มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เข้าร่วม ‘การประชุมสัมมนาเครือข่ายเนื่องในโอกาสเปิดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พื้นที่ภาคเหนือ’ ณ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง
ภายในงานมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “สิทธิมนุษยชน… ความท้าทายและความคาดหวังต่อ กสม. ในพื้นที่ภาคเหนือ” โดยผู้ร่วมเสวนาได้สะท้อนความคาดหวังต่อบทบาทของ กสม. ในการคุ้มครอง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับโครงสร้าง ไปจนถึงการเป็น ‘ปากเสียง’ ให้กับผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิหรือขาดโอกาสในการแสดงความคิดเห็น ตลอดจนการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อคลี่คลายปัญหาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน
ประเด็นสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนในบริบทภาคเหนือที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย ได้แก่
- สิทธิในอากาศสะอาดและสิ่งแวดล้อมที่ดี
- สิทธิและสถานะบุคคลของประชากร
- สิทธิในที่ดินทำกินและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
ช่วงบ่ายเป็นการเปิดเวทีสาธารณะ เพื่อให้ภาคประชาชนได้สะท้อนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพื้นที่ โดยมีประเด็นที่หลากหลาย อาทิ สิทธิผู้สูงอายุ สิทธิเด็ก สิทธิสตรีและความเสมอภาคทางเพศ สิทธิสถานะบุคคลและกลุ่มชาติพันธุ์ สิทธิแรงงานและแรงงานข้ามชาติ สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี คนไร้บ้าน สิทธิผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี และเสรีภาพทางศาสนา
บทบาทของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยมีประสบการณ์ทำงานด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้าน
- สิทธิสถานะบุคคลของเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ
- สิทธิในการเข้าถึงบริการพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา ทักษะชีวิต การปกป้องคุ้มครองเด็ก สุขภาพ โภชนาการ และการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน
การขับเคลื่อนงานดำเนินการร่วมกับภาครัฐ ภาคประชาชน และเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐานตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม โดยคำนึงถึงเรื่องความเสมอภาคทางเพศ การไม่เลือกปฏิบัติ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
ก้าวสำคัญสู่ความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนในภาคเหนือ
การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างมูลนิธิศุภนิมิตฯ สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ และเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเด็นสิทธิมนุษยชนในภาคเหนือได้รับการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่สังคมที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และ ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’


