ที่แกลเลอรี่ของมหาวิทยาลัยสงฆ์เชียงราย พื้นที่จัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ของนิสิตศิลปะ วันนี้เราได้พบกับ น้องเจ ธนากร แซ่ลี นิสิตปริญญาตรีชั้นปีที่ 2 สาขาพุทธศิลปกรรม ผู้มีหัวใจรักศิลปะมาตั้งแต่วัยเด็ก และเป็นหนึ่งในผู้ได้รับทุนการศึกษาจาก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ภายใต้โครงการ ‘อุปการะเด็ก’ และ โครงการ ‘ส่งน้องจบ ป.ตรี’
ก้าวเล็ก ๆ ของเด็กที่รักการวาดรูป สู่วิถีศิลปินในอนาคต
น้องเจเติบโตมาในครอบครัวที่มีข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์ แต่มีความชอบและความสุขกับการวาดรูปเสมอ ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เขาได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ผ่านโครงการอุปการะเด็ก ซึ่งทำให้เขาได้รับการสนับสนุนทางด้านการศึกษา การส่งเสริมสุขภาพที่แข็งแรง การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาพสมและปลอดภัย ร่วมไปถึงการได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะการดำเนินชีวิต ซึ่งโอกาสที่ได้รับนี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการศึกษาตลอดหลายปี
หลังจากจบชั้นมัธยมศึกษา เขาเลือกเข้าเรียนหลักสูตรศิลปะระยะสั้นที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจว่าจะเรียนต่อปริญญาตรีหรือไม่ เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง
จนในที่สุดเขาได้รับโอกาสครั้งสำคัญ—ทุนการศึกษาจากโครงการ ‘ส่งน้องจบ ป.ตรี’
“ตอนรู้ว่าตัวเองได้ทุนการศึกษา ผมดีใจมากครับ เพราะถ้าไม่ได้ ผมคงไม่ได้เรียนต่อเลย” น้องเจเล่าย้อนถึงความรู้สึกในวันนั้น
เรียนศิลปะเพื่อเติบโต และเพื่อส่งต่อ
เป้าหมายในอนาคตของน้องเจไม่ใช่เพียงการเป็นศิลปินอาชีพเท่านั้น แต่ยังอยากเป็นครู ถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็ก ๆ รุ่นใหม่ รวมถึงใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือช่วยเหลือสังคมเหมือนที่เคยทำมาแล้ว
เมื่อครั้งเกิดน้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เขานำผลงานของตัวเองประมาณสิบชิ้นไปประมูลบนเฟซบุ๊กส่วนตัว และได้เงินกว่าหมื่นบาทเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย
“ผมเคยลำบากมาก่อน เลยรู้ว่าความลำบากมันเป็นยังไง ถ้างานศิลปะของผมช่วยใครได้ ผมก็ยินดีครับ”
เบื้องหลังผลงานศิลปะอันหลากหลาย
ที่แกลเลอรี่ เราได้ชมผลงานหลายชิ้นของน้องเจ ทั้งงานเรียนและงานสร้างสรรค์ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น
• งานแลนด์สเคปด้วยเทคนิคชาร์โคล
• งานโมโนโครมที่ใช้สีเดียวสร้างความลึก
• งานคอนเนคติ้งคัลเลอร์ที่ใช้สีหลากหลาย
• งานวาดเส้นทั้งแบบดินสอดำและดินสอขาว
• ไปจนถึงงานลายไทยลายรดน้ำโบราณ
ผลงานที่เขาบอกว่ายากที่สุด คือ งานลายรดน้ำ เนื่องจากภาพต้นฉบับเป็นลายโบราณที่มีส่วนเลือนหาย ต้องใช้เวลาสังเกต ค่อย ๆ ตามเส้น และเก็บรายละเอียดอย่างประณีต
แม้งานแต่ละชิ้นจะต่างเทคนิคกัน แต่เขาบอกว่ารักผลงานทั้งหมดเหมือนเป็น ‘ลูกของตัวเอง’
ทุนการศึกษาที่เปลี่ยนชีวิต และส่งต่อความหวังให้เยาวชนรุ่นต่อไป
น้องเจยอมรับตรง ๆ ว่า หากเขาไม่ได้รับทุนการศึกษานี้ เขาคงไม่ได้มายืนทำงานศิลปะในวันนี้ และคงไม่ได้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานจำนวนมากที่กำลังจัดแสดงอยู่ในขณะนี้
“ถ้าไม่ได้ทุน ผมคงกลับบ้านไปแล้วครับ งานชุดนี้คงไม่มีอยู่จริง”
ท้ายที่สุด น้องเจฝากขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านผ่านบทสัมภาษณ์นี้ว่า
“การสนับสนุนของทุกท่านไม่สูญเปล่าเลยครับ พวกเราเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนจริง มีเป้าหมายในชีวิต และถ้าวันหนึ่งผมประสบความสำเร็จ ผมอยากกลับมายืนในที่ของท่าน ช่วยสนับสนุนเด็กรุ่นใหม่ต่อไปเหมือนที่ท่านช่วยผมในวันนี้”


