ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ‘ขยะ’ อาจถูกมองว่าเป็นเพียงปลายทางของการบริโภค แต่สำหรับ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ขยะกลับเป็น จุดเริ่มต้นของการพัฒนาเชิงระบบที่สามารถออกแบบใหม่ เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมอย่างยั่งยืน
เรื่องราวของโรงเรียนในพื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนเป็นพื้นที่แบบพึ่งตนเองและยั่งยืน ชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ที่เผชิญปัญหาขยะสะสม ไปสู่ ‘ระบบนิเวศการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม’ ที่ขับเคลื่อนโดยพลังของเยาวชนอย่างแท้จริง
จาก ‘ปัญหาขยะล้นระบบ’ สู่ ‘การออกแบบระบบการจัดการต้นทาง’
“ขยะเป็นมลพิษ และเพิ่มปัญหามากขึ้นเรื่อย ๆ ในโรงเรียน” นางสาวนภัสสร หรือ ‘อร’ ตัวแทนสภานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 บอกเล่าถึงแรงผลักดันที่ทำให้พวกเขาริเริ่มลงมือแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง
เมื่อโรงเรียนต้องเผชิญกับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นจากโรงอาหารและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลต่อ สุขภาวะของนักเรียน คุณภาพสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน และพฤติกรรมการจัดการขยะ กลุ่มคณะกรรมการสภานักเรียน จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการออกแบบการจัดการต้นทาง โดยกำหนดโครงสร้างการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ เช่น ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย พร้อมจัดตั้ง ‘ธนาคารขยะ’ เพื่อเป็นกลไกกลางในการรวบรวมและเชื่อมต่อสู่กระบวนการจัดการปลายทาง
“ที่โรงเรียนของเรา มีการจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะกับน้อง ๆ อยู่เป็นประจำ โดยจะสื่อสารหลังจากเข้าแถวเคารพธงชาติในตอนเช้า หรือในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจและปลูกจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อมให้กับทุกคนในโรงเรียน
นอกจากนี้ โรงเรียนยังได้จัดถังขยะไว้ให้แยกตามประเภทอย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกคนสามารถคัดแยกขยะได้อย่างถูกต้อง โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิลประเภทกระดาษและกระดาษลัง และขยะรีไซเคิลประเภทขวดพลาสติก รวมถึงยังมีถังขยะอันตราย (ถังสีแดง) สำหรับทิ้งขยะที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษอีกด้วยค่ะ”
เปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้จากการลงมือทำจริง
นางสาววัฒนา กันทรเวศย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า
“มูลนิธิศุภนิมิตฯ สนับสนุนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ การสร้างความรู้และความตระหนัก ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการคัดแยกขยะและการนำกลับมาใช้ใหม่ และการสนับสนุนระบบและอุปกรณ์ เช่น การจัดตั้งธนาคารขยะ และระบบบริหารจัดการเพื่อสร้างกองทุนหมุนเวียน”
นักเรียนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความรู้ แต่เป็นผู้ลงมือดำเนินการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรวบรวม คัดแยก แปรรูป ไปจนถึงการนำไปใช้หรือจำหน่าย เช่น การแปรรูปเศษใบไม้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ เป็นดินปลูก และการสร้างรายได้จากวัสดุรีไซเคิล กระบวนการนี้เปลี่ยน ‘ขยะ’ จากภาระ ให้กลายเป็นทั้ง ทรัพยากรการเรียนรู้ และ ทรัพยากรทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับโรงเรียน: สร้างมูลค่าจากขยะ
ธนาคารขยะของโรงเรียนถูกออกแบบตามแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยมีการจัดสรรรายได้อย่างเป็นระบบ ได้แก่
- 60% คืนสู่ห้องเรียน
- 20% สนับสนุนกิจกรรมสภานักเรียน
- 20% สนับสนุนกิจกรรมสาธารณะของโรงเรียน
โครงสร้างดังกล่าวไม่เพียงสร้างแรงจูงใจ แต่ยังส่งเสริมทักษะด้านการบริหารจัดการ ความรับผิดชอบ และความเป็นเจ้าของในกลุ่มนักเรียน
นอกจากนี้ โรงเรียนยังมีแผนต่อยอด เช่น การพัฒนาดินปลูกเป็นผลิตภัณฑ์ของโรงเรียน ซึ่งสะท้อนการยกระดับจากการจัดการของเสีย (Waste Management) ไปสู่ วิสาหกิจสีเขียวขนาดย่อม (Green Micro-enterprise)
สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมอย่างยั่งยืน
หัวใจสำคัญของโครงการคือการเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 กลไกหลัก ได้แก่ การสื่อสารอย่างต่อเนื่อง การถ่ายทอดความรู้จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง และการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ
“การคัดแยกขยะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เพื่อน ๆ เข้าใจว่าขยะไม่ใช่ของไร้ค่า แต่สามารถนำไปต่อยอดได้ ทั้งการรีไซเคิล การจำหน่าย หรือการแปรรูปเป็นปุ๋ย” นางสาวนภัสสร กล่าว
จากการดำเนินการที่ผ่านมาผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ ปริมาณขยะในโรงเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง การทิ้งขยะไม่เป็นที่ลดลงอย่างชัดเจน และนักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น
ขยายผลสู่การจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชน
การดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง ‘โครงการส่งเสริมการจัดการขยะและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม’ แต่เป็นการสร้าง ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ที่สามารถปรับใช้และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้
ในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ดำเนินโครงการฯ ร่วมกับโรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น ใน 37 ชุมชน ของพื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาฯ ซึ่งกระจายตัวอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย โดยมุ่งให้เด็กและเยาวชนเป็นพลังหลักในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
ผ่านการสนับสนุน การเรียนรู้เรื่องการคัดแยกขยะ การรีไซเคิล การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กิจกรรมรณรงค์ การจัดทำสื่อการเรียนรู้ และการสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับการบริหารจัดการขยะในพื้นที่ดำเนินงาน ส่งผลให้หลายชุมชนสามารถนำแนวทางการจัดการขยะไปปรับใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผลลัพธ์สำคัญ
- เด็กกว่า 28,536 คน เข้าถึงกิจกรรมด้านการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม ในจำนวนนี้เป็นเด็กเปราะบาง 12,647 คน
- ผู้ปกครอง ผู้ดูแล หุ้นส่วน และอาสาสมัคร กว่า 10,208 คน ได้รับความรู้และมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน
- เยาวชนจาก 10 โครงการด้านสิ่งแวดล้อม ได้รับรางวัลระดับประเทศ รวม 1 รางวัลเหรียญทอง และ 9 รางวัลเหรียญเงิน จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
เริ่มต้นจากระบบ สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
ความสำเร็จของโครงการเกิดจากความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเยาวชน ซึ่งร่วมกันสร้างทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม และความรู้สึกเป็นเจ้าของในประเด็นสิ่งแวดล้อม
โครงการส่งเสริมการจัดการขยะและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงเป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ไม่สามารถอาศัยเพียงกิจกรรมระยะสั้น แต่ต้องเริ่มจาก “การออกแบบระบบ” และ “การพัฒนาคน” เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเปลี่ยนโลก เริ่มต้นจากการเปลี่ยนวิธีคิด และวิธีปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เชื่อมั่นว่า การปลูกฝังความรู้และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วัยเด็ก คือรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน และหล่อหลอมเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อโลกในอนาคต


