เมื่อเกิดภัยพิบัติ เด็กและชุมชนยากไร้มักเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น ไม่เพียงเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน แต่ยังรวมถึงพื้นที่ทำกิน อาชีพ ระบบสาธารณูปโภค และระบบการศึกษาที่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนาน
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทำให้เกิดความผันผวนของฤดูกาล เกิดโรคอุบัติใหม่ และส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหาร นำไปสู่ความเสี่ยงด้านรายได้และความปลอดภัยในชีวิตของเด็กและครอบครัวมากขึ้นเป็นทวีคูณ
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้จัด ‘อบรมให้ความรู้ด้านการจัดการภัยพิบัติและการบูรณาการประเด็นสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติในชุมชน’ ณ เทศบาลตำบลเกาะทวด อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีผู้เข้าร่วมรวม 65 คน ประกอบด้วยผู้นำชุมชน อสม. ผู้ปกครองนักเรียน และตัวแทนชุมชน
นายสัมพันธ์ กรอบกระจก เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติ มูลนิธิศุภนิมิตฯ กล่าวถึงการดำเนินพันธกิจการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงภัยพิบัติ
“มูลนิธิศุภนิมิตฯ เรามุ่งส่งเสริมให้เด็กและชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการรับมือกับภัยพิบัติ ผ่านการเตรียมพร้อมในทุกช่วงเวลา ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุภัยพิบัติ โดยในช่วงก่อนเกิดภัยพิบัติ เราดำเนินโครงการโรงเรียนปลอดภัย โดยจัดอบรมให้เด็กและนักเรียนตระหนักถึงภัยพิบัติ และเรียนรู้วิธีเตรียมพร้อมเมื่อต้องเผชิญเหตุจริง ควบคู่กับการจัดตั้งคณะกรรมการภัยพิบัติในสถานศึกษา เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ให้กับคนในชุมชน และสนับสนุนการจัดทำแผนร่วมกับองค์กรท้องถิ่นเพื่อความพร้อมด้านพื้นที่และการช่วยเหลือ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ เด็กและชุมชน รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่น จะสามารถปฏิบัติตามแผนที่ได้เตรียมไว้ เช่น การอพยพ การเคลื่อนย้ายสิ่งของ และการช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงการการดำเนินการประเมินความเสียหายร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น พร้อมประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการให้ความช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ เพื่อให้ครอบครัวและชุมชนกลับสู่สภาวะปกติได้เร็วที่สุด”
การอบรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินพันธกิจ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็ก ครอบครัว และชุมชนในพื้นที่ยากลำบาก ในพื้นที่โครงการพัฒนาของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ซึ่งครอบคลุม 32 จังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ชุมชนสามารถ ‘ตั้งรับและรับมือ’ กับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อว่าหากชาวบ้านมีความรู้และมีการเตรียมพร้อมที่ดี ก็จะช่วยลดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมาก นอกจากนี้มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังได้สนับสนุนอุปกรณ์จำเป็น ได้แก่ เลื่อยยนต์ กระเป๋ายาฉุกเฉิน พร้อมยาที่จำเป็น ให้กับชุมชนเพื่อใช้ประโยชน์ในการรับมือภัยพิบัติ
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในการรับมือกับภัยพิบัติ และการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน


