีอายุใข้งานมากกว่า 30 ปีแล้ว ถ้าซ่อมแซมจะมีค่าใช้จ่ายเยอะ ทาง สพฐ. จึงให้ระงับใช้งานไปก่อน ทั้งโรงเรียนจึงเหลืออาคารเรียนเพียงแค่หลังเดียว ซึ่งไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนที่ปัจจุบันมีอยู่ 80 คน” ครูติ๊ก พัสส์นิชชา ครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เล่าถึงปัญหาอาคารเรียนที่สะสมมาอย่างยาวนาน
เพื่อแก้ไขปัญหาห้องเรียนไม่เพียงพอ ทางโรงเรียนจำเป็นต้องใช้ห้องสมุด ห้องวิทยาศาสตร์ห้องศิลปะ เป็นห้องเรียนจำเป็น แต่ปัญหาก็ยังไม่หมดไป เพราะในทุกๆ ปีเมื่อน้ำทะเลหนุนสูง ก็จะมีน้ำท่วมขังที่ชั้นล่างของอาคารเรียน ทำให้ไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการทำกิจกรรมพิเศษ รวมถึงต้องคอยย้ายห้องเรียนหนีน้ำอยู่เป็นประจำ ครุภัณฑ์ โต๊ะ เก้าอี้ กระดาน ได้รับความเสียหายและชำรุดจากการใช้งานเป็นระยะนาน เส้นทางการศึกษาของเด็กๆ ถูกฉุดรั้งด้วยความไม่พร้อมของสถานศึกษา ปัจจัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ไม่เพียงพอ ซ้ำยังปัญหาจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ กำลังกีดกัน ขัดขวางเด็กๆ เหล่านี้ให้ห่างไกลจากโอกาสเพื่อการเรียนรู้
ด้าน นายอาฐินนท์ พึ่งสันเทียะ ผู้จัดการฝ่ายดำเนินพันธกิจภาคสนามกลุ่มพื้นที่ภาคอีสานและภาคใต้ มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดเผยว่า “ในการทำงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเด็กเปราะบางยากไร้ โดยมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยนั้น เรามุ่งเน้นการทำงานแบบมีส่วนร่วม ทั้งกับผู้ปกครอง ครูในสถานศึกษา ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐและเอกชนในพื้นที่ และการผนึกความร่วมมือกับหน่วยงานเอกชน หน่วยงานรัฐ องค์กรนานาชาติ เป็นการผสานความร่วมมือจากทุกๆ ภาคส่วน เพื่อให้เกิดพลังและมีทรัพยากรที่มากเพียงพอสำหรับการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็ก ครอบครัว ชุมชน จากความยากไร้สู่ความอยู่ดีมีสุข และสามารถพึ่งพาตนเองได้” ด้วยภารกิจของมูลนิธิฯ จึงเกิดการประสานงานร่วมกับสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยดำเนินโครงการจีจีพี เพื่อสนับสนุนขอบข่ายด้านการพัฒนาความจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์ สร้างสถานศึกษาที่มีความปลอดภัย
“อาคารเรียนใหม่ของโรงเรียนวัดบางทวดที่สถานทูตญี่ปุ่นได้สนับสนุนงบประมาณผ่านทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ ครั้งนี้ นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของการทำงานด้วยหลักการผสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อาคารเรียนใหม่นี้จะสามารถปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการเรียนการสอนให้มีความปลอดภัยและเหมาะสม ทั้งยังสามารถให้โรงเรียนวัดบางทวดกลับมาจัดการเรียนการสอนวิชาพิเศษในห้องเรียนพิเศษ อาทิ ห้องสมุด ห้องวิทยาศาสตร์ ห้องดนตรี ห้องศิลปะ ได้อีกครั้งหนึ่ง” นายสมพงษ์ มากมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวเสริม
ในการนี้ ฯพณฯ ทัตสึชิ นิชิโอะกะ อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมพิธีส่งมอบในวันนี้ การได้เห็นผู้คนในพื้นที่ อาทิ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ทีมงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ คุณครูทุกท่านได้สร้างงานที่มีคุณภาพ แก่เด็กๆ และประชาชน สำหรับผมยังเป็นสมบัติที่ล้ำค่า ไม่มีสิ่งอื่นใดมาแทนที่ได้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าต่อจากนี้เราจะได้มีโอกาสร่วมมือกันในโครงการต่างๆ เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพียงแค่ผมได้จินตนาการเห็นภาพเด็กๆ ได้เรียนหนังสือในอาคารเรียนที่ไม่ต้องกังวลเรื่องอุทกภัย แค่นี้ผมก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง”
“อาคารหลังเก่ามันชำรุด ครูกลัวว่ามันจะถล่มใส่เด็กๆ เลยขอทุนมาสร้างอาคารหลังใหม่ให้พวกเราได้อยู่กันค่ะ หนูดีใจมากค่ะที่ได้อาคารเรียนหลังใหม่ สวย แข็งแรง ให้เพื่อนๆ น้องๆ ได้มาเรียนเยอะๆ หนูอยากขอบคุณที่ช่วยสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ หนูกับเพื่อนๆ ไม่เคยมีอาคารเรียนหลังใหม่เลย หนูจะตั้งใจเรียน หนูจะทำทุกอย่างให้เต็มที่” ด้วยน้ำเสียงสดใสสมวัยจาก น้องนโม ด.ญ.กรรณิการ์ เด็กในความอุปการะ อายุ 11 ปี ป.5 ซึ่งในวันนี้ได้ร่วมการแสดงต้อนรับคณะราชทูตฯ อีกด้วย
“เด็กๆ รักและหวงแหนอาคารเรียนหลังใหม่มาก อาคารหลังนี้ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาคารเรียน ช่วยดึงดูดนักเรียนในพื้นที่เข้ามาเรียนมากขึ้น อยากขอบคุณสถานทูตญี่ปุ่น ประชาชน รัฐบาลญี่ปุ่น และมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการขาดแคลนอาคารเรียนของเด็กๆ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาชุมชน คนในชุมชน และเด็กๆ ตื้นตันใจมากค่ะ” ครูติ๊ก พัสส์นิชชา กล่าวทิ้งท้าย
เส้นทางการศึกษาของเด็กๆ ได้ถูกเติมเต็มอีกครั้ง เด็กๆ มีห้องเรียนที่ปลอดภัย มีปัจจัยที่พร้อมเติมเต็มในการศึกษา สร้างโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพต่อไป